วิจารณ์หนัง SONGBIRD โควิด 23 ไวรัสล้างโลก


ผู้กำกับภาพยนตร์: Adam Mason (The Devil’s Chair, Blood River, Junkie, Hangman)
ตัวอย่างภาพยนตร์ SONGBIRD โควิด 23 ไวรัสล้างโลก


SONGBIRD โควิด 23 ไวรัสล้างโลก เป็นภาพยนตร์ดราม่าระทึกขวัญที่จะเล่าเรื่องในโลกอนาคตปี 2024 เมื่อเกิดเหตุการณ์ไวรัสโควิด 23 ได้ระบาดร้ายแรงแล้วกลายพันธุ์จนคร่าชีวิตผู้คนไปกว่า 110 ล้านทั่วโลก เจ้าหน้าที่จึงป้องกันการแพร่เชื้อด้วยการล็อคดาวน์ ประกาศเคอร์ฟิว และบังคับให้พลเมืองให้อยู่แต่ในอาคาร ใครฝ่าฝืนจะถูกจัดการด้วยมาตรการที่รุนแรง แต่ปัญหาก็เกิดขึ้นเมื่อ ‘นิโก’ ชายหนุ่มที่มีภูมิคุ้มกันได้รับรู้ว่าแฟนสาวของเขา ‘ซาร่า’ ที่ไม่ได้เจอกันนานตั้งแต่ไวรัสระบาดกำลังถูกเจ้าหน้าที่บุกเข้ามาถึงที่พัก เหตุเพราะเธอถูกสงสัยว่าติดเชื้อ นิโกจึงต้องเดินทางฟันฝ่าทุกอย่างเพื่อเข้าไปช่วยซาร่าก่อนที่จะสายเกินไป

การเล่าเรื่องสำหรับเรื่องนี้นี่ไม่ดีไม่แย่ครับ หนังเรื่องนี้เป็นเหมือนหนังสั้นระทึกขวัญที่มีการให้ความหวังกับความโรแมนติกนิดๆ ติดมา เส้นเรื่องหลักนั้นก็ตามที่บอกไว้ เป็นเรื่องของชายหนุ่มที่ต้องการช่วยแฟนสาวทุกวิถีทางในโลกที่ล่มสลายไปแล้ว ที่เหลือก็แซมๆ คนรอบข้างที่เป็นผู้ร่วมชะตากรรมเข้ามาบ้างเพื่อทำให้เรื่องนั้นยาวขึ้น บางตัวละครก็ไม่จำเป็นต้องมี บางตัวละครก็มาเพื่อแก้ปัญหาให้บางตัวละครแล้วก็หายไปเฉยเลย ขณะที่ด้านภาพรวมของคุณภาพบทนั้นก็แข็งๆ ทื่อๆ เน้นเล่นง่ายแก้ปัญหาไวเข้าว่า เพื่อจะตัดเปลี่ยนไปเล่าฉากต่อไป ไม่ได้มีอะไรสลับซับซ้อนมากมาย และตัวหนังเองก็มีตรรกะที่ดูผิดประหลาดอยู่หลายจุด ยังเก็บรายละเอียดเนื้อเรื่องได้ไม่ดีเลย โดยเฉพาะกับตอนจบที่ตัดจบแบบหักดิบง่ายเกิน ไม่เมคเซ้นส์เลย

จุดดีสุดคงเป็นการที่ตัวหนังพยายามให้เรามีความหวังแม้ชีวิตจะยากลำบาก และจุดที่ดีอีกอย่างคงเป็นนักแสดง 2 ท่านอย่าง เคเจ อาปา (K.J Apa) และ อเล็กซานดรา แดดดาริโอ้ (Alexandra Daddario) ซึ่งผมมองว่าสองคนนี้แบกเรื่องไว้ด้วยรูปลักษณ์ความหล่อสวยของพวกเขาเลย ถ้าไม่มีพวกเขาหนังก็คงจืดชืดไปหลายขุม ดูไปเปื่อยไปกว่าเดิมแน่

โปรดัคชั่นโดยภาพรวมสำหรับเรื่องนี้ก็ทำได้ดีในแง่ของหนังทุนต่ำและถ่ายทำในช่วงโควิด ช่วงที่จัดการอะไรกันยาก หนังจึงไม่ได้เน้นเรื่องนำเสนองานสร้างให้ยิ่งใหญ่อะไรมากมาย เน้นให้เห็นเป็นพื้นที่โล่งๆ เวิ้งว้าง เน้นอุปกรณ์ทางการทหารและทางการแพทย์นิดหน่อย ขณะที่ภาพที่ได้เห็นนั้นก็ถือว่าคุณภาพยอดเยี่ยม แม้จะใช้กล้องตัวใหม่ (komodo) ที่เล็กกะทัดรัดกว่าและเพิ่งเปิดตัวอย่างที่คุยไว้ในบางคลิปโปรโมท แต่คุณภาพของงานภาพที่ได้ก็ไม่ได้ต่างจากงานที่ ไมเคิล เบย์ คุมมาทั้งหมด ทั้งเรื่องสีของภาพและคอนทราส (จริงอยู่ครับว่าคนกำกับคือ อดัม เมสัน แต่งานภาพนั้นชวนให้นึกถึงหนังพี่เบย์จริงๆ ฮะ) แถมการถ่ายภาพนั้นก็เน้นที่ใบหน้าของบรรดานักแสดงมากกว่า และเน้นเสื้อผ้าหน้าผมที่พวกเขาใส่ ส่วนด้านเสียงประกอบและเพลงประกอบเองก็ยังเป็นไปตามมาตรฐานฮอลลีวูด ภาพรวมจึงทำให้หนังนั้นดูไม่ได้เกรดบีนักตามที่ผมคาดไว้แต่แรก

สรุปโดยภาพรวมแล้ว SONGBIRD โควิด 23 ไวรัสล้างโลก จึงเป็นภาพยนตร์ที่ทำออกมาได้กลางๆ ไม่ดีไม่แย่ ตัวหนังนั้นมีอารมณ์เหมือนหนังสั้นที่ถูกยืดยาวจนถึงชั่วโมงครึ่ง เป็นหนังให้กำลังใจชีวิต เป็นหนังรัก แต่เคลือบไปด้วยความลุ้นระทึกและมีสยองเล็กน้อย เนื้อเรื่องไม่ซับซ้อน ตรรกะเรื่องแปลกหลายจุด และจบอย่างโง่ง่ายเหมือนเอาเด็กน้อยมาแต่งเรื่องไปหน่อย ด้านงานโปรดัคชั่นนั้นก็ทำได้ดีพอประมาณตามสภาพหนังทุนต่ำและถ่ายทำช่วงโควิด งานถ่ายภาพจึงไม่ได้เน้นฉากแต่เน้นหน้าตัวละครมากกว่า ภาพรวมงานสร้างจึงไม่โดดเด่นเลย...ใครเป็นคอหนังระทึกขวัญที่มีความดราม่านิดๆ ชอบหนังที่ดูพอเพลิน ไม่ซับซ้อนให้ปวดหัว อยากฆ่าเวลาเล่น เชิญชมในโรงภาพยนตร์ได้เลย!

SONGBIRD โควิด 23 ไวรัสล้างโลก - Review by Bombo Aruzo
 


บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: