วิจารณ์หนัง TESLA เทสลา คนล่าอนาคต


ผู้กำกับภาพยนตร์: Michael Almereyda (Hamlet, New Orleans, Mon Amour, Marjorie Prime)
ตัวอย่างภาพยนตร์ TESLA เทสลา คนล่าอนาคต


TESLA เทสลา คนล่าอนาคต เป็นภาพยนตร์ที่จะเล่าเรื่องราวชีวประวัติของอัจฉริยะผู้อาภัพ นิโคลา เทสลา ในช่วงเวลาที่เขาต้องต่อสู้เรื่องกระแสไฟฟ้ากับ โทมัส เอดิสัน เรื่องราวความรักของเขากับ แอนน์ มอร์แกน และสิ่งประดิษฐ์ของเขามากมายที่เปลี่ยนแปลงโลกทั้งใบไปตลอดกาล
    
การเล่าเรื่องสำหรับเรื่องนี้ถือว่าน่าผิดหวังมากครับ ไม่น่าประทับใจเท่าไหร่ เป็นหนังที่เล่าเรื่องไปเรื่อยๆ มาก จืดชืด แทบจะไม่มีความดราม่า ไม่มีมุขตลก ไม่มีจุดดึงดูดอะไรให้เราจดจำฉากไหนๆ ในเรื่องเลย บทพูดในแต่ละฉากก็เต็มไปด้วยความกำกวม มีแต่ตัวละครฉลาดๆ มาพูดคำพูดที่เข้าใจยากให้เราฟัง พูดถึงเรื่องไฟฟ้า มอเตอร์ ไดนาโม หลักการทางทฤษฎีวิทยาศาสตร์ต่างๆ จู่ๆ ก็พูดกันโดยไม่มีการอธิบายให้ผู้ชมเข้าใจง่ายๆ เลย และการที่ตัวบทนั้นเต็มไปด้วยเรื่องวิทยาศาสตร์และความจืดชืด มันจึงทำให้การแสดงไปไม่สุดเป็นธรรมดา อย่างมากเราก็จะได้เห็นนักแสดงรุ่นใหญ่อย่าง อีธาน ฮอว์ค ร้องไห้หรือทำตัวประหลาดๆ บ้างในเรื่องนี้ (บางฉากเห็นแล้วอีหยังวะจริงๆ) แต่ก็ไม่ได้มีอะไรน่าสนใจเท่าไหร่ ไม่มีฉากไหนที่จะทำให้เรามีอารมณ์ร่วมกับตัวหนังได้เลย
    
ส่วนใครสงสัยว่าภาพยนตร์เรื่องนี้แตกต่างจากภาพยนตร์ The Current War อย่างไร ผมก็บอกได้ว่าเรื่อง The Current War นั้นเน้นไปที่การต่อสู้ของ โทมัน อัลวา เอดิสัน กับ จอร์จ เวสติ้งเฮาส์ โดยมี เทสล่า มาปรากฏตัวเพียงไม่กี่ฉาก แต่เรื่อง TESLA นี้จะเน้นชีวิตของเทสล่าเต็มๆ ซึ่งหากเทียบกันแล้วเนื้อเรื่องของ The Current War นั้นจบแค่ครึ่งชั่วโมงแรกในเรื่อง TESLA เท่านั้น หนังของเทสล่าเรื่องนี้ยังเล่าเรื่องของเทสล่าต่อไปได้ไกลมากกว่ามาก
    
โปรดัคชั่นโดยภาพรวมสำหรับหนังชีวประวัติแบบย้อนยุคไปสมัยร้อยกว่าปีก่อนก็ถือว่าทำได้ไม่เลวครับ โดยเฉพาะการต้องมองว่านี่เป็นหนังทุนต่ำด้วย (ทุนสร้างประมาณ 5 ล้านเหรียญสหรัฐ) ฉากมันก็จะอึดอัดนิดหน่อยเพราะเท่าที่เห็นแทบทุกฉากก็ถ่ายทำได้แค่ในพื้นที่แคบๆ หรือจัดห้องในสตูดิโอเอาอย่างเดียว เวลาตัวหนังพาเราไปสถานที่ต่างๆ นั้นผู้กำกับก็เลือกจะให้นักแสดงไปยืนอยู่หน้าภาพพื้นหลังที่ทำมาจากรูปในอดีต หรือโปรเจ็คเตอร์ในช่วงเวลานั้นแทน ถือเป็นแนวทางใหม่ที่น่าสนใจ ทำให้ได้ภาพรูปแบบใหม่มาชม แต่ในขณะเดียวกันก็ดูไม่เข้าท่าเหมือนกัน มันเหมือนเรากำลังดูละครเวทีมากกว่าดูภาพยนตร์อยู่ มันเห็นได้ชัดเลยว่านี่เป็นหนังทุนต่ำ ขณะที่ด้านเสื้อผ้าหน้าผมก็ถือว่าทำได้ตามมาตรฐานหนังย้อนยุค เหมือนที่เราได้เห็นกันมาแล้วในงานหนังย้อนยุคระดับยิ่งใหญ่ เป็นส่วนงานที่ไม่ได้แย่มากนัก

สรุปโดยภาพรวมแล้ว TESLA เทสลา คนล่าอนาคต จึงเป็นภาพยนตร์ที่ทำออกมาไม่น่าประทับใจเท่าที่ควร เนื้อเรื่องค่อนข้างเรื่อยเปื่อยและจืดชืด ไม่ดราม่า ไม่หรรษา ไม่มีเนื้อเรื่องส่วนไหนดึงดูด นอกจากจะให้ตัวละครฉลาดๆ มาคุยกันในเรื่องที่คนธรรมดาไม่มีวันเข้าใจ แล้วก็เปลี่ยนฉากไปเรื่อยๆ อะไรที่ว่ามาก็ทำให้การแสดงของนักแสดงระดับท็อปอย่าง อีธาน ฮอว์ค จืดจางไปด้วย ส่วนด้านโปรดัคชั่นนั้นก็ถือว่ามาแปลก ชื่นชมในความกล้าที่จะใช้ฉากหลังเป็นโปรเจ็คเตอร์และรูปภาพพื้นหลัง ในหลายครั้งที่ตัวละครต้องเดินทางไกลไปหลากหลายที่ แต่นอกนั้นก็ไม่ได้หวือหวาอะไรมากมาย ส่วนมากเน้นถ่ายทำในห้องเล็กๆ ตามประสาหนังทุนต่ำ มากกว่าจะให้เห็นภาพของเมืองในอดีตทั้งเมือง...ใครเป็นคอหนังอัตชีวประวัติ อยากรู้เรื่องของเทสล่ามากขึ้น ไม่แคร์เนื้อเรื่องจืดชืดและงานโปรดัคชั่นทุนต่ำ เชิญชมในโรงภาพยนตร์ได้เลย!

วิจารณ์หนัง TESLA เทสลา คนล่าอนาคต Review by Bombo Aruzo


บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: