วิจารณ์หนัง Midsommar เทศกาลสยอง

ผู้กำกับภาพยนตร์: Ari Aster (Hereditary ‘กรรมพันธุ์นรก’)

Midsommar เทศกาลสยอง เป็นภาพยนตร์สยองขวัญที่จะเล่าเรื่องราวของคู่รักหนุ่มสาวและผองเพื่อนที่เดินทางไปยังบ้านเกิดของเพื่อนอีกคนที่สวีเดน โดยในช่วงซัมเมอร์นี้ที่นี่กำลังมีการจัดเทศกาลบางอย่างที่จัดยิ่งใหญ่ทุก 90 ปีพอดี ทริปนี้เหมือนจะเป็นเพียงการท่องเที่ยวในหมู่บ้านธรรมดาๆแห่งหนึ่งในตอนแรก ท่ามกลางบรรยากาศที่แสนจะสดใสแต่ดูเหมือนจะมีอะไรแอบแฝงอยู่ และสุดท้ายก็กลับกลายเป็นว่าพวกเขาต้องอยู่ท่ามกลางพิธีกรรมสุดโหดร้าย และประหลาดมากของกลุ่มลัทธิลึกลับแทน
    
การเล่าเรื่องสำหรับเรื่องนี้ก็ชวนให้นึกถึงหนังปี 1973 อย่าง The Wicker Man มากเลยครับ หากใครไม่เคยชม มันก็เป็นหนังที่เล่าเรื่องหมู่บ้านลึกลับที่มีความเชื่อประหลาดๆเหมือนกัน อยู่ในพื้นที่ไกลปืนเที่ยงขาดจากผู้คนและเทคโนโลยีใดๆเหมือนกัน เล่าเรื่องของคนที่จู่ๆก็มีโอกาสได้ไปอยู่ในสถานที่ที่ตนไม่รู้จักเหมือนกัน แต่เรื่องนี้จะมีส่วนผสมกับหนังสยองขวัญทั่วไปนิดหน่อยก็ตรงที่เป็นเรื่องของกลุ่มวัยรุ่นที่ดันไปอยู่ในที่ที่ไม่คุ้นเคย บางคนดันไปทำเรื่องไม่เข้าท่าก็ต้องเจอเรื่องเลวร้ายกันไป หนังมีบทที่ดี มีความลื่นไหลของคำที่ใช้และการคุยกัน มีจิตวิทยาขั้นพื้นฐานที่เข้าใจได้ ทั้งเรื่องความสูญเสีย ความเศร้า ความรัก และความเชื่อ ทุกอย่างอบอวลอยู่ในหนังจนทำให้เกิดความหลอนได้ด้วยตัวเรื่องเล่าเอง

ด้านอารมณ์เรื่องและจังหวะการเล่าเรื่องนั้นก็เนิบๆสไตล์ Slow-burn แบบที่ผู้กำกับ Ari Aster ชอบแหละครับ เห็นกันมาแล้วจากเรื่อง กรรมพันธุ์นรก ไม่ได้รีบเร่ง ไม่ได้เน้นตกใจเลย แต่เน้นภาพจำและความหลอนฝังหัวมากกว่า ยิ่งพอผสมเข้ากับเพลงประกอบหลอนๆหวีดหวิวๆ ก็ยิ่งสร้างบรรยากาศในแต่ละฉากของเรื่องให้ได้น่าจดจำมากๆ
    
ส่วนความโหดของเรื่องคือผมค่อนข้างเฉยๆนะ หากเทียบกับ Suspiria หนังสยองขวัญเมื่อปีที่แล้วนั้นผมมองว่าเรื่องนี้ก็คือหลอนเท่าที่ทำได้ ไม่ได้มากมาย ไม่ได้บ้าพลัง ไม่ได้เละเทะเกินงามอะไรมากมาย ยิ่งถ้าใครดู Hannibal กันมาแล้ว ไม่ว่าจะฉบับหนังหรือซีรีส์ เรื่องนี้ก็ไม่เท่าไหร่ครับ แต่เรท 20+ ที่ได้นั้นน่าจะมาจากฉากเซ็กซ์ที่เห็นกันเต็มตาจริงๆ เพราะหนังเรื่องนี้เน้นให้เห็นเต็มตาเรื่องความตายและฉากเซ็กซ์แบบเปิดเผยมากกว่าหนังเรื่องอื่นๆทำมา บางฉากนี่ก็ประหลาดถึงขั้นต้องสบถในใจว่า “...อะไรวะ!?” เลยทีเดียว
    
การแสดงสำหรับเรื่องนี้ก็ถือว่าทำได้ดีมากๆเกินคาด หากใครดู Hereditary หรือ กรรมพันธุ์นรก ของผู้กำกับคนดีคนเดิมมาแล้ว ก็ต้องบอกว่าเรื่องนี้หนักขั้นกว่า ทุกคนในเรื่อง ไม่ว่าจะตัวประกอบที่โผล่มานิดเดียว หรือเป็นระดับนักแสดงนำ ทุกคนแสดงอารมณ์ออกมาได้ดีมากๆ ยอมใจนักแสดงหลายคนและแม้แต่นักแสดงนำที่เล่นทุ่มกันสุดตัว เปลืองตัวโชว์ร่างกายกันมากๆ โดดเด่นที่สุดก็หนีไม่พ้นนางเอกของเรื่องที่นักแสดงสาวดาวรุ่งอย่าง ฟลอเรนซ์ พิจ์ (Florence Pugh) ต้องเศร้าแทบทั้งเรื่อง ผมชอบทุกครั้งที่นางจะร้องไห้ พยายามจะฝืนตัวเองไม่ให้ร้อง หรือตอนที่ทนไม่ไหวแล้วจนต้องตะโกนโหยหวนลั่นทุ่งออกมา...ขนลุก

นางเอกดาวรุ่ง ฟลอเรนซ์ พิวจ์ แสดงได้ดีมากๆ ชอบตอนนางร้องไห้ โหยหวนเกินทน หลอนมากๆ
  

งานภาพเรื่องนี้ก็ตามสไตล์หนังสโลว์เบิร์นเขาแหละ เอาตรงๆก็คือเรื่องมุมกล้องนี่มาทำนองแนวเดียวกันกับ กรรมพันธุ์นรก เป๊ะๆ ช้าๆเรื่อยๆหลอนๆ ถ่ายภาพได้นวลและสวยดี แต่สิ่งหนึ่งที่ชอบที่สุดในส่วนของงานภาพนั้นไม่ใช่แค่ความสวยงาม แต่เป็นเรื่องเทคนิคพิเศษด้วย โดยเฉพาะตอนตัวเอกทั้งหลายเล่นยาหรือโดนยาอะไรเข้า สิ่งที่ตัวเอกเห็นมันหลอนมากๆ และสวยงามด้วย ทำให้หนังเรื่องนี้มีมุมมองใหม่ๆให้เราได้เห็นตลอด ทำให้เรื่องไม่น่าเบื่อ
    
โปรดัคชั่นโดยภาพรวมก็ต้องยกย่องให้กับฝ่ายศิลป์ของเรื่องเลยครับ ทุกมุม ทุกฉาก ทุกด้าน ทุกองค์ประกอบของเรื่อง มันคือโลกใหม่แบบที่ไม่เคยเห็นจริงๆ นานๆทีคุณจะได้เห็นหนังที่พยายามสร้างและนำเสนออะไรแปลกๆใหม่ๆบ้าง และเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องนึงที่ถือว่าสอบผ่านในการนำเสนออะไรใหม่ๆ ไล่ไปตั้งแต่การสร้างตึกต่างๆ การตกแต่งสถานที่ด้วยรูปภาพเล่าเรื่องที่แสนสดใสแต่ก็แอบลึกลับไปในตัว ผสมโรงเข้ากับเสื้อผ้าหน้าผมสีสด ทุกสิ่งทุกอย่างแม้จะมาโทนร่าเริงแต่หนังก็ยังอุตส่าห์นำเสนอออกมาให้มันดูประหลาดและสยองไปด้วยได้ เป็นส่วนผสมที่น่าสนใจมากๆ สุดยอด


งานศิลป์ดีมาก แต่เห็นสดใสอย่างงี้...ถึงทีหลอนนี่มีสะดุ้ง!

สรุปโดยภาพรวมแล้ว Midsommar เทศกาลสยอง จึงเป็นภาพยนตร์สยองขวัญที่มีแนวทางและจังหวะเรื่องไม่ต่างจาก กรรมพันธุ์นรก เท่าไหร่ เน้นเนิบๆช้าๆแต่พอจุดนึงก็จะนำเสนอภาพหลอนให้ได้ติดตากันเต็มๆ นักแสดงทุกคนทุ่มสุดตัวมาก หลายคนเปลือยกายให้เห็นเต็มๆ นางเอกแสดงดีมากๆ ร้องไห้ได้เจ็บปวดหลอนหูสุดฉากโหดนั้นเอาเข้าจริงก็ไม่ได้มีมากมาย แต่มีทุกครั้งก็เละเทะกันให้ได้เห็นเต็มๆ งานภาพดีมาก สไตล์ชัด งานสร้างนั้นถือว่าโดดเด่น ชอบความกล้าที่จะนำสีสันสดใสมาเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดและความสยอง เพลงประกอบหลอนหูมาก หวีดวิวๆ...ใครเป็นคอหนังสยองขวัญสไตล์ช้าๆ เนิบๆ แต่พอถึงจุดหลอนก็จัดเต็มถึงพริกถึงขิง ชอบงานศิลป์ที่น่าสนใจ เหมือนโชว์โลกที่เราไม่เคยเห็น เชิญชมเรื่องนี้ในโรงภาพยนตร์ได้เลยจ้า!


บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: