วิจารณ์หนัง Polaroid โพลารอยด์ ถ่ายติดตาย



ผู้กำกับภาพยนตร์: Lars Klevberg (Child’s Play หรือชัคกี้ภาครีบูทล่าสุด)

Polaroid โพลารอยด์ ถ่ายติดตาย เป็นภาพยนตร์สยองขวัญที่จะเล่าเรื่องราวของ เบิร์ด ฟิทเชอร์ วัยรุ่นสาวที่ได้พบกับกล้องโพลารอยด์ตัวหนึ่งในร้านขายของเก่า เธอนำมันมาใช้ แต่แล้วเธอกลับพบว่าผู้ที่ถูกถ่ายด้วยกล้องตัวนี้ล้วนแต่จะต้องตายอย่างน่าสยดสยอง เธอและเพื่อน ๆ จึงต้องร่วมมือกันเพื่อหาทางออกจากสถานการณ์นี้ก่อนที่ทุกคนจะตายกันหมดเพราะสิ่งลึกลับบางอย่าง

การเล่าเรื่องสำหรับเรื่องนี้ภาพรวมในการฆ่ากันนั้นมีความคล้าย The Final Destination (ภาพยนตร์แฟรนไชส์ โกงตาย นั่นแหละ) มาก คือความตายภายในเรื่องเป็นอะไรที่ตามลำดับ ทีละคน ทีละคน ตามรูปภาพไป (แต่บางครั้งก็แหกกฎตัวเองจนไม่น่าให้อภัยได้เหมือนกัน) แตกต่างสุดก็ตรงที่ภาพยนตร์นั้นแทบไม่มีความโหดใดๆภายในเรื่องเลย การตายของแต่ละคนนั้นไม่มีการโชว์ให้เห็นความสยองกันจะๆใดๆ แทบจะตัดฉากหนีความโหดร้ายทุกฉาก เลือดเหรอ?...อย่าได้หวัง

รวมๆด้านคุณภาพการเล่าถือว่าทำได้กลางๆครับ สิ่งหนึ่งที่แบกหนังทั้งเรื่องไว้คือด้านเนื้อเรื่องและความลึกลับซับซ้อนหักมุมภายในเรื่องถือว่าใช้ได้ ค่อนข้างว้าว และทำให้เนื้อเรื่องดูมีอะไร มีความพยายามทำการบ้านเพื่อเพิ่มความน่าสนใจให้กับเนื้อหาและมิติตัวละครอยู่

น่าเสียดายที่ส่วนอื่นๆด้านการเล่าเรื่องนั้นทำได้แย่แทบทุกอย่างเลย ฉากตกใจ (jump scare) แต่ละฉากคือตลกมาก แทนที่จะสยองกลับกลายเป็นว่าเหมือนเด็กๆเล่นตลกใส่กัน เพราะเสียงประกอบทำได้ไม่ดีเลย มันไม่ดัง มันไม่ปึงปัง แค่แฮ่แวบๆนิดๆเหมือนสะกิดแล้วก็ตัดภาพไปที่อื่น

ตรรกะของเรื่องก็ประหลาดๆ บางครั้งก็เป็นเพราะตัวบทโดยตรงเลย เอาง่ายๆก็อย่างการที่ตัวละครวิ่งหนีผีจนไปชนโคมไฟที่ตั้งอยู่หน้าประตูบ้านอะไรงี้ คือแบบ...ปกติใครเขาตั้งโคมไฟในระดับที่หัวคนเดินหรือวิ่งชนได้กัน? คุณสามารถเห็นฉากนี้ได้ในตัวอย่างภาพยนตร์ด้วย ซึ่งผมก็สงสัยมาตั้งแต่ตอนดูตัวอย่างแล้ว และมันก็เป็นปัญหาให้กับเนื้อเรื่องตอนได้ชมจริงๆ แน่นอนว่าไม่ใช่พลังของผีด้วยที่จะไปขยับหรือเคลื่อนย้ายอะไรได้ เพราะทั้งเรื่องแล้วไม่ได้โชว์เลยว่าผีมีพลังแบบนั้น และปัญหานี้ก็ไปหนักสุดกับบทสรุปของเรื่องตอนท้าย ทำลายกฎเกณฑ์บางอย่างที่เคยเห็นมาตั้งแต่ต้นเรื่อง เกี่ยวกับกฎเกณฑ์ของรูปภาพโพลารอยด์อาถรรพ์นั่นแหละ ก็เลยจบได้ไม่น่าประทับใจเท่าไหร่ ห้วนไปหมด

โปรดัคชั่นโดยภาพรวมอยู่ในระดับกลางๆครับ ใหญ่กว่าหนังเกรดบีแต่ไม่ถึงกับใหญ่เท่าหนังสยองขวัญทุนน้อยอย่างของ Blumhouse นี่เป็นหนังที่เน้นความเงียบเหงาเป็นหลัก คนน้อยๆ ตัวประกอบน้อยๆ ฉากหลายฉากโล่งๆ เน้นการจัดแสงมืดๆมัวๆพร้อมไฟกะพริบในหลายฉากตามประสาหนังสยองขวัญเพื่อช่วยเสริมบรรยากาศหลอนสยอง ไม่ได้มีอะไรยิ่งใหญ่อลังการบ้านพัง ประตูพังสักบานหรือรอยขีดข่วนบนผนังก็ไม่มีให้เห็น เป็นหนังผีที่เน้นการทำลายล้างเฉพาะตัวบุคคลมากๆ สิ่งที่ดีที่สุดในภาพยนตร์ก็คืองานเทคนิคพิเศษอย่างวิชวลเอฟเฟ็คที่ถือว่าทำได้ค่อนข้างดี เรียกได้ว่าทำตามมาตรฐานฮอลลีวูดพอสมควร โดยเฉพาะกับตัวผี ไม่แย่เลยสักนิด

สรุปโดยภาพรวมแล้ว Polaroid โพลารอยด์ ถ่ายติดตาย จึงเป็นหนังผีในระดับกลางๆ ด้านเนื้อเรื่องและความซับซ้อนของความจริงเรื่องกล้องโพลารอยด์ถือว่าทำได้ดี มีความน่าสนใจและลึกล้ำหักมุม เสียดายที่หลายอย่างเป็นตามสูตรสำเร็จเดิมๆมาก ตัวละครหาทางหนีโง่ๆ ตรรกะบางอย่างที่เคยเล่าไว้ต้นเรื่องประมาณนึงก็มาทำพังเอาตอนท้ายกลายเป็นอีกอย่างนึง ฉากตกใจในเรื่องมีพอสมควรแต่คุณภาพต่ำมาก ดูตลกมากกว่าน่ากลัว งานโปรดัคชั่นค่อนข้างดีหากมองว่าเป็นหนังทุนต่ำ โดยเฉพาะรายละเอียดของผีที่ทำจากวิชวลเอฟเฟ็ค...ใครเป็นคอหนังสยองขวัญ ดูเพลินๆ ก็มาชมได้ สนุกดี แต่ถ้าใครค่อนข้างจริงจังกับเนื้อเรื่องและตรรกะ นี่เป็นหนังผีอีกเรื่องที่ทำพลาดเรื่องความโง่ของตัวละคร และพลาดที่ตรรกะของเรื่องพอๆกับหนังผีแย่ๆเรื่องอื่นจ๊ะ

วิจารณ์หนัง Polaroid โพลารอยด์ ถ่ายติดตาย - Review by Bombo Aruzo

 


 

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: