วิจารณ์หนัง มนต์รักดอกผักบุ้ง เลิกคุยทั้งอำเภอ


ผู้กำกับภาพยนตร์: เอกชัย ศรีวิชัย (เทริด, โนราห์)

ตัวอย่างภาพยนตร์ มนต์รักดอกผักบุ้ง เลิกคุยทั้งอำเภอ


มนต์รักดอกผักบุ้ง เลิกคุยทั้งอำเภอ เป็นภาพยนตร์รักเฮฮาที่จะเล่าเรื่องของ ดอกผักบุ้ง ลูกสาวคนสวยของพ่อบุญรอบ และมีน้องสาวตัวแสบคือ ตอเบา แม้ว่าสองพี่น้องจะเกิดมาในครอบครัวรำวงเวียนครก แต่สองพี่น้องกลับไม่ได้ชอบรำวงเวียนครกเหมือนผู้เป็นพ่อ เพราะหลักๆ แล้วความฝันของคนเป็นพี่สาวก็คือการได้เป็นนักร้องอินดี้ และนี่ยังไม่ใช่สิ่งเดียวที่ทำให้พ่อบุญรอบหนักใจ เพราะดอกผักบุ้งยังมีหนุ่มสุดหล่อให้เลือกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นแฟนหนุ่มสุดหล่อที่คบกันมานานแต่พ่อไม่ปลื้ม หนุ่มชาวอีสานลูกชายเพื่อนพ่อบุญรอบ และหนุ่มนักมวยกล้ามแน่น นั่นทำให้ชีวิตของเธอและน้องสาวเต็มไปด้วยเรื่องราวของครอบครัว ความฝัน และความรัก

การเล่าเรื่องสำหรับเรื่องนี้ต้องแบ่งเป็นส่วนๆ ครับ เพราะในครึ่งเรื่องแรกนั้นเข้าใกล้คำว่าไร้แก่นสารหาดีแทบไม่ได้ เต็มไปด้วยเรื่องราวที่ไม่จำเป็นต้องเล่า ตัวละครบางตัวที่ไม่ต้องมีก็ได้ บทพูดบางบทที่ไม่ได้ช่วยให้เข้าใจเนื้อหาเรื่องมากขึ้น และพยายามยัดมุขตลกกับความเฮฮาไว้มากมายหลายฉากแต่กลายเป็นว่ามันไม่ทำงานดังหวัง ถ้าไม่ใช่มุขซ้ำไม่สร้างสรรค์ที่เล่นกันมาเป็นสิบปีแล้วก็เป็นมุขเหยียดรูปลักษณ์คนอื่น เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในบทภาพยนตร์ไทยที่น่าผิดหวังอย่างมากแบบไม่น่าให้อภัย ยิ่งพ่วงไปกับการจัดการหรือคุมนักแสดง (หรือไม่ก็ฝีมือนักแสดงหลายคน) ที่ไม่ดีก็ยิ่งทำให้เนื้อเรื่องเต็มไปด้วยอารมณ์ที่ประหลาด ดูแล้วปวดหูมากกว่าหรรษา นักแสดงประกอบหลายคนก็เหมือนโดนจ้างให้เข้ามาเล่นมุขทิ้งๆ ขว้างๆ ในหนังแล้วก็จากไปโดยไม่มีแก่นสารใดๆ มีเพียงพี่หม่ำคนเดียวที่เป็นมืออาชีพมากพอจะรู้ว่าตัวเองควรจะทำอะไร และก็มีเพียงพี่หม่ำเองคนเดียวที่แบกเรื่องไว้ได้ด้วยประสบการณ์และความลื่นไหลด้านมุขตลกของแก คนที่เหลือคือเหมือนมาอยู่ในเรื่องฝืนๆ เพราะตัวบทที่ไม่ดีก็บังคับให้นักแสดงแทบทุกคนทำอะไรไม่เข้าท่าทั้งนั้นแหละ
    
ถึงอย่างนั้นด้านเนื้อเรื่องก็ยังพอมีจุดดีบ้าง เพราะมันจะมีช่วงจริงจังหลังผ่านกลางเรื่องไป ช่วงนี้จะเป็นอารมณ์อีกแบบ และนำเสนอได้ดีถึงใจเลย แม้จะน่าเสียดายนิดหน่อยตรงที่ปัญหาบางอย่างในเรื่องนั้นถูกเฉลยและคลี่คลายได้ด้วยวิธีการที่ค่อนข้างเชย แต่ท้ายที่สุดอารมณ์ทิ้งค้างไว้ก็ไม่ธรรมดา และพอจะทำให้รู้สึกดีขึ้นมานิดนึงว่าอย่างน้อยๆ ภาพยนตร์เรื่องนี้ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีอะไรดีเลยซะทีเดียว
แต่ที่แย่แน่ๆ แย่แบบไม่น่าให้อภัยเลยก็คือการทำซับไทยภาคกลางในเรื่องนี้ครับ คือโดยพื้นฐานแล้วต้องเข้าใจก่อนเลยว่าภาพยนตร์นั้นนำเสนอถึง 3 ภาษา โดยใช้ภาษาใต้และภาษากลางเป็นหลัก และมีภาษาอีสานของตัวละครที่นักร้องหนุ่มอีสาน เต้ย อภิวัฒน์ เล่นเพิ่มเข้ามาอีก การมีซับภาษากลางให้ตลอดทั้งเรื่องจึงจำเป็นมาก แต่กลายเป็นว่าเรื่องนี้กลับแปลภาษาถิ่นแบบขาดๆ หายๆ โดยเฉพาะกับคนที่พูดไม่รู้เรื่องที่สุดกลับไม่ยอมใส่ซับลงไป มันทำให้ผมหัวเสียมากๆ ยิ่งผสมกับตัวบทที่มักเล่นอะไรไม่เข้าท่าอยู่แล้วก็ยิ่งเละเทะเข้าไปใหญ่ ส่วนนี่แหละคือปัญหาที่สุดแล้วยิ่งกว่าเรื่องเล่าซะอีก มันคือปัญหาของความไม่ใส่ใจเลยก็ว่าได้


โปรดัคชั่นโดยภาพรวมสำหรับเรื่องนี้คือดีมากๆ ครับ รับประกันเลยว่าเป็นงานสร้างที่ใส่ใจทุกองค์ประกอบด้านโปรดัคชั่นมาก ไม่ใช่หนังไทยดาดๆ ที่สร้างขึ้นมาเพื่อกินเงินคนดูไปวันๆ แน่นอน มีภาพที่ใสสะอาด สีสันสดใส เข้ากับการจัดการเรื่องของเสื้อผ้าหน้าผมของนักแสดงภายในเรื่อง นำเสนอความสวยงามของเมืองในภาคใต้ได้อย่างดี และด้านเสียงประกอบที่ทำได้ตามมาตรฐาน แม้ว่าบางทีเสียงตบมุขอาจจะน่ารำคาญไปบ้าง แต่ก็คงต้องมีอยู่เพื่อช่วยมุขแป๊กที่ไม่ค่อยเข้าทีหลายมุข

ด้านเพลงประกอบที่แน่นอนว่าแทบทั้งหมดนั้นเป็นเพลงดังอยู่แล้วก็ถูกคัดสรรลงมาได้อย่างพอเหมาะพอเจาะ อาจมีปัญหาบ้างที่ฉากบางฉากก็ทำออกมาเวอร์เกินและไม่เหมาะกับตัวเพลงและบริบทของเรื่องเล่าในตอนนั้น แต่มันก็ยังมีเพลงดีๆ ที่ลงถูกที่ถูกทางแล้วทำให้เราอินไปกับช่วงอารมณ์นั้นๆ ได้ดี โดยเฉพาะกับเพลงเศร้าและเพลงอกหักทั้งหลายนั้นจะลงมาถูกจุดมาก ราวกับว่าจริงๆ แล้วพี่เอกชัยเองอาจเหมาะกับการกำกับหนังซึ้งเศร้ามากกว่าหนังตลกเฮฮาก็เป็นได้

สรุปโดยภาพรวมแล้ว มนต์รักดอกผักบุ้ง เลิกคุยทั้งอำเภอ จึงเป็นภาพยนตร์ไทยเฮฮาที่ทำออกมาได้กลางๆ ชั่วโมงแรกนั้นแย่มากๆ ด้วยเนื้อเรื่องที่ไม่มีแก่นสาร หาความต่อเนื่องไม่ค่อยได้ แถมมุขตลกก็ยังจืดจาง ไม่เข้าท่า ไม่ลื่นไหล เป็นมุขเก่าสมัยสิบปีที่แล้วที่ล้าหลังจนไม่คิดว่าจะยังมีโอกาสได้เห็นในโรงภาพยนตร์ แต่ช่วงหลังเรื่องนั้นทำได้ในระดับที่ค่อนข้างดี นำเสนออารมณ์ได้อย่างถึงใจ ช่วงซึ้งของเรื่องถือว่าไม่ธรรมดา แม้จุดพลิกผันเรื่องและจุดเฉลยจะเชยไปนิดก็ตาม นักแสดงแต่ละคนเล่นได้กลางๆ เพราะภาพรวมของตัวบทและการกระทำนั้นไม่เป็นธรรมชาติสักเท่าไหร่ งานโปรดัคชั่นถือว่าทำได้อย่างยอดเยี่ยม เป็นงานที่ใส่ใจในการถ่ายทำ ใส่ใจเรื่องเสียงและเพลงประกอบ ที่ไม่ว่าจะทำออกมาใหม่หรือคัดเลือกจากเพลงดังมาประกอบหนังได้อย่างเหมาะสม...หากใครจริงจังกับเนื้อเรื่องและความสดใหม่ ผมไม่แนะนำเท่าไหร่ แต่หากใครเป็นคอเพลงของบรรดานักแสดงนำภายในเรื่อง อยากหาหนังดูเพลินๆ คลอด้วยเพลงประกอบดังๆ ของท้องถิ่น เชิญชมในโรงภาพยนตร์ได้เลย!

Review by Bombo Aruzo


บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: