วิจารณ์หนัง City Hunter- Shinjuku Private Eyes โคตรนักสืบชินจูกุ บี๊ป!



ผู้กำกับภาพยนตร์: เคนจิ โคดามะ (กำกับ City Hunter และ โคนัน เดอะมูฟวี่มาหลายภาคมาก)

    City Hunter- Shinjuku Private Eyes โคตรนักสืบชินจูกุ บี๊ป! เป็นภาพยนตร์แอนิเมชั่นแอ็คชั่นปนฮาที่ดัดแปลงมาจากมังงะชื่อดัง พร้อมบอกเล่าเรื่องราวของ ซาเอบะ เรียว  นักสืบเอกชนและมือปืนมือฉมังที่ทำงานอยู่ในเขตชินจูกุ แถมเป็นพวกหื่นกามต่อสาวๆอย่างสูง เลยทำให้ถูกคู่หูอย่าง มากิมุระ คาโอริ สั่งสอนด้วยค้อนยักษ์ 100 ตันบ่อยๆ โดยภารกิจครั้งนี้พวกเขาต้องรับหน้าที่คุ้มกันผู้ว่าจ้างสาวสวยไอดอล ชินโด ไอ จากกลุ่มโจรก่อการร้ายที่หมายปองความลับบางอย่างจากเธอ และมันเชื่อมโยงกับแผนการร้ายที่จะส่งผลต่อทุกคนในเมืองชินจูกุแห่งนี้ ขณะเดียวกัน คาโอริก็พบกับเพื่อนสมัยเด็ก มิคุนิ ชินจิ ซึ่งได้กลายเป็นศัตรูหัวใจของซาเอบะ เรียว และอาจเกี่ยวข้องกับแผนก่อการร้ายครั้งนี้
    
การเล่าเรื่องสำหรับเรื่องนี้ก็ยังคงคอนเซ็ปของซิตี้ฮันเตอร์ไว้ได้ครบแหละครับ เฮฮาติงต๊องทะลึ่งตึงตังนำเรื่อง ก่อนที่จะมาเน้นจริงจังเอาอีกทีหนึ่ง ซึ่งเรื่องนี้ผมมองว่าออกจะไร้สาระมากเกินไปด้วยซ้ำในช่วงแรกๆของเรื่อง เอะอะก็แต๊ะอั๋งและกระโดดหาสาวทุกฉาก จงใจให้ซาเอบะเจอสาวๆมากเกินไปเพื่อเซอร์วิสแฟนๆ (ผมจำได้ว่าสมัยก่อนจะไม่ต่อเนื่องกันเวอร์ขนาดนี้) ก่อนที่จะเริ่มเข้ารูปเข้ารอยอีกครั้งหลังจากผ่านสามสิบนาทีไปได้ พอเริ่มจริงจังก็เริ่มเป็นอนิเมะที่ดูดีขึ้น และผมก็ตกหลุมรักแฟรนไชส์นี้อีกครั้งเมื่อถึงฉากแอ็คชั่น เพราะในความทรงจำเคยสนุกยังไงเรื่องนี้ก็ยังทำได้ดีเหมือนเดิมครับ กลเม็ดการเอาชนะของซาเอบะและผองเพื่อนยังคงเป็นอะไรที่น่าติดตามและดูสนุกได้ตลอด ทุกครั้งที่มีฉากบู๊นี่รับประกันได้เลยว่ามันจะไม่จบง่ายๆ ไม่มีทางจะจบลงด้วยกระสุนนัดเดียว มันจะต้องมีลูกเล่นหรือวิธีการมากมายกว่าจะเอาชนะใครได้ และนั่นแหละทำให้เรื่องนี้สนุกมาก

ความสนุกยังเต็มเปี่ยม ฉากบู๊ไล่ล่ากันยังสนุกเหมือนเดิม!

ส่วนตัวแอบมีติดและรู้สึกเสียดายก็คือการยังคงเรียกใช้นักพากย์ชายที่พากย์ซาเอบะคนเดิมกลับมาพากย์ในเรื่องนี้อีก ซึ่งแกแก่มากแล้ว (ตอนนี้น่าจะอายุ 70 กว่าๆแล้ว) และผมรู้สึกว่าเสียงแกเปลี่ยนตามอายุไป มันทำให้ผมรู้สึกว่าเสียงตอนนี้ของป๋าช่างไม่เข้ากับหน้าตาของซาเอบะ แม้แต่อารมณ์ก็จัดได้ไม่เต็มที่แล้ว ส่วนเสียงนักพากย์คนอื่นนั้นไมได้ติดขัดอะไรมาก อาจเป็นเพราะบทน้อยกว่าซาเอบะพอสมควรก็ได้
    
โปรดัคชั่นและงานภาพโดยภาพรวมถ้าเทียบกับอนิเมะยุคใหม่ก็ต้องบอกว่าล้าหลังเลยครับ คืออาจจะมองว่ายังคงใช้วิธีวาด วิธีการนำเสนอแบบเก่าๆ เพื่อให้ได้อารมณ์ย้อนความหลังกลับมา แต่ท้ายที่สุดความหวือหวาในการนำเสนอก็ขาดหายไปพอสมควร นอกจากบรรดาหุ่นยนต์ภายในเรื่องแล้ว ส่วนอื่นๆของเรื่องก็ยังคงนำเสนอแบบปกติธรรมดาเหมือนหลุดมาจากยุค 30 ปีที่แล้วหมด ผมรู้สึกว่าในเมื่อมายุคนี้ทั้งทีก็น่าจะควรปรับเปลี่ยนมุมมองการนำเสนอดูบ้าง เป็นซิตี้ฮันเตอร์ที่มาพร้อมกับงานภาพแบบที่เราไม่เคยเห็น หมุนกล้องสามร้อยหกสิบองศา กล้องเคลื่อนตามลูกกระสุนจากจุดเริ่มลำกล้องจนไปถึงเป้าหมาย คงจะสนุกและน่าสนใจน่าดู

สรุปโดยภาพรวมแล้ว City Hunter- Shinjuku Private Eyes โคตรนักสืบชินจูกุ บี๊ป! จึงเป็นอนิเมะภาคมูฟวี่ที่ทำออกมาได้ค่อนข้างดี เนื้อเรื่องยังคงเน้นความฮาหื่นกะล่อนของพระเอกเป็นหลัก แต่ก็ยังคงกระจายความสนุกด้วยฉากแอ็คชั่นที่ต่อเนื่องได้ พอถึงจุดจริงจังก็ยังคงเก็บเนื้อหาได้ครบ ซาเอบะ เรียว ยังเท่เหมือนเดิม แต่เสียงพากย์ของนักพากย์คนเดิมดูจะไม่ค่อยเข้าแล้ว งานโปรดัคชั่นอยู่ในระดับกลางๆ ด้วยความที่ยังคงเน้นวิธีการนำเสนอแบบเดิมทำให้ความหวือหวาหรือเทคนิคพิเศษใดๆนั้นตามไม่ทันอนิเมะยุคนี้เท่าไหร่ ขาดความสดใหม่ไป...ใครเป็นคออนิเมะ ซิตี้ ฮันเตอร์ หรือเป็นแฟนๆการ์ตูนยุคเก่า ชอบความฮาติงต๊องปนทะลึ่งตึงตัง ชอบฉากแอ็คชั่นที่จัดเต็มไล่ล่าระเบิดกลางเมือง เชิญชมกันในโรงภาพยนตร์ได้เลยจ้า!


บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: