The Forest of Love - Deep Cut เสียงเพรียกในป่ามืด เดอะ ซีรีส์



ซีรีส์เน็ตฟลิกซ์ (Netflix) กำกับผลงานโดย: ชิออน โซโนะ ‘Sion Sono’ (Suicide Club, Love Exposure, Himizu, Cold Fish, TAG)

ตัวอย่างซีรีส์ The Forest of Love - Deep Cut เสียงเพรียกในป่ามืด เดอะ ซีรีส์


The Forest of Love - Deep Cut เสียงเพรียกในป่ามืด เดอะ ซีรีส์ เป็นซีรีส์อาชญากรรมจากญี่ปุ่นที่บอกเล่าเรื่องราวที่ได้แรงบันดาลใจมาจากฆาตกรต่อเนื่องของญี่ปุ่น ฟูโทชิ มัตสึนา
ะ ซึ่งก่อคดีฆาตกรรมในช่วง 1980 และต่อเนื่องหลังจากนั้นอีกสิบปี โดยเรื่องราวจะเกี่ยวข้องกับตัวฆาตกรและผู้เกี่ยวข้อง สาวหลายคนที่ตกหลุมพรางของฆาตกร ครอบครัวของพวกเธอ และทีมถ่ายทำหนังอินดี้ ที่ต้องมาพัวพันกันด้วยสาเหตุบางอย่าง

การนำเสนอเรื่องสำหรับเรื่องนี้นี่เอาจริงๆ แล้วชวนให้นึกถึงหนังเรื่อง Cold Fish ของผู้กำกับโซโนะคนดีคนเดิมที่ทำเรื่องนี้แหละครับ มีวิธีการเล่าเรื่องแทบจะเหมือนกันหมด อารมณ์เรื่องก็เหมือน การแสดงก็เหมือน ลูกบ้าต่างๆ รวมไปถึงฉากโป๊เปลือยและฉากโหดร้ายฆ่ากันหั่นเนื้อแบบถึงพริกถึงขิงก็ด้วย ซึ่งพอกล่าวถึงเรื่องความโหดนี่ก็เลยต้องเตือนก่อนเลยว่าเรตซีรีส์เรื่องนี้ถ้านับเป็นบ้านเราก็คือผมให้ ฉ.ฉิ่ง ฟ้าผ่า เลยนะครับ หรือจริงๆ ก็คือถ้าไม่ใช่ทางสตรีมมิ่งอย่างเน็ตฟลิกซ์นี่ไม่มีทางหาชมในไทยได้แน่ นี่เป็นซีรีส์ที่ไม่ว่าใครก็ตามก็ควรใช้วิจารณญาณในการชมอย่างหนัก เพราะค่อนข้างเป็นซีรีส์ที่มีความโหดแบบเฉพาะทางสูงมาก

ด้านเนื้อหาเรื่องนี่ผมลองไปเช็คเรื่องจริงของฆาตกรที่เป็นแรงบันดาลใจให้เรื่องนี้มาแล้ว ส่วนตัวบอกได้เลยว่าซีรีส์ได้รับแรงบันดาลใจจริงครับ มีหลายฉากในเรื่องนี้ที่ตัวร้ายทำเหมือนที่ฆาตกรตัวจริงทำ แต่เรื่องเล่าจะใช้วิธีแบบโยงไขว้กันไปมา สลับเวลาในแต่ละปีกลับไปกลับมา สับเปลี่ยนรายละเอียดหลายอย่าง ไม่ได้สร้างให้สมจริงเป็นอัตชีวประวัติอะไร เป็นเหมือนหนังเควนตินที่ชอบเอาประวัติศาสตร์มายำใหม่ มีตัวละครใหม่ๆ เข้ามาพัวพัน ทำให้เกิดเรื่องชวนหัวสุดป่วนขึ้นอีกมากมาย มากกว่าจะเน้นไปที่ความหลอนสยองจิตตก แต่เน้นลูกบ้าด้วยอย่างที่กล่าวไปก่อนหน้านี้

ส่วนเรื่องประเด็นเรื่อง เอาจริงๆ แล้วเมื่อผมดูจนจบผมก็ยังไม่เข้าใจครับ ฮ่าๆ คือสำหรับผมซีรีส์เรื่องนี้คือการนำเสนอประสบการณ์แปลกใหม่และเป็นเรื่องเล่าเรื่องแบบเพียวๆ จริงๆ แบบที่อยากทำอะไรก็ทำ จะมีการใส่นู่นใส่นี่มาเต็ม กระโดดโลดเต้นบ้าพลัง มีการใส่ฉากโหดแบบไม่แคร์โลก ไม่แคร์ลูกหลานและคนจิตอ่อน มันดูไม่มีประเด็นอะไรเลย หรือหากพยายามหาประเด็นของเรื่องจริงๆ บางทีก็อาจเป็น ‘การก้าวผ่านความเจ็บปวดในอดีต’ อาจเป็นข้อความที่ว่า ‘ปลาใหญ่กินปลาเล็กเสมอ’ หรืออาจเป็น ‘การมองคนที่ต้องดูให้ลึกกว่าที่มองเห็นภายนอก’ คือมันเป็นไปได้หมดเลย เพราะประเด็นเรื่องมันดูกระจัดกระจาย พยายามหาให้จบในประโยคเดียวได้ยากมาก

เอาเข้าจริงแล้วสิ่งที่ผมจะบอกใครๆ ที่อยากลองชมเรื่องนี้ก็คือให้ถือว่านี่เป็นการเปิดใจรับสิ่งใหม่ๆ ไป มันคือการได้มาฟังมาชมเรื่องเล่าบ้าๆ ปนสยองขวัญเรื่องนึง เหมือนกำลังนั่งฟังเรื่องเล่าผีในวิทยุ หรืออ่านเรื่องฆาตกรโหดอยู่สักเรื่อง เป็นประสบการณ์ใหม่แบบที่นานๆ ทีในชีวิตจะเจอ แค่นั้นพอ ส่วนเรื่องประเด็นนั้นจับได้ก็ดี จับไม่ได้ก็ช่างมันครับ อย่าไปซีเรียสมาก ฮ่าๆ

และเผื่อใครไม่ทราบ จริงๆ ซีรีส์นี้ก็คือภาพยนตร์เรื่อง The Forest of Love หรือ เสียงเพรียกในป่ามืด ที่เอามาขยายยาวจนกลายเป็นซีรีส์แหละครับ ส่วนตัวยังไม่ได้ดูเวอร์ชั่นภาพยนตร์ แต่ตอนผมดูฉบับซีรีส์จบก็แอบไปกดเลื่อนๆ ดูเวอร์ชั่นภาพยนตร์นิดหน่อย ก็พบว่าจริงๆ แล้วตัวภาพยนตร์กับซีรีส์เองนั้นมีแทบทุกฉากไม่ต่างกันครับ ที่ต่างกันก็คือตัวฉบับภาพยนตร์นั้นแต่ละฉากจะตัดให้สั้นลง บทพูดน้อยลง มีฉากความสัมพันธ์ของสาวๆ สมัยเป็นนักเรียนมอปลายน้อยกว่าครับ และในขณะที่ตัวหนังนั้นจะเน้นที่ตัวฆาตกรมากกว่า ฉบับซีรีส์นั้นดูเน้นเรื่องราวของสาวๆ ที่มีปัญหาชีวิตมาตั้งแต่มัธยมปลายมากกว่า...คือถ้าถามผมว่าควรดูฉบับไหน ผมแนะนำให้ชมเวอร์ชั่นซีรีส์เลยครับ จัดเต็มทุกเนื้อหาและรายละเอียดกันไป!

การแสดงสำหรับเรื่องนี้คือสุดยอดครับ ชื่นชมนักแสดงทุกคนที่เล่นบทบ้าๆ บอๆ ออกมาได้ดีมาก ทำให้เนื้อเรื่องลื่นไหล นักแสดงนำชายของเรื่องที่เล่นเป็นแมงดาเกาะผู้หญิงคือเล่นได้สุดโต่ง ทั้งบ้าพลัง ทั้งไหลลื่นไปเรื่อย คนอื่นๆ ก็ทำได้ดีไม่แพ้กัน แต่ที่ต้องยกเครดิตให้ก็คือนักแสดงนำสาวทุกคนในเรื่อง คือรู้สึกว่าทุกคนกล้าเล่นกล้าเปลืองตัวมาก ต้องการฉากโป๊เปลือยก็จัดให้ แปลงโฉมตัวเองในแต่ละฉากอย่างที่ผู้กำกับต้องการได้ ไหนจะกล้าเล่นฉากชวนอ้วกหรือฉากโหดๆ ทั้งหลายอีก คือเรื่องการคุมการแสดงนี่อาจจะต้องมองว่าเป็นมาตรฐานที่โซโนะมักทำอย่างนี้ได้ดีกับทุกเรื่องก็ได้ เรื่องนี้ก็อยู่ในระดับที่ดีเช่นเดิมเหมือนกัน



ลูกบ้าและการแสดงคือจุดเด่นของเรื่อง เห็นแค่ภาพคงไม่เข้าใจ งานนี้ต้องลองชมดู!


การตัดต่อสำหรับเรื่องนี้เป็นอีกสิ่งที่โดดเด่นจนน่ากล่าวถึง ต้องให้เครดิตหน่อยเพราะคนตัดต่อก็คือผู้กำกับอย่างเฮียโซโนะเองเลยครับ วิธีการใดที่ช่วยเล่าเรื่องได้นี่คือเฮียจัดมาหมด คือนอกจากการพยายามตัดสลับเล่าเรื่องเหตุการณ์ในแต่ละปีแบบกลับไปกลับมาแล้ว ในแต่ละฉากเองตัวซีรีส์ก็ยังมีการเสริมเทคนิคมือสมัครเล่นต่างๆ เพื่อช่วยเล่าเรื่องให้ดูมีสีสันมากขึ้น ไล่ไปตั้งแต่การใส่ตัวหนังสือตัวโตๆ เพื่อช่วยเล่าเรื่อง การนึกจะใส่ไตเติ้ลที่มีชื่อเรื่องและชื่อนักแสดงตรงไหนในเรื่องก็ใส่ ใส่ต้นตอน กลางตอน หรือแม้แต่ไปใส่เอาตอนท้ายตอนก็มี รวมไปถึงการใส่เสียงก๊อกแก๊กตอนตัดช็อตเข้าไป ยิ่งทำให้ตัวซีรีส์เองมีมุมขำแบบประหลาดๆ เกิดขึ้น ดูเป็นความตั้งใจและกล้าเล่นดี ชวนให้นึกถึงฉากโยงเส้นประจากค้อนหาหัวคนใน Old Boy มาก
    
งานภาพสำหรับเรื่องนี้จริงๆ จะเรียกภาพแบบนี้ว่าเป็นสไตล์แบบที่ผู้กำกับญี่ปุ่นหลายคนชอบใช้ก็ได้ จะเด่นเรื่องแสงและสีที่ใช้ในฉากก่อนเลย เพราะนอกจากเรื่องของภาพแบบฟิล์มลุคแล้ว สิ่งที่ซีรีส์ใช้นำเสนอในฉากภายในทุกฉากคือสีของแสงแบบจัดเต็ม แม้แต่ในตัวบ้านเองก็ยังอุตส่าห์มีแสงสีรุ้งธรรมชาติส่องลงมาในบ้านได้ เป็นสไตล์แสงสีที่จัดจ้านมาก นานๆ ทีจะเจออะไรแบบนี้จริงๆ ผสมเข้ากับมุมกล้องเหวี่ยงๆ เหมือนกำลังดูสารคดีอยู่ ก็ยิ่งทำให้เหมือนเข้าไปอยู่ในโลกใหม่ เป็นความสมจริงที่ประหลาด เป็นประสบการณ์ใหม่อย่างที่กล่าวไว้จริงๆ

โปรดัคชั่นโดยภาพรวมสำหรับเรื่องนี้นี่ก็ชมว่าทำได้ดีมากครับ คือนอกจากเรื่องภาพที่สร้างความโดดเด่นให้กับเรื่องเล่าแล้ว อีกเรื่องหนึ่งที่ไม่ค่อยน่าอภิรมย์เท่าไหร่แต่ก็ต้องชื่นชมก็คือการสร้างเนื้อและอวัยวะภายในคนให้สมจริงนี่แหละครับ เรื่องนี้ทำออกมาได้ดีแบบน่ากลัวมากๆ แบบเดียวกันกับที่เคยทำในหนัง Cold Fish อีกนั่นแหละ ผมคงไม่เจาะลึกมากมาย เอาเป็นว่าทำได้ดีทุกชิ้นส่วนเลยละกัน ดีแบบเห็นแล้วติดภาพจนรู้สึกหลอน ใครขวัญอ่อนอาจกินข้าวมื้อต่อไปไม่ลงเลยทีเดียว ยิ่งตัวซีรีส์ชอบเน้นภาพและไม่คิดจะปล่อยผ่านฉากโหดๆ ให้จบไปได้ง่ายๆ ก็ยิ่งทำให้ยิ่งดูแล้วยิ่งทรมานเข้าไปอีก และก็ยังต้องชื่นชมไปถึงคนที่ดูแลเรื่องเสื้อผ้าหน้าผมของตัวละคร ที่ทำให้ตัวละครแต่ละตัวมีความน่าจดจำ นำเสนอนิสัยได้ชัด จำได้ง่าย  และชื่นชมทีมงานที่ทำแผลเป็นต่างๆ อีก สุดๆ

สรุปโดยภาพรวมแล้ว The Forest of Love - Deep Cut เสียงเพรียกในป่ามืด เดอะ ซีรีส์ จึงเป็นซีรีส์อาชญากรรมที่ทำออกมาได้ในระดับที่ดี ซึ่งความดีนี้คืออยู่ในแง่ของหนังแบบผู้กำกับโซโนะ เป็นซีรีส์ที่เต็มไปด้วยตัวละครบ้าๆ บอๆ การแสดงที่เหมือนจะสมจริงแต่ก็เต็มไปด้วยการกระทำและคำพูดประหลาดๆ ดูเหมือนซีรีส์เองจะมีประเด็นเรื่องที่ต้องการสื่อ แต่ก็ต้องใช้เวลาอย่างหนักในการทำความเข้าใจมัน (หรือเอาเข้าจริงผู้กำกับก็แค่อยากทำอะไรก็ทำด้วยซ้ำ) และมักจะจัดเต็มเรื่องฉากโป๊เปลือย ฉากโหดหั่นศพเลือดสาดเต็มตัวเต็มห้อง ชิ้นเนื้อกระจายทั่วห้องเต็มไปหมด ตัดต่อดี การแสดงดี งานโปรดัคชั่นเรื่องนี้ก็อยู่ในระดับที่ค่อนข้างดี มีวิธีการถ่ายภาพให้ได้อารมณ์ฟิล์มลุคของเรื่อง มีวิธีการเล่นสีสันในห้องที่ทั้งจัดจ้านและเน้นอารมณ์มากกว่าความสมจริง และบรรดาส่วนชิ้นเนื้อต่างๆ ของมนุษย์ในฉากโหดนั้นก็ทำออกมาซะสมจริงจนน่ากลัวมาก ขนลุกสุดๆ...ใครเป็นคอหนังหรือซีรีส์อาชญากรรมแบบจัดเต็ม ดูหนังโหดหั่นเนื้อเลือดสาดแบบถึงพริกถึงขิงได้ เต็มไปด้วยตัวละครที่เอาแต่ทำเรื่องโหดร้ายต่อกัน และมีแต่ตัวละครบ้าๆ บ๊องๆ เป็นเรื่องเล่าที่เน้นลูกบ้าแบบถึงใจอยากทำอะไรก็ทำ เชิญชมเน็ตฟลิกซ์ได้เลย!

Review by Bombo Aruzo



บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: