วิจารณ์หนัง Mother Gamer เกมเมอร์เกมแม่


ผู้กำกับภาพยนตร์: เสือ-ยรรยง คุรุอังกูร (2538 อัลเทอร์มาจีบ, App War แอปชนแอป)
ตัวอย่างภาพยนตร์ Mother Gamer เกมเมอร์เกมแม่


Mother Gamer เกมเมอร์เกมแม่ เป็นภาพยนตร์ที่จะเล่าเรื่องของ ‘เบญจมาศ’ ผู้เป็นทั้งแม่และครู เธอพยายามคุมเส้นทางชีวิตของลูกชาย ‘โอม’ เพื่อหวังให้สอบชิงทุนเรียนได้สำเร็จ แต่ความต้องการของเธอก็ถูกสั่นคลอน เมื่อเธอจับได้ว่าโอมเป็นนักกีฬาอีสปอร์ตในทีมดังของประเทศ และโอมกำลังจะลงแข่งเกมสำคัญเพื่อเป็นตัวแทนไปชิงแชมป์ระดับโลกวันเดียวกับการสอบชิงทุน เบญจมาศพยายามห้ามลูกไม่ให้แข่งแต่ก็ไม่ได้ผล เธอจึงหาทางสกัดกั้นโอมด้วยการยื่นข้อเสนอให้ กอบศักดิ์ อดีตโปรเพลเยอร์มาตั้งทีมอีสปอร์ตหน้าใหม่ชื่อ Ohmgaga แต่ก็มีเรื่องไม่คาดคิดเกิดขึ้นจนทำให้เธอต้องเข้ามาเป็นหนึ่งในผู้เล่นของทีม เบญจมาศจึงต้องฝึกฝนอย่างหนักเพื่อเผชิญหน้ากับลูกชายที่พยายามเลือกเส้นทางชีวิตตัวเอง

การเล่าเรื่องสำหรับเรื่องนี้เรียกว่าทำได้กลางๆ จนไปถึงเกือบจะดีครับ เพราะหนังมีสิ่งที่ต้องชื่นชมเลยก็คือการพยายามสร้างความเข้าใจให้กับผู้ใหญ่ว่าเด็กเล่นเกมทำไม และพวกเขาทำอะไรกันกับเกมได้บ้าง แม้จะมีความตื้นเขินและมองไม่รอบด้านไปบ้าง เพราะตัวหนังเองนำเสนอเน้นหลายมุมมากไปในเวลาที่จำกัด มีเนื้อหาทั้งเรื่องเกม เรื่องมุมของผู้ใหญ่ที่มองว่าเกมไม่ดี เรื่องความผูกพันธ์แม่ลูก ไปจนถึงความอินเลิฟระหว่างคู่เด็กมัธยม มันเลยทำให้ตัวหนังนั้นไปไม่สุดสักทาง ทั้งด้านการสร้างมุมมองดีๆ ให้กับเกม ไปจนถึงการเน้นอารมณ์ให้เรามีความรู้สึกมีความสุขหรือเศร้าไปกับตัวละคร และแย่ที่สุดสำหรับเรื่องนี้ก็คือการนำเสนอการเล่าเรื่องในฉากต่างๆ

การนำเสนอสำหรับเรื่องนี้นี่ต้องเกริ่นเก่อนว่าน่าชื่นชมในการพยายามสร้างความแตกต่าง พยายามสร้างความหวือหวาให้กับเรื่องครับ มีตั้งแต่การครอบวงกลมเพื่อเน้นที่หน้าคน การถ่ายสโลวโมชั่นเพื่อเน้นอารมณ์ในหลายฉาก การค่อยๆ เผยตัวอักษรขึ้นมาทีละตัวจนครบเป็นคำ และยังมีอีกหลายเทคนิคมานำเสนอ...แต่ก็เท่านั้น เพราะหลายๆ ทีผมรู้สึกว่าตัวหนังนั้นใช้เทคนิคเหล่านี้มากไป และใช้ไม่ถูกจุด ทำให้แทนที่เนื้อเรื่องจะสนุกขึ้นกลับแย่ลง น่าเบื่อยิ่งกว่าเดิม การนำเสนอในเรื่องนี้มันเหมือนเด็กที่ได้จับโปรแกรมพาวเวอร์พอยท์ครั้งแรกแล้วคิดว่าจะค่อยๆ ให้ตัวอักษรเรียงกันขึ้นมาเรื่อยๆ จนครบ (ผมเคยเป็น) ซึ่งโดยหลักการแล้วมันเป็นการนำเสนอที่เสียเวลามาก และจะทำให้คนดูรำคาญมากกว่าจะสนใจมากขึ้น หรือเปรียบเทียบอีกแบบมันก็คงเหมือนคนฝึกทำอาหารที่คิดว่าใส่เครื่องปรุงที่มีทุกอย่างลงไปแล้วอาหารไหนๆ ก็จะอร่อยขึ้น ทั้งๆ ที่ความจริงแล้วมันมีตัวแปรมากกว่านั้น (มาก)

    ยกตัวอย่างการนำเสนอที่ดูจะไม่ค่อยเข้าท่าที่สุดที่เรื่องนี้ใช้ ก็คือฉากจำพวกตัดเชือกชวนลุ้นในการแข่งเกมหลายฉาก เพราะเมื่อถึงเวลาสำคัญตัวหนังเองกลับเลือกนำเสนอโดยใช้การเปรียบเทียบ เอากอบศักดิ์มาตีกับโอมโดยใช้การต่อยกันจริงๆ เอาแม่มาตีกับลูกโดยใช้ความแฟนตาซีว่าตีกันด้วยอาวุธในเกม ทั้งๆ ที่ในโลกจริงมันคือการดวลหนึ่งต่อหนึ่งในเกม การนำเสนอแบบนี้มันทำให้ดูเป็นการทำลายความน่าสนใจของเกมไปโดยปริยาย และทำให้รู้สึกได้ว่าผู้แต่งเรื่องนั้นไม่ได้เข้าใจอย่างลึกซึ้งจริงๆ ว่ามืออาชีพด้านการเล่นเกมนั้นเขาวัดกันที่อะไรบ้าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการจับเวลาสกิล (ซึ่งเรื่องนี้นำเสนอ และทำได้ดี) การเข้าใจว่าในเวลาแต่ละนาทีนั้นควรจะได้ของอะไรบ้าง ควรจะเลเวลเท่าไหร่แล้ว การเข้าใจว่าสกิลแต่ละสกิลทำอะไรกับฮีโร่ตัวไหนได้ และมีวิธีไหนในการแก้ทางได้บ้าง รวมไปถึงความไวด้านประสาทสัมผัสของผู้เล่นแต่ละคนด้วย สิ่งเหล่านี้แหละที่ทำให้การแข่งขันมันดูสนุก มันคือการชิงไหวชิบพริบในทุกเสี้ยววินาที แต่เรื่องนี้กลับไม่กล้าพอที่จะนำเสนออะไรแบบนี้ อาจเพราะพวกเขากลัวคนดูไม่เข้าใจจนเกินเหตุ ซึ่งถึงอย่างนั้นผมก็เชื่อว่ามันมีวิธีเล่าเรื่องอยู่ อาจจะเสียเวลามากขึ้นสักสิบนาที แต่มันก็คุ้มที่จะทำให้เนื้อเรื่องดูสนุกและน่าสนใจมากขึ้น




การนำเสนอและโปรดัคชั่นถือว่ายอดเยี่ยม กล้าเล่น แปลกใหม่ แต่บางทีก็ใช้มากไป ดูน่ารำคาญอยู่


โปรดัคชั่นโดยภาพรวมนั้นถือว่าทำได้ยอดเยี่ยมมาก อันนี้ต้องชื่นชมจากใจจริง ถือว่าเป็นงานที่ใส่ใจไม่ต่างจาก App War ฉากหลายฉากนั้นมีความใส่ใจในงานสร้างสูง เพราะนอกจากการออกแบบห้องที่เป็นเอกลักษณ์แล้ว ตัวหนังเองยังเลือกใช้สีได้หลากหลายเพื่อสื่ออารมณ์ห้องของแต่ละคนหรือกลุ่มบุคคลที่แตกต่างกัน แถมการออกแบบที่โดดเด่นและหลากหลายได้ถูกนำมาใช้กับด้านเสื้อผ้าด้วย โดยเฉพาะกับเสื้อผ้าของทีม Higher หรือทีมของคุณลูกชาย ที่นำเสนอความเป็นทีมและความแข็งขันของพวกเขาได้อย่างดี และยังมีหลายฉากที่ทำออกมาได้ดี เลยทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้คู่ควรแก่การชมในโรงภาพยนตร์เพื่อเสพงานสร้างจ๊ะ

สรุปโดยภาพรวมแล้ว Mother Gamer เกมเมอร์เกมแม่ จึงเป็นภาพยนตร์ที่ทำออกมาได้เกือบดี ด้านเนื้อเรื่องนั้นถือว่าใช้ได้ด้วยความพยายามนำเสนอให้ผู้ใหญ่เข้าใจเด็กเล่นเกมและความสุขของมัน แต่ก็ยังมีความตื้นเขินหลายด้าน ด้านเนื้อหาเกมนั้นก็ถือว่าใช้ได้ จะแย่หน่อยตรงที่ตัวหนังนั้นเน้นอะไรหลายอย่างเกินไป ทั้งเรื่องความสัมพันธ์แม่ลูก เรื่องเกม เรื่องคู่รักวัยรุ่น มันทำให้การขยี้อารมณ์เรื่องในจุดสำคัญทำได้ไม่เต็มที่ น่าเสียดาย ส่วนด้านงานโปรดัคชั่นนั้นถือว่าทำได้สุดยอดไม่ต่างจาก App War หนังเองมีการใส่ใจในงานสร้างทุกฉาก จัดการเรื่องสีสันในฉากแต่ละฉากได้ดี ทำเรื่องเสื้อผ้าหน้าผมได้โดดเด่นมาก การนำเสนอนั้นก็หลากหลาย มีความกล้าเล่น น่าเสียดายที่บ่อยครั้งก็ใช้มากไป ทำให้น่ารำคาญมากกว่าจะทำให้ดูหนังสนุกขึ้น...ใครเป็นคอเกม RoV เข้าใจเกมตีป้อม สนใจหนังเชื่อมสายสัมพันธ์ระหว่างแม่ลูก อยากหาชมหนังไทยที่มีโปรดัคชั่นดีมากน่าชื่นชม เชิญชมในโรงภาพยนตร์เลยจ้า!


บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: