วิจารณ์หนัง Ozark Season 3 โอซาร์ก ซีซั่น 3



Ozark Season 3 โอซาร์ก ซีซั่น 3 เป็นซีรีส์ที่จะเล่าเรื่องต่อจากซีซั่นที่แล้วทันที เมื่อครอบครัวเบิร์ดได้ตัดสินใจที่จะอยู่ในโอซาร์กต่อเพื่อทำการฟอกเงินหลังจากที่ธุรกิจคาสิโนสามารถเริ่มต้นได้อย่างสวยงามแล้ว แต่การเดิมพันในครั้งนี้สูงยิ่งกว่าครั้งไหนๆ มาร์ตี้และเวนดี้ต้องปกป้องครอบครัวให้ปลอดภัย ในขณะเดียวกันก็มีภารกิจต้องขยายอาณาจักรการฟอกเงินของตัวเองให้แข็งแกร่งขึ้นโดยไม่รู้เลยว่ามีมิตรหรือศัตรูอยู่แห่งหนไหนบ้าง
    
กลับมาแล้วสำหรับซีรีส์น้ำดีจากเน็ตฟลิกซ์ที่ในปี 2019 นั้นได้รับรางวัลทั้งผู้กำกับยอดเยี่ยมที่นักแสดงนำอย่าง เจสัน เบทแมน (Jason Bateman) เป็นคนกำกับซีรีส์เองในหลายตอน (ชนะผู้เข้าชิงสุดโหดจาก Game of Thrones ซีซั่นสุดท้ายด้วยนะ) และนักแสดงสมทบสาวอย่าง จูเลีย การ์เนอร์ (Julia Garner) ก็ได้รางวัลไปด้วย งานนี้ใครยังไม่ได้ชมเชิญชมซีซั่น 1 และ 2 กันไปก่อน รับรองว่าคนชอบสายอาชญากรรมลุ้นระทึกจะต้องติดใจ!

การเล่าเรื่องสำหรับซีซั่นนี้นี่เรื่องมันซับซ้อนขึ้นมาก ส่วนหนึ่งก็เพราะทั้งเวนดี้และมาร์ตี้เริ่มมีความลับต่อกันมากขึ้น แต่ละคนเริ่มห่างกันออกไป การตัดสินใจแต่ละอย่างเริ่มตีกันไปมาเหมือนกำลังจะกลายเป็นศัตรูกันเอง และเวนดี้ก็เริ่มที่จะใช้อำนาจตัดสินใจเองทุกอย่างมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เรื่องยิ่งวุ่นวายมากขึ้น เพราะเวนดี้บ่อยครั้งก็แก้ปัญหาแบบผู้หญิงจริงๆ คือฉลาดแต่ก็แกมโกง แล้วก็เป็นตัวแสบที่เพิ่งระเบิดเปิดความเป็นตัวเองออกมาชัดขึ้น เหมือนเป็นคนใหม่ไปเลยหลังจากผ่านซีซั่นที่แล้วมา แล้วเรื่องวุ่นๆ ส่วนหนึ่งก็มาจากการพยายามคุมทุกเรื่องของเวนดี้นี่แหละ
    
ส่วนจังหวะเรื่องก็ยังมาแนวตุ๊มๆ ต่อมๆ ลุ้นๆ และเชื่องช้าแต่กดดันลึกๆ เหมือนเดิม เพราะนี่ไม่ใช่ซีรีส์แอ็คชั่น และไม่ใช่ซีรีส์เร็วร้อนโฉ่งฉ่าง แต่ออกแนวเป็นซีรีส์ธุรกิจที่ใช้การเจรจาในการคุยกันไปคุยกันมา และการใช้คนให้ถูกกับงานเพื่อให้บรรลุเป้าหมายมากกว่า เรื่องนี้คือทำให้เราเข้าใจได้เลยว่าชีวิตจริงนั้นไม่ได้มีใครเก่งกาจแตะไม่ได้ขนาดนั้น ถ้าตัดสินใจผิด อยู่ในที่ผิด คบคนผิด องชวนหัว เรื่องอุบัติเหตุที่ไม่ได้ตั้งใจแต่ก็พาซวยกันได้มานักต่อนัก หรือแม้แต่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่ทำผิดไปก็ทำให้ชีวิตฉิบหายได้ในทันที คนๆ นึงตายได้ในทันใด (เผลอๆ จะตายเป็นแก๊งค์ทีเดียวเลยด้วย) และแน่นอนว่าพอเป็นซีรีส์อาชญากรรมแล้วฉากโหดก็ยังคงทำถึงใจเหมือนเดิม ฉากตายไม่มีมาก แต่ทุกครั้งที่มีคนตายในเรื่องคือทำเอาใจหายทั้งนั้น และทุกครั้งที่มีคนตายนั้นไม่เคยทำให้เรื่องจบเลย แต่กลับวุ่นวายขึ้นกว่าเดิมเป็นทวีคูณ

เตือนนิดหน่อยคือนี่เป็นซีรีส์ที่ใช้สมองหนักมากเพราะว่าทั้งเรื่องนั้นนอกจากจะกล่าวถึงเรื่องธุรกิจแล้ว ยังมีเรื่องกฎหมาย มีเรื่องจิตวิทยา มีเรื่องการเมืองท้องถิ่น เรื่องอาชญากรรม ซึ่งแต่ละอย่างมีความลับ มีลูกล่อลูกชน มีทริคและกลโกงอีกยิบย่อยเยอะแยะมากมาย ตัวละครเน้นการคุยกันแบบผู้ใหญ่ คุยและเจรจาเพื่อเอาตัวรอดและเอาชนะจริงๆ ไม่ได้เอะอะก็ฆ่ากัน อย่างที่บอกไป มีความซับซ้อนเรื่องความสัมพันธ์สูงมากๆ ไม่มีมิตรแท้และศัตรูถาวร ไม่ว่าที่ไหนก็ตาม...ใครเป็นคนง่วงง่าย เบื่อง่าย ชอบความหวือหวา ก็คงไม่เหมาะกับเรื่องนี้เท่าไหร่นะจ๊ะ แต่ถ้าใครมาสายทางนี้บอกเลยว่าห้ามพลาด นี่เป็นซีรีส์ที่ดูสนุก ลุ้นระทึก และกดดันมากๆ แบบใจหายใจคว่ำ

    
การแสดงสำหรับเรื่องนี้คือสุดยอดเลยครับ ทุกคนจริงๆ นำเสนออารมณ์ตัวละครได้ชัดเจนเด่นมาก โดยเฉพาะกับตัวละครใหม่อย่าง ‘เบ็น’ ที่รับบทโดย ทอม เพลฟรีย์ (Tom Pelphrey) นี่คือสุดยอดมากเลยครับ เป็นตัวป่วนที่สุดแล้วในเรื่อง การมีเขาในเรื่องอาจทำให้น่ารำคาญบ้างเพราะนี่คือคนที่บ้าบอคอแตกที่สุดตั้งแต่ซีรีส์นี้เคยสร้างมา แต่ก็ทำให้เนื้อเรื่องดูสนุกขึ้นมาก ลุ้นสุดๆ รองลงมาก็คงต้องยกให้ ลอร่า ลินนีย์ (Laura Linney) ที่รับบทเวนดี้ เพราะซีซั่นนี้ตัวละครนี้มีบทเด่นกว่าเดิมมากอย่างที่กล่าวไป แม้แต่มาร์ตี้ก็ไม่กล้าหือ พลังหญิงพลังตัวแม่นี่น่ากลัวจริงๆ


ตัวละครใหม่ที่ทั้งแสบทั้งป่วน สติแตก ความเดาทางไม่ได้ของเขาทำให้เรื่องลุ้นขึ้นมาก และ ทอม เพลฟรีย์ รับบทนี้ได้เก่งสุด

โปรดัคชั่นโดยภาพรวมดูเปลี่ยนไปพอสมควรจากสองซีซั่นก่อนหน้าครับ โดยเฉพาะเรื่องภาพที่ดูจะมีความละลายหลังมากขึ้น เน้นเข้าที่ตัวละคร เหมือนเรื่องต้องการจะเน้นที่ตัวละครแต่ละตัวที่มีความแยกห่างออกจากกันให้ชัดเจนยิ่งขึ้นกว่าเดิม ใครๆ ก็ดูจะไม่รักกันแล้ว เพราะมีการสับเปลี่ยนฝั่งกันมากมาย ส่วนโทนสีก็ยังคงเป็นหม่นๆ อมฟ้าแบบเดิม บรรยากาศในซีรีส์ยังคงอึมครึมเหมือนที่ผ่านมา ให้อารมณ์กดดันดี ยิ่งมีเสียงเพลงประกอบโทนต่ำ กลองรัวระทึกตุ๊มๆ ต่อมๆ ในช่วงพีคก็ยิ่งทำให้เรื่องลุ้นเข้าไปอีก
สรุปโดยภาพรวมแล้ว Ozark Season 3 โอซาร์ก ซีซั่น 3 จึงเป็นซีซั่นล่าสุดของซีรีส์อาชญากรรมที่ทำออกมาได้ดีมากๆ ตัวบทดูเข้าใจความเป็นมนุษย์และเรื่องต่างๆ ในมุมมืดจนน่ากลัว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องธุรกิจ เรื่องการเมืองท้องถิ่น เรื่องกฎหมาย ไหนจะความสัมพันธ์ตัวละครซับซ้อนมากขึ้น และการเล่าเรื่องที่ไม่รีบร้อน ปูเรื่องมาอย่างดี ทำให้เนื้อเรื่องออกมาลุ้นมากๆ เพราะเหมือนเดิมคือถ้าใครเดินหมากผิดก็โดนเก็บเอาได้ง่ายๆ เลย นักแสดงแต่ละคนก็ถ่ายทอดอารมณ์ได้สุดยอด โดยเฉพาะกับนักแสดง ทอม เพลฟรีย์ ที่มารับบทตัวละครใหม่ได้สุดยอดมากๆ เป็นตัวป่วนสุด โปรดัคชั่นก็ยังคงดีงามเช่นเคย นำเสนออารมณ์อึมครึมของเรื่องได้ดี...จริงๆ แล้วแค่จะเตือนไว้นิดว่าถ้าคุณเป็นประเภทเบื่อง่าย หลับง่าย เวลาเจอเรื่องเล่าช้าๆ ข้อมูลเยอะๆ โดยเฉพาะเรื่องธุรกิจ กฎหมาย หรือการเมือง ผมก็ไม่แนะนำเรื่องนี้เท่าไหร่ แต่ถ้าคุณพร้อมสำหรับซีรีส์เนื้อหาโหดๆ หนักๆ และดูสมจริง เชิญชมได้เลย เน็ตฟลิกซ์ครับผม!



บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: