วิจารณ์หนัง Joker โจ๊กเกอร์



ผู้กำกับภาพยนตร์: Todd Phillips (The Hangover 1-3, Due Date, War Dogs)

Joker โจ๊กเกอร์ เป็นภาพยนตร์ดราม่าอาชญากรรมที่เล่าเรื่องของตัวละคร อาร์เธอร์ เฟล็ค ชายผู้มีอาการทางจิตคนหนึ่งที่มีอาชีพเป็นนักแสดงตลกในเมืองกอธแธม ในช่วงที่เมืองอยู่ในขั้นตกต่ำสุดนั้นเขาก็ต้องพลอยเจอเรื่องเลวร้ายไปด้วย ไม่ว่าจะเรื่องของแม่ของเขา สาวที่เพิ่งพบเจอ เพื่อนร่วมงาน เรื่องเลวร้ายหลายด้านผสมปนเปจนทำให้เขาไม่อยากจะทนอีกต่อไป

การเล่าเรื่องสำหรับเรื่องนี้นี่ดราม่าได้ใจเลยครับ ค่อนข้างมืดหม่นและโหดเลือดสาดกว่าที่คิดพอสมควร ซึ่งส่วนตัวผมก็ไม่ได้มีปัญหากับความมืดหม่นนี้และชอบมากๆ ในหนังเรื่องนี้คุณจะไม่ได้เห็นซูเปอร์ฮีโร่ ไม่เห็นการปล่อยพลังหรือการต่อสู้สุดมันส์ใดๆ นี่เป็นหนังที่พยายามสำรวจสภาพจิตใจของตัวละครที่เรียกได้ว่าเป็นตัวป่วนเลวทรามที่สุดในโลกภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่อย่าง ‘โจ๊กเกอร์’ เท่านั้น มันมีการเล่าเรื่องค่อนข้างละเอียดในหลายแง่มุมของโจ๊กเกอร์ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่เขาต้องเจอ ปัญหาทั้งภายนอกและภายในจิตใจของตัวละครที่ทั้งไม่เข้าใจคนอื่นและไม่เข้าใจตัวเองเท่าไหร่ โดยเฉพาะกับชะตากรรมเลวร้ายที่ตัวละครเอกต้องพบเจออยู่เรื่อยๆทุกหนแห่ง พร้อมกันนั้นหนังก็ขยายความเล่าเรื่องของเมืองกอธแธมยุคเสื่อมโทรมด้วย ผู้คนอดอยาก โรคระบาด ซึ่งเป็นการพยายามอธิบายมุมมองจากชนชั้นล่างของเมืองจริงๆว่าทำไมผู้คนเมืองนี้ถึงได้เลวทรามกันนัก ซึ่งตรงกันข้ามกับตัวละครแบทแมนที่ทุกคนรู้จัก ฮีโร่ที่มองเห็นความหวังและพยายามช่วยผู้คน ซึ่งหากมองว่านั่นเป็นมุมมองจากชนชั้นคนมีอันจะกินและมีการศึกษา พยายามแก้ปัญหาทุกอย่างด้วยความรู้ก็ไม่ผิด แต่ความเป็นจริงคือผู้คนชั้นล่างนี่เหมือนจะหมดหวังกันไปนานแล้ว เพราะแค่จะอยู่ให้รอดยังยาก ก็น่าสนใจดีว่าพอขยายความอย่างนี้แล้วเรื่องราวของเมืองกอธแธมนี้จะถูกเล่าในมุมมองไหนเพิ่มอีก

และขอกล่าวตามตรงเหมือนกันว่าส่วนตัวหนังเรื่องนี้ก็ไม่ได้เพอร์เฟ็คสักทีเดียว ผมว่าหนังจบเร็วไปนิด ยังไม่ทันได้เห็นตัวร้ายคนนี้แผลงฤทธิ์ใดๆเท่าไหร่ก็จบซะแล้ว ทั้งเรื่องนั้นพยายามหาเหตุผลมาซัพพอร์ทความบ้าของโจ๊กเกอร์อย่างเดียว แต่ไม่ได้นำเสนอถึงด้านไหวพริบและปัญญาของคนที่เรียกว่าเป็นวายร้ายที่ฉลาดและน่ากลัวที่สุดคนหนึ่งของจักรวาลดีซีเท่าไหร่ จะบอกว่าน่าผิดหวังเลยก็ได้กับความฉลาดที่ขาดหายไปในตัวละครตัวนี้ ก็ได้แต่หวังว่าหากภายภาคหน้าเราได้เห็นโจ๊กเกอร์อีก คงจะมีการโชว์ความฉลาดหรือลูกเล่นแพรวพราวอะไรให้ได้ชมกันมากกว่านี้

เพลงประกอบสำหรับเรื่องนี้ถือว่าช่วยเสริมความดราม่าผสมหลอนให้กับหนังเรื่องนี้ไว้หนักพอดู เสียงเพลงหลักของเรื่องนั้นทั้งหวีดหวิวชวนหลอนแบบหนังดราม่าและหนังสยองขวัญจิตตกใช้กัน ดูๆไปอีกนิดก็แทบจะใกล้เคียงกับหนังอย่าง The Witch และ Midsommar เข้าไปแล้ว คือมันมาทางนั้นเลย ไวโอลินนี่หวีดหวิวทั้งเพลงได้ใจมากๆ

    การแสดงสำหรับเรื่องนี้นี่ยังไงก็ต้องฉายสปอตไลท์มาที่ วาคีน ฟีนิกซ์ (Joaquin Phoenix) ผู้รับบทนำเป็นโจ๊กเกอร์ในเรื่องนี้แหละครับ เฮียแกแสดงดีมากๆๆๆ สมกับเป็นนักแสดงสายดราม่าล่ารางวัลมาทั้งชีวิต ชอบการแสดงที่เข้าถึงคนเป็นโรคจิตผสมจิตตกและชีวิตเจอเรื่องแย่ๆมาตลอด แววตาเศร้าหมองแต่มีโรคประจำตัวทำให้หยุดหัวเราะไม่ได้ เราก็เลยได้อะไรที่ผสมกันระหว่างการร้องไห้น้ำตาไหลไปด้วยแต่ปากกลับหัวเราะไม่หยุด มันขมขื่นสุดหัวใจ และหากฉากไหนที่ตัวละครโจ๊กเกอร์ของแกมั่นใจในตัวเองขึ้นมาแล้วก็คือเท่สุดๆแบบอยากทำตามทุกท่วงท่าเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นท่าเดิน ท่าสูบบุหรี่ ผมชอบเวลาแกเต้นมากๆ คูลสุดๆ คือไม่ว่าจะเป็นมุมหรือด้านไหนของโจ๊กเกอร์เฮียวาคีนก็นำเสนอออกมาได้ดีมากๆ ชอบ เพอร์เฟ็คสุด


วินาทีนี้ก็ต้องยอมเขาจริงๆ ปีนี้เฮีย วาคิน ฟีนิกซ์ ได้เข้าชิงออสการ์อีกแน่ๆ!

โปรดัคชั่นโดยภาพรวมสำหรับเรื่องนี้คือดีงามมากๆในแบบฉบับหนังดราม่าราคาแพง คือหนังเรื่องนี้ไม่ใช่หนังซูเปอร์ฮีโร่ตูมตามระเบิดเมืองอย่างที่บอกไป แต่ก็สามารถนำเสนอความเละเทะของเมืองกอธแธมในช่วงที่เสื่อมโทรมที่สุดได้เห็นภาพมากๆ ในความเสื่อมโทรมนั้นหนังกลับนำเสนอออกมาได้อย่างสวยงาม สวยล้ำ ชอบการคุมโทนสีของฉากมากๆ และมันส่งอารมณ์หดหู่เสริมให้อีกเรื่องได้ด้วย ชอบเสื้อผ้าทุกชุดของโจ๊กเกอร์ ชอบความใส่ใจงานสร้างฉากตั้งแต่ห้องที่เหมือนรังหนูซอมซ่อ โรงละครโอ่อ่าใหญ่โต ถนนบนเมืองที่เต็มไปด้วยขยะและผู้คนชนชั้นล่าง ไปจนถึงฉากใหญ่ต่างๆที่มีตัวประกอบนับร้อย สวยทุกกระเบียดนิ้วจนไม่อยากเชื่อว่าครั้งหนึ่งผู้กำกับเรื่องนี้เคยทำหนังบ้าๆบอๆอย่างไตรภาค The Hangover มาก่อน

สรุปโดยภาพรวมแล้ว Joker โจ๊กเกอร์ จึงเป็นหนังที่ทำออกมาได้ดีมากๆ องค์ประกอบด้านเนื้อเรื่องค่อนข้างดี เน้นการเจาะลึกความบ้าของโจ๊กเกอร์อย่างเต็มที่ในมุมมองที่ดูจะตีความใหม่ให้ดูมีมิติและมีชีวิตขึ้น ดราม่าจัดเต็ม อาจผิดคาดนิดหน่อยตรงที่เราไม่ได้เห็นแววความฉลาดแพรวพราวของตัวละครนี้เท่าไหร่ในเรื่องนี้ วาคีน ฟีนิกซ์ ผู้รับบทโจ๊กเกอร์นี่คือเล่นดีมากๆ เก็บทุกความละเอียดของอารมณ์ ไม่ว่าจะเป็น สุข เศร้า โกรธ หรือทุกอย่างผสมปนเปกันได้อย่างดีเยี่ยมมากๆ สมราคานักแสดงสายดราม่าล่ารางวัล งานโปรดัคชั่นคือดีงามสวยล้ำ ชอบการคุมโทนสีของฉาก ฉากความใส่ใจงานสร้างตั้งแต่ห้องที่เหมือนรังหนูซอมซ่อ โรงละครโอ่อ่าใหญ่โต ไปจนถึงฉากใหญ่ที่มีตัวประกอบเป็นร้อย...ใครเป็นคอหนังสายดาร์ค ชื่นชอบหนังที่นำเรื่องโดยตัวละครเลวร้าย ชอบการแสดงดีๆ ดูหนังเนิบๆช้าๆได้ ไม่ได้หวังว่านี่จะเป็นหนังซูเปอร์ฮีโร่ต่อยตีถล่มเมือง เชิญชมในโรงภาพยนตร์ได้เลย!

    ปล.เตือนเลยว่าหนังเรื่องนี้ไม่เหมาะกับเด็ก มีฉากโหดรุนแรงเลือดทะลัก และมีฉากเศร้าหดหู่ค่อนข้างมาก ใครไม่ต้องการพบเจอสิ่งเหล่านี้ก็หลีกเลี่ยงนะจ๊ะ
    ปล.2 ไม่มีฉากหลังเครดิตใดๆ

วิจารณ์หนังJoker โจ๊กเกอร์ Review by Bombo Aruzo


บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: