วิจารณ์หนัง แสงกระสือ



ผู้กำกับภาพยนตร์: สิทธิศิริ มงคลสิริ

แสงกระสือ เป็นภาพยนตร์รักดราม่าผสมสยองขวัญที่เล่าเรื่องราวของเพื่อนรักสามคน อันได้แก่ สาย, น้อย และ เจิด ที่อาศัยกันอยู่ในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง วันเกิดเหตุการณ์กระสือออกหากินขึ้น มันกินไก่กินควายในหมู่บ้านไปหลายตัว กระสือคนนั้นก็คือสาย และไม่นานหลังจากเหตุการณ์นั้นโชคชะตาก็นำพากลุ่มคนประหลาดเข้ามาหมู่บ้านโดยไม่ได้รับเชิญ และพวกนี้ล่ากระสือเป็นอาชีพ ทำให้สายต้องพยายามหลบๆซ่อนๆ โดยไม่รู้เลยว่าจะไว้ใจใครได้บ้าง

การเล่าเรื่องสำหรับเรื่องนี้นี่มีจังหวะการเล่าที่คล้ายๆกับ “นาคี 2” เมื่อปีที่แล้วเลย จังหวะช่วงต้นเรื่องจนถึงกลางเรื่องนี่ค่อนข้างจะอืดอาดยืดยาดพอกันเลยครับ อาจเป็นเพราะเรื่องนี้เน้นสไตล์ดราม่าเศร้าๆด้วยก็เลยทำให้ใส่ความหรรษาปึงปังเข้าไปมากไม่ได้ และหลายครั้งมันก็อืดอาดเพราะจังหวะการคุยกันของตัวละครนั้นชอบมีการหยุดคิดทุกครั้ง เป็นคนเนิบๆค่อยๆคุยทุกคน คุยกันประโยคนึงตัวละครอีกคนก็จะกลอกตาหันซ้ายหันขวาก่อนประมาณสองทีแล้วค่อยคุยต่อ หรือไม่ก็ไม่คุยด้วยแทนแต่ก็ทำหน้าเหมือนคิดอะไรอยู่นานแสนนาน หลายครั้งกว่าบทสนทนาจะจบผมก็ได้ยินเสียงกรนของคนที่นั่งข้างๆไปไม่รู้กี่ฟืดแล้ว ซึ่งความเงียบและจังหวะช้าๆภายในเรื่องนี้สำหรับผมมองว่าเป็นทั้งข้อดีและข้อเสีย แต่หากคุณผ่านพ้นจุดเนิบๆช้าๆเหล่านั้นได้ เมื่อหนังเล่าถึงจุดสนุกและจุดพีคนี่ถือว่าทำได้ดีสุดๆเลยนะ ลุ้นระทึกเอาใจช่วยกันตัวโก่ง และไอ้จุดที่พีคสุดๆของเรื่องนี่ก็ทำเอาคนดูปรบมือร้องลั่นกันเลยครับ มันดีจริงๆ เลยทำให้หนังเรื่องนี้ยิ่งน่าจดจำมากขึ้นไปอีกในสายตาผม เพราะความกล้าเล่นกล้าทำกล้าเล่านี่แหละ

    อ่อ...ส่วนใครคิดว่าอยากมาชมเรื่องนี้เพราะหวังความสยองขวัญเต็มที่ หวังฉากตกใจมากๆ ก็ขอให้เผื่อใจไว้ให้เยอะๆเลย เพราะหนังเรื่องนี้แทบจะไม่มีอารมณ์อย่างว่า นี่เป็นหนังโศกนาฏกรรมความรักสามเส้าที่เอากระสือมาเป็นจุดขายมากกว่า และใช้มันช่วยเสริมข้อคิดให้กับเรื่อง ให้กับชีวิตเราได้อย่างคมคายน่าคิดทีเดียว

ส่วนหนึ่งที่ดึงดูดผมไม่ให้หลับได้ก็คือหนังเรื่องนี้ถ่ายภาพสวยมากๆ สวยแบบที่ว่าเห็นก็รู้ว่านี่คืองานหนังที่ใส่ใจคุณภาพจริงๆ ไม่ใช่เอะอะก็จะทำง่ายๆทุนต่ำๆอย่างเดียว จัดเต็มกันทุกฉากทุกช็อต ผมตามผู้กำกับภาพ (ภิไธย สมิตสุต) คนนี้มาตั้งแต่สยามสแควร์แล้ว เพราะเรื่องนั้นภาพก็ดี ชื่นชมในความเก่งมากๆ ชอบความกล้าในการสาดสีแดง สีฟ้า เข้าไปในฉากเพื่อส่งอารมณ์สุดๆ

    การแสดงโดยภาพรวมถือว่าทำได้ดีครับ อารมณ์เหมือนกำลังดูละครเวทีอยู่เพราะแทบจะไม่มีจุดบอดให้เห็นนักหนาเลย ไม่ว่าจะเป็นตัวนักแสดงหลักหรือตัวประกอบ มันก็จะมีบ้างที่เรารู้สึกว่าตัวร้ายในเรื่องดูจะเล่นใหญ่เกินงามไปนิด เหมือนผู้กำกับจงใจจะให้คนดูเกลียดคนเหล่านี้และอยากวิ่งเข้าไปตบมันให้ได้ ณ เวลานั้นเลย แต่มันก็พอให้อภัยได้ เพราะช่วยให้เราอยากเอาใจช่วยตัวเอกมากขึ้นไปอีก ออกแนวหมั่นไส้ตัวร้ายมากไม่ว่าด้วยเหตุผลอะไรนั่นแหละ ขณะที่ตัวละครฝั่งดีฝั่งตัวนำของเราทั้ง 3 คนนั้นทำหน้าที่สื่ออารมณ์ได้ดีจริง แบกเรื่องทั้งเรื่องไว้ได้อยู่หมัดเต็มกำมือ และคนที่เด่นสุดเห็นจะไม่พ้นนางเอกตัวน้อยผู้รับบทกระสือสายอย่าง มินนี่ ภัณฑิรา พิพิธยากร ที่ต้องยอมรับเลยว่าเรื่องนี้น้องเล่นบทอารมณ์กุ๊กกิ๊กน่ารักได้ดี และเล่นบทเศร้าได้ดีโคตรๆ ชนิดที่ว่าทำให้เราอยากเอาใจช่วยกระสือสุดๆไม่ว่าจะน่าเกลียดขนาดไหนก็ตาม อยากเอาใจช่วยตั้งแต่เห็นหน้าเศร้าๆตั้งแต่ต้นเรื่องเลยทีเดียว


นางเอกผู้รับบทกระสือสายก็คือ มินนี่ ภัณฑิรา พิพิธยากร ยอมรับว่าน้องเก่งมาก เล่นได้ถึงอารมณ์จริงๆ

โปรดัคชั่นโดยภาพรวมถือว่าใหญ่และครบเครื่องเป๊ะแทบทุกจุดแบบในรอบห้าปีสิบปีจะหาแบบนี้ในหนังไทยได้เลยครับ เป็นหนังไทยที่ใส่ใจทุกรายละเอียด ไม่ได้เน้นทำกันง่ายๆเลย ลุยป่าฝ่าดง จัดฉากจัดหมู่บ้าน ตกแต่งสิ่งต่างๆ อุปกรณ์ประกอบฉาก และการแต่งหน้าทำผมสัตว์ประหลาดภายในเรื่อง พร้อมงานวิชวลเอฟเฟ็คที่สุดยอด ขอไม่วิจารณ์ส่วนนี้ไปมากกว่าจะบอกว่ามีคะแนนเต็มสิบให้สิบ มีร้อยให้ร้อยอ่ะ มันสุดจริง!!!

    สรุปโดยภาพรวมแล้ว แสงกระสือ จึงเป็นภาพยนตร์ไทยที่ครบรสทุกด้านแบบหาได้ยากมากในหนังไทย เนื้อเรื่องดีงามอารมณ์ครบรส ถ่ายภาพสวยมากๆ มีความแฟนตาซีและกล้าเล่นสูงมากกว่าจะโชว์ฉากสยองตุ้งแช่ราคาถูก งานโปรดัคชั่นคือสุดยอด ทั้งการจัดฉากหมู่บ้านและสถานที่ต่างๆ การแต่งหน้าทำผมสัตว์ประหลาด และงานวิชวลเอฟเฟ็คที่ไม่ธรรมดา ข้อเสียหลักมีเพียงอย่างเดียวคือการเล่าเรื่องค่อนข้างเนิบนาบนวยนาด ทำให้ภาพรวมเรื่องค่อนข้างดำเนินเรื่องช้า ใครใจไม่แข็งหรือนอนไม่พอจะหลับคาโรงเอาง่ายๆ...ใครเป็นคอหนังไทย ชอบหนังย้อนยุค ชอบหนังผีแบบตำนานๆ และมีโปรดัคชั่นที่ดีคุ้มค่าตั๋ว ห้ามพลาดเลยครับผม!


บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: