วิจารณ์หนัง Invasion มหาวิบัติเอเลี่ยนล้างโลก


ผู้กำกับภาพยนตร์: Fedor Bondarchuk (Inhabited Island 1-2, Stalingrad, Attraction)



ตัวอย่างภาพยนตร์ Invasion มหาวิบัติเอเลี่ยนล้างโลก


Invasion มหาวิบัติเอเลี่ยนล้างโลก หรืออีกชื่อคือ Attraction 2: Invasion เป็นภาพยนตร์ไซไฟภาคต่อจากรัสเซียที่จะเล่าเรื่องสามปีให้หลังต่อจากภาคแรก หลังจากที่มนุษยชาติได้พบเจอเอเลี่ยนมายังโลกครั้งแรก และสามารถผ่านหายนะครั้งนั้นมาได้ แต่เอเลี่ยนก็ได้กลับมาอีกครั้ง พร้อมกับตัวละครหลักในภาคแรกที่ยังคงกลับมาเพื่อช่วยกันกู้โลก และสะสางปัญหาทั้งหมด

ต้องบอกก่อนว่าผมไม่เคยดูภาคแรกมาก่อน เพราะฉะนั้นบทความนี้จึงจะวิจารณ์เฉพาะในภาคนี้โดยตรงเป็นหลัก ไม่มีการเปรียบเทียบกับภาคแรก ให้ถือซะว่าบทความนี้เป็นทางเลือกช่วยการตัดสินใจในการชม สำหรับคนที่ไม่เคยดูภาคแรกมาเหมือนกันละกันครับ

การเล่าเรื่องสำหรับเรื่องนี้ต้องบอกว่าเวิ่นเว้อมากเลยครับ นี่เป็นหนังไซไฟภาคต่อที่น่าเบื่อมากๆ เพราะแทนที่ตัวละครจะเข้าเรื่องถึงฉากภัยพิบัติ หรือเอเลี่ยนบุกโลกให้เราได้เข้าถึงความเป็นหนังบล็อกบัสเตอร์อย่างที่คุยไว้ไปเลย ตัวหนังกลับเลือกที่จะพาเหล่าตัวละครเอกจากภาคแรกกลับมารวมตัวกัน เดินทางกันไปมา คุยโน่นคุยนี่ คุยกับตัวละครที่ไม่จำเป็นต้องมีก็ได้ แสดงความรักที่มีต่อคนโน้นคนนี้ที ทำแบบนี้ซ้ำๆ ยืดยาวราวๆ ชั่วโมงครึ่งได้ กว่าจะถึงจุดที่น่าติดตามสักที แต่พอถึงจุดนั้นก็คือจุดพีคท้ายเรื่องซะแล้ว (ฉากถล่มตึกใหญ่ๆ ในตัวอย่างทั้งหลายแหละครับ) แล้วหลังจากนั้นไม่นานก็จบ ทำให้ความจุใจมันไม่ถึงขั้นเลย ไม่น่าพอใจอย่างยิ่ง คือถ้าใครมาชมเพราะหวังฉากเอาตัวรอด หวังฉากแอ็คชั่น หวังการถล่มโลกของเอเลี่ยนมากมาย หรือจังหวะเรื่องสนุกๆ บอกเลยว่าเรื่องนี้ไม่มีให้ อย่างมากที่สุดคือไปหวังฉากใหญ่เอาท้ายเรื่องโน่นเลยครับ

โปรดัคชั่นโดยภาพรวมสำหรับเรื่องนี้ถือว่าเป็นหนังที่น่าชื่นชมครับ งานดีระดับโลกมาก ภาพรวมของงานสร้างทัดเทียมกับพี่จีนและฮอลลีวูดได้สบายๆ แล้ว ไล่ไปตั้งแต่การทุ่มเทลงเงินสร้างและนำเสนอฉากมากมาย เสริมตัวประกอบเป็นร้อยเป็นพันคน ไปจนถึงการออกแบบสิ่งประดิษฐ์ล้ำยุคของเอเลี่ยน แล้วใช้คุณภาพของงานวิชวลเอฟเฟ็คปั้นสร้างมันขึ้นมาแล้วเก็บรายละเอียดงานด้วยความละเมียดละไม ทำให้ได้ผลงานในหลายฉากที่ดูเป็นภัยพิบัติเหนือจริงนั้นดูงดงามและน่าเชื่อ ไม่ต่างจากฉากความฝันของหนัง Inception น่าเสียดายแค่ว่าความล้ำและน่าตื่นตาตื่นใจที่กล่าวมานี้ล้วนไปกองเอาตอนท้ายเรื่องหมด มันเลยไม่ได้ช่วยให้ภาพรวมของเรื่องนั้นดูสนุกขึ้นมาเท่าไหร่ เป็นเพียงอาหารตาที่ทำให้ได้อ้าปากค้างเพียงชั่วอึดใจเดียว พอพ้นจุดนั้นมาก็ไม่เหลืออะไรแล้ว



สิ่งหนึ่งที่ต้องยอมคือคุณภาพงานวิชวลเอฟเฟ็คในเรื่องนี้ ฮอลลีวูดยังต้องอาย!


สิ่งหนึ่งที่ผมไม่ชอบเลยคือการที่ตัวหนังพยายามโชว์พลังโปรดัคชั่นเหล่านี้มันกลับทำให้หนังแย่ลงไปในทางหนึ่ง และทางหนึ่งนั้นก็คือด้านเนื้อเรื่อง เหมือนพวกเขาเอาใจใส่ด้านความล้ำของวิชวลเอฟเฟ็คมากไป จนมันไปกลบเนื้อหาเรื่องซะหมด บางครั้งตัวหนังดันไปโชว์ภาพให้เห็นไกลๆ ให้เห็นความยิ่งใหญ่สวยงามของภาพที่เกิดขึ้นมากจนเกินงาม จนกลายเป็นว่ามันไม่ช่วยเน้นเรื่องเล่าว่าตัวละครหลักที่อยู่ตรงนั้นกำลังทำอะไรอยู่ และไม่ช่วยเสริมอารมณ์เข้มข้นในช่วงพีคให้เนื้อเรื่องอย่างที่ควรจะเป็น (ภาษาถ่ายทำคงเรียกได้ว่าวางช็อตมาไม่ดี) แถมปัญหานี้เกิดท้ายเรื่องซะด้วย มันจึงเป็นอะไรที่ผิดมาก..แย่หน่อยที่สปอยล์ไม่ได้ แต่ผมคิดว่าคุณคงเข้าใจว่าจุดจบเรื่องที่ไม่ชัดเจนมันทำให้คุณหัวเสียได้ขนาดไหน

สรุปโดยภาพรวมแล้ว Invasion มหาวิบัติเอเลี่ยนล้างโลก จึงเป็นภาพยนตร์ไซไฟสุดยิ่งใหญ่ภาคต่อจากรัสเซียที่ทำเนื้อเรื่องออกมาได้น่าเบื่อมากๆ คุยกันไปมาอยู่ประมาณชั่วโมงครึ่งกว่าจะถึงจุดพลิกผันให้ตัวละครช่วยกันแก้ปัญหา กว่าจะถึงจุดโชว์ความยิ่งใหญ่อลังการของงานสร้าง และโชว์ฉากถล่มโลกที่มีเวลาแค่นิดเดียว แต่โปรดัคชั่นโดยภาพรวมนั้นล้ำอลังการงานสร้างสุดยอดมาก เป็นหนังรัสเซียที่เก็บรายละเอียดของงานวิชวลเอฟเฟ็คได้ดีจนเทียบเท่าฝั่งฮอลลีวูดหรือจีนได้ง่ายๆ แล้ว สุดยอด...ใครเป็นคอหนังไซไฟอลังการถล่มโลก ชอบชมหนังที่มีโปรดัคชั่นคุณภาพดีๆ เป็นคนใจเย็นนั่งรอคนคุยกันชั่วโมงกว่าได้ ก่อนที่จะเกิดภัยพิบัติถล่มโลกให้ชม เชิญชมในโรงภาพยนตร์ได้เลย!

ปล.ช่วงเดือนนี้หนังเข้าโรงเยอะมาก หากใครต้องการชมให้รีบไปโรงภาพยนตร์ เพราะสัปดาห์หน้าหนังอาจออกโรงแล้วนะจ๊ะ

วิจารณ์หนัง Invasion มหาวิบัติเอเลี่ยนล้างโลก Review by Bombo Aruzo


บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: