All the Bright Places แสงแห่งหวังที่ทุกฝั่งฟ้า

ภาพยนตร์เน็ตฟลิกซ์ (Netflix) กำกับผลงานโดย: Brett Haley (I’ll See You in My Dreams, The Hero, Hearts Beat Loud)



All the Bright Places แสงแห่งหวังที่ทุกฝั่งฟ้า เป็นภาพยนตร์รักดราม่าวัยรุ่นที่ดัดแปลงมาจากนิยายชื่อเดียวกัน เล่าเรื่องเกี่ยวกับเด็กหนุ่มนามว่า ‘ฟินช์’ ที่บังเอิญพบกับ ‘ไวโอเล็ต’ โดยบังเอิญ เธอคือเด็กสาวห้องเรียนเดียวกันที่ยืนอยู่ริมสะพานสูงชันคล้ายจะปลิดชีพตัวเอง อาจจะเพราะความเจ็บปวดที่ได้รับในชีวิตเหมือนๆ กันจึงทำให้ฟินช์เริ่มเดินหน้ารุกและจีบไวโอเล็ตเลย บังเอิญพอดีที่อาจารย์สั่งให้มีการจับคู่ไปเที่ยวสถานที่ต่างๆ ในอินเดียน่าเพื่อบอกเล่าความสวยงามของมัน พวกเขาจึงตัดสินใจเดินทางไปร่วมกัน และในขณะที่ไวโอเล็ตเริ่มหายจากอาการเจ็บปวดทางใจ เธอก็เริ่มค้นพบว่าฟินช์มีอาการทางจิตบางอย่างมานาน เป็นอาการที่ทำให้เขาไม่อยู่กับร่องกับรอย ทำให้ทั้งคู่จำเป็นจะต้องฝ่าฟันปัญหาด้านจิตใจนี้ไปพร้อมๆ กัน

การเล่าเรื่องสำหรับเรื่องนี้ต้องชื่นชมเลยครับว่านี่เปรียบเป็นบทกวีปัญหาชีวิตวัยรุ่นที่สวยงามมากๆ ในแง่ของการพยายามถ่ายทอดมุมมองของชีวิต และดูแล้วก็คงไม่แปลกเมื่อได้ทราบว่านี่เป็นภาพยนตร์จากนิยายอีกเรื่อง เพราะบทเรื่องนี้ดัดแปลงและขีดเขียนถ่ายทอดออกมาได้อย่างดี เป็นหนังรักสุขซึ้ง มีครบรสทุกอารมณ์ นำเสนอช่วงชีวิตที่มีทั้งจุดสุขที่สุดและจุดตกต่ำได้อย่างเป็นธรรมชาติ พาเราไปเห็นช่วงเวลาชีวิตของบางคนที่บางทีตัวเราเองก็อาจไม่เคยจะต้องประสบ โดยเฉพาะกับปัญหาเรื่องสภาพจิตใจ อาการจิตตก แปรปรวน กังวล ซึมเศร้า ที่คนรอบข้างก็มักจะมองข้ามเสมอ และมักจะปล่อยให้ทุกห้วงอารมณ์แย่ๆ ของทุกคนที่เรารู้จักมันผ่านไปเอง โดยมองว่าเป็นเรื่องปกติ ตัวหนังเองพยายามบอกให้เราใส่ใจและสังเกตอาการของคนรอบข้างมากขึ้น เพราะคนบางคนก็เพียงแค่จิตใจเปราะบางมากกว่าคนอื่นเท่านั้น ต้องใส่ใจและใจเย็นกับพวกเขามากขึ้น ไม่ได้เป็นตัวประหลาดอย่างที่ใครชอบกล่าวหาไปเรื่อย ขณะเดียวกันก็บอกเราว่าอย่าจับมือคนใกล้ตัวไว้เพียงหลวมๆ แต่ให้จับไว้ให้แน่นๆ แน่นยิ่งกว่าเดิม
    
สิ่งที่ยิ่งช่วยถ่ายทอดให้ตัวบทภาพยนตร์และห้วงอารมณ์ในแต่ละฉากได้ชัดเจนขึ้นก็คือการแสดงของนักแสดงทุกท่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ 2 นักแสดงนำอย่าง จัสติส สมิธ (Justice Smith) และ เอล แฟนนิ่ง (Elle Fanning) และต้องชื่นชมการกำกับของผู้กำกับที่สามารถขัดเกลาพวกเขาจนสามารถถ่ายทอดความเป็นธรรมชาติของตัวละครในแต่ละฉากได้ ได้กลิ่นอายหนังของ เทอร์เรนซ์ มาลิค (Terrence Malick) มานิดๆ หน่อยๆ เหมือนกัน

การถ่ายภาพสำหรับเรื่องนี้ยิ่งทำให้หนังรักเรื่องนี้ดูดีขึ้นไปอีกระดับ ด้วยการรวมมวลพลังของธรรมชาติและแสงอาทิตย์ แสงทุกรูปแบบ ที่สร้างความอบอุ่นให้กับเนื้อเรื่องอยู่ตลอด แม้ในช่วงเวลาที่เหล่าตัวเอกกำลังทุกข์ทน ส่วนตัวชอบการถ่ายภาพเรื่องนี้สุดๆ มันดีมาก ฉากที่ก็ดูไม่มีอะไรดีมากมายให้ออกมาสวยได้ด้วยพลังของการถ่ายภาพและความอบอุ่นของแสงพระอาทิตย์ ความสวยงามมีอยู่ทุกจุด ทุกมุมมองของโขดหิน ทุกทิวไม้ปลิวไสว และสายน้ำในแม่น้ำเย็นยะเยือกของชานเมืองอเมริกา แม้แต่ฉากของตึกถูกทิ้งร้างที่ดูเงียบเหงาก็ยังสวยงาม ทุกฉากมันงดงามแบบน่าค้นหามาก พ่วงเสริมด้วยเพลงประกอบแสนไพเราะ รวมกันแล้วยิ่งช่วยให้การชมเรื่องนี้เสริมพลังและทำให้รู้สึกว่าชีวิตยังมีอะไรให้น่าค้นหาจริงๆ



นักแสดงที่ยอดเยี่ยม การถ่ายภาพที่สวยสด เพลงประกอบที่ดี รวมกันเป็นงานที่ลงตัวสุดยอด



โปรดัคชั่นโดยภาพรวมสำหรับเรื่องนี้ก็ตามสภาพหนังวัยรุ่นชานเมืองครับ จะบอกว่าใกล้เคียงกับหนังวัยรุ่นโทนใกล้ๆ กันอย่าง The Half of It หรือ How I Live Now หรือแม้แต่ The Perks of being Wallflower ก็ได้ สำหรับภาพยนตร์เรื่องนี้คือไม่ได้มีอะไรหรือฉากไหนโดดเด่นมากมายนอกจากห้องใต้หลังคาของฟินช์ที่ถ่ายทอดความเป็นเด็กมีปัญหาด้านจิตใจได้ดี เต็มไปด้วยโพสต์อิตหลากสีที่เต็มไปด้วยคำพูดเตือนใจ พื้นที่ที่ดูลึกลับ มีความเป็นส่วนตัว แต่ในอีกมุมนึงก็คือมุมมืดที่มีระยะกั้นที่ทำให้เขาดำดิ่งและเว้นระยะห่างจากคนรอบตัว ที่เหลือเป็นเรื่องของทำเลการถ่ายทำมากกว่าที่ช่างกล้องสามารถถ่ายทอดฉากหลายๆ ได้ดีอย่างที่กล่าวไป

สรุปโดยภาพรวมแล้ว All the Bright Places แสงแห่งหวังที่ทุกฝั่งฟ้า จึงเป็นภาพยนตร์รักวัยรุ่นที่ทำออกมาได้ดีมากๆ ในแง่ของบทภาพยนตร์ การพยายามให้แง่คิดกับวัยรุ่นและบุคคลทั้งหลายที่มีสภาพจิตไม่ปกติ พยายามบอกให้เราจับมือคนที่เรารักให้มั่นกว่าเดิม และขณะเดียวกันก็พาเราไปมองเห็นแสงสว่างแสนอบอุ่นที่มีทุกแห่งหน เป็นบทกวีที่ยอดเยี่ยมที่ควรค่าแก่การชม ผสมเข้ากับเพลงประกอบไพเราะ และการถ่ายภาพที่ถ่ายทอดความสวยงามของสถานที่ต่างๆ ทุกหนแห่งได้ดีสุดยอด น้องๆ นักแสดงแต่ละท่านเล่นดีมาก โดยเฉพาะกับ จัสติส สมิธ และ เอล แฟนนิ่ง...ใครเป็นคอหนังรักสุขซึ้ง มีมวลอารมณ์ที่หลากหลาย แต่ถ่ายทอดภาพออกมาให้เราเห็นได้สวยงาม พร้อมกับได้ข้อคิดเรื่องของชีวิตและความสัมพันธ์ รวมไปถึงการมองโลก เชิญชมในเน็ตฟลิกซ์ได้เลยจ้า!

Review by Bombo Aruzo

 


บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: