วิจารณ์หนัง Godzilla II : King of the Monsters ก็อดซิลล่า 2 : ราชันแห่งมอนสเตอร์

วิจารณ์หนัง  Godzilla II: King of the Monsters ก็อดซิลล่า 2: ราชันแห่งมอนสเตอร์

ผู้กำกับภาพยนตร์: Michael Dougherty (Trick’r Treat, Krampus)

Godzilla: King of the Monsters ก็อดซิลล่า 2: ราชันแห่งมอนสเตอร์ เป็นภาพยนตร์ที่เล่าเรื่องราว 5 ปี หลังจากเกิดเหตุการณ์อสูรยักษ์ขึ้นมาตบตีกันจนบ้านเมืองพัง ส่งผลให้มีการจัดตั้งองค์กรดูแลเรื่องอสูรยักษ์เกิดขึ้นและกระจายเฝ้าระวังอยู่ทั่วโลก ตามสถานที่ที่เห็นว่าพวกอสูรนี้ยังหลับใหลอยู่ แต่ดูเหมือนจะมีคนบางกลุ่มพยายามปลุกอสูรยักษ์ที่หลับไหลและโหดร้ายที่สุดขึ้นมาเพื่อจุดประสงค์บางอย่าง การปลุกมันขึ้นมาจึงส่งผลให้ก็อดซิลล่าต้องกลับมาอีกครั้ง...เพราะราชันมีได้แค่ตัวเดียว!

การเล่าเรื่องนี่คือแบบ...โอ้โห อะไรก็ไม่รู้ ภาพรวมชวนให้นึกถึงหนังวินาศสันตะโรบานตะไทอย่าง “2012 วันสิ้นโลก” มากๆ เป็นหนังที่เทียบเคียงแล้วทุกด้านใกล้กันสุด โดยเฉพาะกับเนื้อเรื่องที่เน้นดราม่าครอบครัวเป็นหลัก และมีภารกิจทหารกู้โลกเป็นรอง พร้อมด้วยบรรดาดอกเตอร์เด็กเนิร์ดทั้งหลายที่เชื่อมั่นว่าอสูรบางตัวอาจไม่ทำร้ายเรา ขณะที่อสูรยักษ์ก็ตีกันโดยต้องการชิงเป็นจ่าฝูงลูกเดียวอยู่บนหัวของเราๆ หากเรียงลำดับความสำคัญแล้วหนังก็ถือว่าจัดเวลาให้กับเหล่าตัวละครที่เป็นมนุษย์และเหล่าอสูรยักษ์ได้อย่างลงตัว เพียงแต่น่าเสียดายที่เส้นเรื่องและตรรกะของฝั่งมนุษย์นั้นบ่อยครั้งทำเรื่องพังไปหมด โดยเฉพาะกับการพยายามจะเป็นฮีโร่ของหลายตัวละคร คือบางตัวละครมนุษย์ก็มีเพื่อตายเลยจริงๆ แค่มาทำท่าเท่ๆกดนู่นถ่วงเวลานั่นเหมือนว่าตัวเองต้องเสียสละกู้โลกเต็มประดา ทั้งๆที่มีวิธีที่ไม่จำเป็นจะต้องมีใครตายก็ได้ในบางภารกิจอยู่ มันเลยดูฝืนๆจะดราม่า พอทำเนื้อเรื่องไม่ถึงก็เสียเวลาดูฝั่งมนุษย์ไปอีก

แต่ถึงจะว่าเนื้อเรื่องไม่ค่อยดีอย่างนั้น แต่ตัวหนังก็ยังมีจุดแก้เกมเพื่อชาวบล็อกบัสเตอร์อยู่ เพราะเคียงคู่ไปกับความอะไรก็ไม่รู้ของมนุษย์ อสูรยักษ์ก็ยังคงมีฉากตีกันอยู่ข้างบนเรื่อยๆ ซึ่งหากเทียบกับภาคปี 2014 แล้วก็ถือว่ามากกว่าโข เรื่องนี้กลายเป็นหนังสัตว์ประหลาดตีกันเต็มตัวแล้ว ตีกันเมืองนึงพังแล้วก็มาตีกันให้อีกเมืองนึงพัง ซ้ำร้ายก็อย่างที่เห็นในตัวอย่างก็คือมีอสูรยักษ์ตัวอื่นโผล่ขึ้นมาในเมืองใหญ่ๆทั่วโลกอีก แม้จะมีเวลาให้อสูรยักษ์ตัวประกอบได้น้อยนิด แต่โดยภาพรวมของเนื้อเรื่องนั้นถือว่าโลกนี้ฉิบหายกันหนักไปแล้วเกินจะแก้ไข เหมือนฉากสุดท้ายของไตรภาคที่จัดเต็มสุดๆกันในภาคนี้โดยไม่ได้กั๊กไว้เลยสักนิดจนอดเป็นห่วงไม่ได้ว่าภาคหน้าจะเอาอะไรที่จัดเต็มกว่ามาให้ดูได้อีก...ก็คือถ้าใครเข้ามาชมเพราะหวังว่าจะเจอหนังสัตว์ประหลาดตีกันบ้านเมืองพังอย่างเดียว งานนี้หนังเรื่องนี้ก็ต้องได้ใจคุณไปเต็มๆแหละ


ใครมาเพื่อดูสัตว์ประหลาดตีกันนี่จุใจแน่ จัดเต็มกันสุดๆ ตีกันโลกแตก!


โปรดัคชั่นโดยภาพรวมสำหรับเรื่องนี้ก็สุดยอดตามท้องเรื่องหนังบล็อกบัสเตอร์ฮอลลีวูดเขาแหละครับ อย่างที่บอกเลยว่าพอหนังเรื่องนี้เด่นที่สัตว์ประหลาดตีกัน ทีมผู้สร้างก็เลยเหมือนจะใส่ใจและจัดเต็มกับตรงนี้มากๆโขพอสมควร จัดเต็มจนผมก็แอบคิดว่าพวกเขาอาจไม่ได้แคร์เท่าไหร่ด้วยซ้ำหากนักวิจารณ์จะไม่พอใจเพราะเนื้อเรื่อง ซึ่งด้านการตีกันของอสูรยักษ์ภายในเรื่องนี้มันก็ถือว่าทำได้สุดจริง ทุกฉากคือยิ่งใหญ่ เละเทะ และน่าจดจำ ผสมปนเปกันไป ผืนแผ่นดินแยกทะลุไปกิโล พายุหมุนมหึมาฟ้าผ่าฝุ่นตลบ ภูเขาไฟระเบิดจนหินแตกกระจาย ลาวาไหลแผดเผาผืนดิน บ้านเมืองพังพินาศเพราะสัตว์ประหลาดต้องพยายามหาทางเดิน เรื่องได้ว่าถ้าคุณชอบเห็นความฉิบหายของโลก (Hell on Earth) เรื่องนี้ถือว่าทำได้สุด บ้าพลัง ยิ่งพอผสมเข้ากับเสียงประกอบอย่างกระหึ่มทุกจังหวะและท่วงท่า พร้อมกับเพลงประกอบแสนฮึกโหม บอกได้เลยว่ามีใจแตก สำหรับคนที่ชอบอะไรแบบนี้อยู่แล้ว มันดีจริง

แต่แม้งานโปรดัคชั่นจะเป็นที่สุดที่หนังเรื่องนี้สร้างไว้ แต่หนังก็ยังมีช่องโหว่ในรายละเอียดยิบย่อยของด้านนี้อยู่ดี เพราะพอเอาเข้าจริงแล้วหากจับจุดรายละเอียดกันแบบเป๊ะๆ ผมก็ยังเห็นว่ารายละเอียดของตัวอสูรยักษ์หลายตัว แม้กระทั่งเหล่าตัวเอกอย่างก็อดซิลล่าและคิงคิโดร่า(มังกรสามหัว)ก็ยังทำได้ไม่ค่อยดี เนื้อหนังมังสายังดูปลอมมากๆ การเคลื่อนไหวยังดูประหลาด ไม่เป็นธรรมชาติ หากเทียบ Pacific Rim ทั้งสองภาคผมยังถือว่าสองเรื่องนั้นยังทำได้ดีกว่าเลย จุดนี้ถือว่าน่าผิดหวังพอสมควร ไม่แน่ว่าบางทีหนังอาจใช้ CG หนักกว่าที่ทีมงานคาดไว้จนงบประมาณหมดไปก่อนก็เป็นได้ (เดาล้วนๆ)

สรุปโดยภาพรวมแล้ว Godzilla: King of the Monsters ก็อดซิลล่า 2: ราชันแห่งมอนสเตอร์ จึงมีอะไรหลายอย่างคล้ายคลึงกับภาพยนตร์โลกแตกอย่าง “2012 วันสิ้นโลก” มากๆ เน้นเรื่องดราม่าของครอบครัวเป็นหลัก ตามมาด้วยเหล่าทหารที่พยายามสู้ศึก แต่เนื้อหาและตรรกะนี่ค่อนข้างแย่เลยล่ะ มีหลายฉากมากที่รู้สึกว่ามันไม่จำเป็นต้องเป็นแบบนั้นเลย งานโปรดัคชั่นคือสุดยอดในหลายๆด้าน ยิ่งใหญ่อลังการ แต่ด้านความเนียนของเนื้อหนังอสูรยักษ์และการเคลื่อนไหวกลับทำได้แย่มากๆเมื่อเทียบกับการมองว่านี่เป็นหนังบล็อกบัสเตอร์ น่าผิดหวัง...ใครเป็นคอหนังบล็อกบัสเตอร์ขาบ้าพลัง ชอบความอลังการตบตีในเมืองจนเละเทะให้มาชมเลย สะใจแน่นอน แต่ถ้าใครมาสายเนื้อเรื่อง หากได้ชมก็จะปวดหัวกับความอะไรไม่รู้หน่อยๆล่ะจ๊ะ...

ปล.ภาพยนตร์มีฉากต่อท้ายเครดิต 1 ตัว รอชมกันจนกว่าเขาจะไล่ออกจากโรงโน่นเลยจ้า

Review by Bombo Aruzo

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: