วิจารณ์หนัง 1917


ผู้กำกับภาพยนตร์: Sam Mendes (American Beauty, Skyfall, Spectre)

1917 เป็นภาพยนตร์สงครามโลกที่จะเล่าเรื่องราวในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 กำลังระอุ สองทหารหนุ่ม สโคฟิลด์ และ เบลค ได้รับภารกิจสุดหินให้เดินทางไปส่งสาส์นให้อีกที่หนึ่ง โดยการเดินทางนั้นต้องผ่านพื้นที่ของข้าศึกไปด้วย และหากทำสำเร็จพวกเขาจะช่วยชีวิตทหารไว้ได้หนึ่งพันหกร้อยคน และหนึ่งในนั้นคือพี่น้องแท้ๆของเบลค

การเล่าเรื่องสำหรับเรื่องนี้ก็คือเป็นไปตามสภาพของหนัง long take เลยครับ เพราะความที่มันถูกจำกัดเรื่องระยะการเดินทางและจำนวนฉากที่ตัวละครจะได้เจอ จึงส่งผลให้เนื้อเรื่องก็ไม่ได้เดินหน้ามากมาย นอกจากจะพาเราไปเห็นการพยายามแอบซุ่มหรือเดินย่องเพื่อเดินทางเอาตัวรอดไปเรื่อยๆ เพราะภารกิจนั้นคือการส่งสาส์นไปให้ถึงไม่ใช่การเข้าจู่โจม นั่นทำให้หนังเรื่องนี้มาแนวตุ๊มๆต่อมๆ เดินไปเรื่อยๆแล้วก็ลุ้นไปเรื่อยๆว่าจู่ๆจะมีกระสุนเจาะกะโหลกตัวเอกไหมมากกว่าจะโลดโผนโจนทะยานเป็น จอห์น วิค เป็นหนังที่มาแนวหนังยุคก่อน เน้นปูเรื่องทั้งเรื่อง เน้นรายละเอียด การแสดง และบทพูด ก่อนจะนำเสนอฉากที่พีคที่สุดได้อย่างทรงพลัง ทำให้มีหลายฉากที่น่าจดจำและโดดเด่น

หากมองในแง่ของภาพยนตร์ก็ถือว่าเป็นหนังที่สร้างได้อย่างสมจริง ไม่เน้นเอาใจคุณดูด้วยฉากแอ็คชั่นเท่าไหร่ ฉะนั้นใครหวังว่าจะได้เห็นฉากสู้รบหรือยิงกันบ่อยๆก็อาจจะผิดหวังได้ เพราะเอาเข้าจริงเรื่องนี้ฉากบู๊น้อยกว่าดันเคิร์กของโนแลนอีกนะ

โปรดัคชั่นโดยภาพรวมนี่ทะเยอทะยานกันสุดๆ น่าชื่นชมมากๆ ชื่นชมการถ่ายภาพ ชื่มชมการจัดการ การจัดคิว ชื่นชมด้านงานสร้าง โดยเฉพาะการสร้างฉากอันใหญ่โตต่างๆขึ้นมาเพื่อให้นักแสดงได้เดินกันยาวๆ มีพื้นที่เสมือนจริงเพื่อเสริมความรู้สึกให้สมจริง โดยเฉพาะกับฉากซากเมืองที่ถือว่าเป็นเซ็ตที่ใหญ่และอลังการมากๆ ยิ่งมาพร้อมกับเพลงประกอบสุดไพเราะก็ยิ่งทำให้ฉากนี้สวยและน่าจดจำสุดๆ ไหนจะการได้รู้ว่าเบื้องหลังฉากนี้นั้นมีการทดลองจัดแสงจากฉากขนาดเล็กอีก ถือเป็นหนังที่น่าสนใจในด้านงานสร้างสุดๆ คือถ้าใครเรียนหนัง เป็นคนทำหนัง หรือชอบหนังและชอบตามดูเบื้องหลัง บอกได้เลยว่าห้ามพลาดเรื่องนี้ เพราะลูกบ้าแบบนี้ไม่ได้มีให้เห็นกันบ่อยๆแน่ๆ...ลองชมคลิปเบื้องหลังเล็กๆน้อยๆจาก Insider กันได้ที่ล่างนี้เลย



สรุปโดยภาพรวมแล้ว 1917 จึงเป็นภาพยนตร์สงครามโลกครั้งที่ 1 ที่ทำออกมาได้ค่อนข้างดีด้านการเล่าเรื่อง ตามสภาพหนัง long take ก็คือเน้นความลื่นไหลต่อเนื่องเข้าสู้ เน้นการแสดงของนักแสดง ฉากพีคมีไม่กี่ฉาก ไม่ได้มีฉากรบหวือหวาสุดระห่ำบู๊ล้างผลาญอะไรมากมาย เป็นหนังแนวลุ้นๆตุ๊มๆต่อมๆช้าๆมากกว่า แม้แต่ความโหดของเรื่องก็ยังแทบไม่มีให้เห็น งานโปรดัคชั่นคือสุดยอดสุดๆ งานเนี๊ยบ งานละเอียดทุกฉาก...ใครเป็นคอหนังสงครามโลก ชอบหนังที่ทะเยอทะยานในงานสร้าง ชอบหนัง long take ทั้งเรื่อง และไม่ได้คาดหวังกับฉากแอ็คชั่นมากมาย เชิญชมในโรงภาพยนตร์ได้เลย!

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: