วิจารณ์หนัง SKYLIN3S สกายไลน์ 3 สงครามท้าชนเอเลี่ยน


ผู้กำกับภาพยนตร์ Liam O’ Donnell (Beyond Skyline, Portals)

ตัวอย่างภาพยนตร์ SKYLIN3S สกายไลน์ 3 สงครามท้าชนเอเลี่ยน


SKYLIN3S สกายไลน์ 3 สงครามท้าชนเอเลี่ยน เป็นภาพยนตร์แอ็คชั่นไซไฟที่จะเล่าเรื่องหลายปีให้หลังต่อจากภาค Beyond Skyline เหล่าเอเลี่ยนได้เริ่มปรับตัวตนให้เข้ากับมนุษย์โลกจนอยู่ร่วมกันได้ แต่ท้ายที่สุดก็เกิดไวรัสประหลาดแพร่ระบาดจนทำให้เอเลี่ยนกลับมาฆ่าฟันเหล่ามนุษย์อีกครั้ง ‘กัปตันโรส คอร์ลีย์’ จึงตัดสินใจเข้าช่วยโลกไว้ด้วยการนำทีมทหารชั้นยอดทำภารกิจเสี่ยงตายยังอวกาศ ที่ที่พวกเขานำยานเอเลี่ยนบุกไปถึงดาวอาศัยของเหล่าเอเลี่ยนโดยตรง

การเล่าเรื่องสำหรับเรื่องนี้ต้องบอกว่าเป็นสิ่งที่ไม่น่าประทับใจเท่าไหร่ครับ ซึ่งก็เป็นปกติของแฟรนไชส์นี้ที่มีมาทุกภาค ภาพยนตร์จะเน้นนำเสนอความบันเทิง มีความอยากใส่ก็ใส่ อยากนำเสนอฉากและความสนุกแบบไหนก็ยัดมามากกว่า พวกตรรกะ วิธีคิดของตัวละคร หรือแม้แต่การวางโครงเรื่อง หลายอย่างค่อนข้างจะพังเอาการ บางฉากก็ตรรกะบิดเบี้ยวซะผมปวดหัวเลย ตัวหนังเลือกที่จะเล่าเรื่อง 2 เหตุการณ์พร้อมกัน ระหว่างเหตุการณ์ของผู้คนกลุ่มนึงที่เอาตัวรอดบนโลกจากเอเลี่ยนที่กำลังอาละวาด กับเรื่องบนดาวต้นกำเนิดของมนุษย์ต่างดาวที่ทีมตัวเอกกำลังเข้าไปทำภารกิจบางอย่างเพื่อช่วยโลก แต่ไปๆ มาๆ กลายเป็นว่าภาพยนตร์นั้นไม่จำเป็นจะต้องเล่าเรื่องด้านล่างเลย (หรืออย่างน้อยก็ควรจะเล่าให้สนุกและเข้ากับเรื่องมากกว่านี้) เพราะฉากด้านล่างนั้นน่าเบื่อมาก บอกว่ากำลังจะมีภัยร้ายยิ่งใหญ่มา บิวท์ซะดิบดี แต่ทั้งเรื่องคือทีมบนโลกนั้นตีกับเอเลี่ยนอยู่ประมาณ 3 ตัว ขณะเดียวกันภารกิจด้านบนก็เหมือนจะยิ่งใหญ่ ไปบุกดาวเขา เอาเข้าจริงก็คือสู้กับเอเลี่ยนหลักสิบ มีเอเลี่ยนอยู่ประมาณ 3-4 ประเภทที่มีลักษณะคล้ายๆ กันไปหมด ภาพรวมจึงค่อนข้างน่าผิดหวังกับเนื้อเรื่องที่นำเสนอมา
    
แต่สิ่งหนึ่งที่ตัวหนังทำได้โอเคก็คือฉากแอ็คชั่น ทำได้สนุกดี ภาพยนตร์เรื่องนี้จะมาในแนวเน้นต่อยตีกัน ปืนไม่ค่อยได้ใช้เน้นเอาเท้าฟาดหน้ากันมากกว่า คือแน่นอนว่ามันก็ผิดตรรกะและความคาดหวังจากหนังไซไฟที่เอเลี่ยนมีปืนและพลังอื่นๆ ใช้แต่กลับเลือกที่จะต่อยตีกันด้วยมือและเท้า แต่นั่นแหละ ถ้าคุณไม่แคร์...ความมันส์ไร้กฎเกณฑ์ก็รอคุณอยู่

โปรดัคชั่นโดยภาพรวมสำหรับเรื่องนี้นี่ “เหมือนจะดี” ครับ เอาจริงภาพรวมของสเกลหนังแล้วเกือบจะเทียบกับหนังบล็อกบัสเตอร์จากสตูดิโอใหญ่ที่เรารู้จักกันได้อย่างพอตัวเลยครับ ก็ตามสภาพเรื่องราวที่คุยว่าเป็นสงครามระหว่างเผ่าพันธุ์แหละครับ แต่ถึงอย่างนั้นทีมโปรดัคชั่นก็ดูจะไม่สามารถควบคุมมาตรฐานให้แต่ละช็อตละฉากมีคุณภาพอยู่ในระดับเดียวกันได้เลย บางช็อตก็ดีงามสวยเวอร์เป๊ะปังมาก เทียบสตูดิโอท็อปๆ ของวงการวิชวลเอฟเฟ็คได้สบาย ขณะที่บางช็อตก็กากเกลือเหลือเกิน งานแย่อย่างกับสั่งให้นักศึกษาฝึกงานทำงานฟรีให้ ความสมจริงของงานสร้างจึงมาในรูปแบบขาดๆ เกินๆ น่าประทับใจบ้างน่าผิดหวังบ้างตลอดทั้งเรื่อง จะมีที่น่าสนใจก็อย่างพวกฉากประกอบที่สร้างขึ้นมาจริงๆ แล้วก็พวกชุดเกราะของเหล่าเอเลี่ยนที่ดูเท่ดี ซึ่งเอาเข้าจริงก็เป็นการกินบุญเก่าของภาคก่อนหน้ามากกว่า เพราะของพวกนี้มีมาก่อนอยู่แล้ว ไม่ได้ถูกสร้างใหม่ในภาคนี้มากนัก อะไรที่สร้างใหม่ก็เน้นง่ายเข้าว่ามากกว่า ไม่เท่เหมือนเดิม



โปรดัคชั่นคุณภาพขึ้นๆ ลงๆ บางฉากก็ดีเวอร์ บางฉากก็แย่มาก



อ้อ...เอาเข้าจริงถึงผมจะเหมือนบ่นและไม่ค่อยพอใจคุณภาพงานสร้างของเรื่องนี้ แต่มีสิ่งนึงที่ผมยืนยันให้ได้แน่ๆ คือนี่ไม่ใช่หนังเกรดบีนะจ๊ะ มันยังมีดีพอที่จะชมในโรงภาพยนตร์จ้า

สรุปโดยภาพรวมแล้ว SKYLIN3S สกายไลน์ 3 สงครามท้าชนเอเลี่ยน จึงเป็นภาพยนตร์แอ็คชั่นไซไฟภาคต่อที่ทำออกมาได้ต่ำกว่ามาตรฐานที่ควรจะเป็นอยู่หน่อย ด้านเนื้อเรื่องเต็มไปด้วยตรรกะและจังหวะการเล่าเรื่องอันแปลกประหลาด มีฉากอีหยังวะอยู่มาก แต่แลกมากับฉากแอ็คชั่นที่ดูสนุกและมีความเพลินประมาณหนึ่ง ด้านโปรดัคชั่นดีบ้างไม่ดีบ้าง เหมือนคุมคุณภาพงานได้ไม่ดีเท่าไหร่ โดยเฉพาะกับช็อตที่ต้องทำวิชวลเอฟเฟ็คทั้งหลาย บางช็อตคือย่ำแย่อย่างกับเด็กมหาลัยทำ ไม่ใช่มืออาชีพ...ใครเป็นคอหนังแอ็คชั่น ชอบหนังแนวเอเลี่ยนหรือพรีเดเตอร์ เน้นฉากแอ็คชั่นไล่ต่อยตีกันมากกว่ายิงถล่ม เชิญชมในโรงภาพยนตร์ได้เลย!

วิจารณ์หนัง SKYLIN3S สกายไลน์ 3 สงครามท้าชนเอเลี่ยน Review by Bombo Aruzo


บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: