วิจารณ์หนัง Da 5 Bloods 5 เลือดอหังการ


ภาพยนตร์เน็ตฟลิกซ์ (Netflix) กำกับภาพยนตร์โดย: Spike Lee (Do the Right Thing, Malcolm X, 25th Hour, Inside Man, Chi-Raq)


ตัวอย่างภาพยนตร์ Da 5 Bloods 5 เลือดอหังการ



Da 5 Bloods 5 เลือดอหังการ เป็นภาพยนตร์เน็ตฟลิกซ์ที่จะเล่าเรื่องราวของทหารผ่านศึกชาวแอฟริกันอเมริกัน 4 คน โอทิส เอ็ดดี้ เมลวิน พอล และลูกชายของพอล ที่เดินทางกลับมาเวียดนามเพื่อหาศพของหัวหน้าหน่วยสมัยสงครามเวียดนาม และสมบัติอันเป็นทองคำล้ำค่าที่ช่วยกันฝังไว้ในสมัยนั้น ก่อนที่จะต้องเผชิญหน้ากับทั้งคนรวมไปถึงสิ่งเลวร้ายต่างๆ อันเป็นผลมาจากสงครามเวียดนาม

การเล่าเรื่องสำหรับเรื่องนี้คือเป็นภาพยนตร์โร้ดทริปที่พาเราไปท่องเที่ยวเวียดนามในปัจจุบัน (ซึ่งหลายส่วนถ่ายในไทย) ว่าปัจจุบันเป็นยังไง ก่อนจะเล่าย้อนกลับไปว่าอดีตเคยเป็นแบบไหนผสมปนเปกันไป เป็นเรื่องเล่าที่เอาเรื่องจริงเหตุการณ์จริงในช่วงสงครามเวียดนามหลายเรื่องมาผสมปนเปกันครับ ทำให้เรายิ่งสามารถเข้าถึงและเข้าใจอารมณ์ภาพรวมของเรื่องสงครามได้ ขณะเดียวกันนี่เป็นภาพยนตร์ที่ยอดเยี่ยมที่นำเสนอมุมมองที่หลากหลายมากกว่าหนังสงครามเวียดนามทั่วไปที่มักกล่าวถึงแค่สงคราม แต่เรื่องนี้กล่าวถึงเนื้อเรื่องทั้งสองฝั่ง เพราะในขณะที่สงครามเวียดนามเกิดขึ้น ก็มีสงครามการต่อสู้เกิดขึ้นในฝั่งของอเมริกาเหมือนกัน เป็นหนังสงครามที่เจาะประเด็นเรื่องสงครามได้อย่างเจ็บปวด เพราะมันไม่ใช่แค่เจ็บปวดในช่วงเวลานั้น แม้ในปัจจุบันสงครามมันก็ยังทิ้งความเจ็บปวดไว้อยู่ แม้แต่คนรุ่นหลังก็ต้องมาคอยแบกรับความเจ็บปวดที่ถูกส่งต่อกันมานี้ด้วย ขณะที่สงครามจบไปแล้วแต่สิ่งที่ทิ้งไว้ก็ไม่เคยจางหายไปไหน ปัญหาหลายอย่างที่มีในปัจจุบันล้วนเกิดขึ้นจากการกระทำในยุคก่อนทั้งนั้น และไม่ว่าจะอยู่ฝ่ายไหน จะเป็นคนอเมริกัน (โดยเฉพาะทหารผิวสี) หรือเป็นคนเวียดนาม ต่างก็ต้องรับเคราะห์กรรมกันไปหมด แม้จะผ่านมากว่าห้าสิบปีแล้ว แต่ก็ยังมีคนเจ็บปวดและไม่เคยลืมเหตุการณ์ฝันร้ายในอดีตอยู่

และสิ่งสำคัญที่สุดคือภาพยนตร์เรื่องนี้มาถูกเวลามาก เพราะช่วงนี้การประท้วงเรื่องของคนผิวสีนั้นกำลังลุกลามไปทั่วโลก และภาพยนตร์เรื่องนี้เองก็เน้นกล่าวถึงเรื่องคนผิวสีและการต่อสู้ที่มีมาอย่างยาวนานเหมือนกันด้วย ภาพยนตร์เรื่องนี้ก็เลยจะดูกลายเป็นส่วนหนึ่งของการเรียกร้องสิทธิของคนผิวสีไปโดยปริยาย และผมกล้าพูดได้ว่านี่ก็เป็นตัวแทนได้ค่อนข้างดี ที่ใส่ใจประเด็นเรื่องของสงครามกับเรื่องของคนผิวสีและการแบ่งแยกก็ให้สำคัญพอๆ กันได้อย่างดีเยี่ยม สมบูรณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อผสมโรงเข้ากับการแสดงอันดีเยี่ยมของทีมนักแสดงนำแล้ว มันก็ทำให้เรารู้สึกได้เลยว่าอาการหลอนจากเรื่องราวความเจ็บปวดในอดีต (ประมาณ PTSD) นั้นมันเป็นยังไง มันคงจะเปลี่ยนคุณและทำคุณหลอนไปจนวันตายได้เลย
    
ส่วนด้านความบันเทิงโดยภาพรวมก็ทำออกมาได้ค่อนข้างดี ต้องบอกก่อนว่านี่เป็นหนังดราม่ามากกว่าหนังตลกเฮฮา แน่นอนว่ามันพอมีอารมณ์ยิ้มดูสนุกบ้าง แต่นั่นไม่ใช่อารมณ์หลักของเรื่องเลย ภาพยนตร์ทั้งเรื่องเต็มไปด้วยอารมณ์เจ็บปวดขมขื่นรวดร้าว ไม่ว่าตัวละครไหนต่างก็เจอผลกระทบจากสงครามมาก่อนอย่างที่กล่าวไป ส่วนด้านฉากแอ็คชั่นนั้นก็ยังพอมีบ้าง มีระเบิด มีฉากยิงกันเละเทะ เท่าที่ควรจะมี ไม่ได้มีเพื่อเน้นขายแอ็คชั่น และมันมีฉากแบบนั้นน้อยเมื่อเทียบกับเรื่องราวของกลุ่มชายแก่และวัยรุ่นหลายชนชาติที่มารวมตัวกันยังพื้นที่ๆ อดีตเคยมีสงคราม และรำลึกความหลังอันแสนเจ็บปวดไปด้วยกัน หนังเน้นความดราม่ามากจริงๆ

โปรดัคชั่นโดยภาพรวมสำหรับเรื่องนี้คือดีงามมาก ยิ่งพอได้ทราบว่าภาพยนตร์เรื่องนี้เขาใช้ทีมโปรดัคชั่นภายในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของเราร่วมสร้างด้วย ก็ยิ่งทำให้รู้สึกว่าคุณภาพทีมงานและการจัดการของพวกเราก็ไม่ได้แตกต่างกันเท่าไหร่นัก มันดีจริงๆ ภาพยนตร์สามารถนำเสนอเรื่องราวระหว่างยุคสงครามเวียดนามและยุคปัจจุบันผ่านเสื้อผ้าหน้าผมและการตกแต่งฉากได้อย่างดีเยี่ยม มีฉากวิชวลเอฟเฟ็คช่วยบ้างและทำได้ค่อนข้างดี เสียดายแค่ว่าตอนคนโดนยิงเลือดสาดนั้นมันดูปลอมแบบมือสมัครเล่นไปหน่อย แต่ฉากที่โหดกว่านั้นก็ยังทำได้ดีงามอยู่ น่าชื่นชม

สรุปโดยภาพรวมแล้ว Da 5 Bloods 5 เลือดอหังการ จึงเป็นภาพยนตร์ดราม่าที่ผสมทั้งเรื่องสงครามประวัติศาสตร์ได้อย่างลงตัว สามารถนำเสนอสงครามเวียดนามในมุมมองที่กว้างกว่าหนังเรื่องอื่นได้ เพราะนอกจากจะกล่าวถึงเรื่องสงครามแล้วก็ยังกล่าวถึงประวัติศาสตร์ของฝั่งอเมริกาในยุคนั้น รวมไปถึงการต่อสู้เพื่อชาวผิวสีที่มีมาอย่างยาวนานจนถึงปัจจุบัน และสามารถ่ายทอดปัญหาของสงครามนั้นที่มันก็ยังคงอยู่ ไม่ได้หายไปไหนเลย ไม่ว่ากับคนรุ่นก่อนหน้าหรือรุ่นปัจจุบัน การแสดงของนักแสดงทุกคนดีมาก ทำให้เรารับรู้อารมณ์หลอน PTSD ของทหารผ่านศึกได้ โปรดัคชั่นโดยภาพรวมของเรื่องนี้ก็ยิ่งดีมาก เป็นหนังอีกเรื่องที่ถ่ายทำในไทยให้เป็นต่างประเทศ (เรื่องนี้คือเวียดนาม) ได้อย่างดีเยี่ยม ใส่ใจทุกคุณภาพ โดยเฉพาะเรื่องฉากและเสื้อผ้าหน้าผมตั้งแต่ยุคสมัยสงครามเวียดนามจนถึงปัจจุบัน...ใครเป็นคอหนังสงคราม ชอบหนังที่กล้าเล่นประเด็นแรงๆ อย่างเรื่องสิทธิ เรื่องการเมือง สงคราม และโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเรื่องคนผิวสี เชิญชมในเน็ตฟลิกซ์ตอนนี้ได้เลย แนะนำอย่างยิ่ง!!!

Review by Bombo Aruzo


บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: