วิจารณ์หนัง หมอลำมาเนีย เขย่าลูกคอรอให้เธอมารัก



ผู้กำกับภาพยนตร์: นันทวุธ ภูผาสุข (กำกับภาพยนตร์เรื่องแรก)

หมอลำมาเนีย เขย่าลูกคอรอให้เธอมารัก เป็นภาพยนตร์ตลกที่จะเล่าเรื่องของสามเพื่อนรักชายหนุ่มที่ตัดสินใจจะตั้งวงดนตรีหมอลำร่วมกันขึ้นด้วยความฝันตั้งแต่สมัยเด็ก พวกเขาจึงต้องพยายามรวบรวมทีมมาช่วยงาน โดยใช้โอกาสของการจัดงานบุญครั้งใหญ่ในหมู่บ้านเพื่อเปิดตัววง พร้อมทั้งพยายามแก้ปัญหาส่วนตัวในชีวิตแต่ละคน

การเล่าเรื่องสำหรับเรื่องนี้ต้องบอกว่ามันขาดๆเกินๆกึ่งสุกกึ่งดิบครึ่งผีครึ่งคนมากครับ เป็นภาพยนตร์ที่เรากำลังจะชมในความดีงามด้านนึง แล้วเราก็จะมาหัวเสียมากๆกับอีกฉากนึง เป็นวัฏจักรที่วนเวียนอยู่ในใจเราตอนได้ชมอย่างนี้ไปทั้งเรื่อง หนังมีความฮาที่ใช้ได้อยู่ประปราย แต่หลายฉากก็เป็นความฮากริบที่เข้าได้ถึงยาก แค่จะยิ้มยังทำไม่ได้เลย บทภาพยนตร์นั้นค่อนข้างตุปัดตุเป๋กระจัดกระจาย แม้จะพยายามกระจายบทให้ตัวละครนำสามตัวมีความสำคัญเท่าๆกันเต็มที่แล้ว แต่ก็ไม่สามารถจัดการปัญหาต่างๆที่มาคาบเกี่ยวกันได้ ทำให้บางครั้งเกิดความงงงวยกันเนื้อเรื่องว่า “เอางี้เลยเหรอ?” อยู่บ่อยๆ เพราะหลายครั้งหลายทีช่องโหว่ในแต่ละเหตุการณ์นั้นมีเยอะมาก เพราะดูเหมือนจะมัวแต่เอาเวลาไปลงกับมิวสิควิดีโอประกอบในภาพยนตร์มากกว่า ขณะที่จังหวะการเล่าเรื่องนั้นก็ดูจะใช้มุขเดิมซ้ำๆจนน่าเบื่อกึ่งละเหี่ยใจ ไม่มีลูกเล่นใหม่ที่น่าติดตาม พยายามเล่นกับการต่อคำเปลี่ยนฉากไปมาเพื่อให้เรื่องดูสนุก บางครั้งก็ทำได้ดี แต่ครั้งในทำล้มเหลวก็เรียกได้ว่าพาคนดูกุมหัวกันทั้งโรงเลยทีเดียว

ส่วนอารมณ์โดยภาพรวมเรื่องแล้วนี่ก็เป็นหนังที่ไม่ได้ดิบ ไม่ได้ถึงลูกถึงคนสุดๆแบบ ไทบ้านเดอะซีรีส์ หรือหนังไทบ้านแนวๆใกล้กันที่มักเล่นเรื่องคำหยาบ เรื่องเพศ หรือความอุจาดตากันอย่างเต็มรูปแบบ พยายามนำเสนอไทบ้านในรูปแบบที่งดงาม พร้อมกับนำความเชื่อด้านดนตรีของคนสมัยใหม่มาผสมผสาน ฟังเพลงเพลินผสมกับความน่ารักของคนพื้นถิ่นเป็นหลักจ้า

    นักแสดงนำหลายคนในเรื่องดูจะแบกเรื่องไม่ค่อยได้ คนที่แย่ที่สุดคือนักแสดงที่รับบทบักสเตอ ที่ไม่ว่าจะพูดคำว่าอะไร แสดงอารมณ์และสีหน้าแบบไหนก็ดูจะผิดที่ผิดทางไปหมด มีเขาอยู่ฉากไหนทุกฉากนั้นจะงานกร่อยตลอด พี่ผู้รับบทเป็นอาจารย์สินถือว่าทำหน้าที่ได้โอเค แต่อาจเป็นเพราะบทบาทของตัวละครมันทื่อๆ เลยทำให้ไม่ค่อยน่าสนใจเท่าไหร่ ขณะที่คนที่โดดเด่นที่สุดที่เห็นแววปังมาตั้งแต่ตัวอย่างแล้วก็คือ ก้องศิลป์ ฟ้าล่วงบน แห่งวงกู่แคน นี่แหละ คนนี้เรียกได้เต็มปากว่าเป็นตัวท็อปตัวแบกของเรื่อง ถ้าไม่มีเขาคือหนังเรื่องนี้ไม่มีอะไรน่าจดจำอีกแล้ว เป็นตัวชูบทพูดคุยและฉากแต่ละฉากให้ดูน่าสนใจขึ้น แสดงเก่งทั้งสีหน้าท่าทางและวิธีการพูดจา น่าชื่นชม และอยากให้มีโอกาสได้แสดงหนังอีกหลายๆเรื่องเลย



แฟนๆก้องศิลป์มีเฮ งานนี้เขาปังมาก!


    ส่วนด้านงานโปรดัคชั่นนี่ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ค่อนข้างดีเลยแหละ ด้วยความเป็นหนังอินดี้ไทบ้านทุนต่ำเช่นเคยก็หนีไม่พ้นที่จะนำเสนอสิ่งที่พื้นถิ่นชาวอีสานมีอยู่แล้ว นั่นคือบ้านไม้มีใต้ถุน ทุ่งนากับกระท่อม ริมแม่น้ำกับเรือที่ลอยล่องไปมา ซึ่งก็ถือว่านำเสนอเท่าที่มีได้อย่างดี อาจมีบ้างที่จะต้องออกแบบอุปกรณ์บ้างชิ้นมานำเสนอให้ดูเล่นใหญ่หน่อย ก็ถือว่าทำออกมาไม่ได้แย่อะไร ความเล่นใหญ่ในหลายฉากก็ดีบ้าง ไม่ดีบ้าง เรื่องปกติ ยิ่งพอผมมารู้ว่าเรื่องนี้ผู้กำกับเองทำอะไรหลายอย่างด้วยตัวคนเดียว ก็คงต้องอดชมไม่ได้ และหวังว่าครั้งหน้าถ้ามีทีมงานเพิ่มมากขึ้น ก็ขอให้งานเนี๊ยบเทียบชั้นกับผู้กำกับระดับครูหลายคนให้ได้จ้า

สรุปโดยภาพรวมแล้ว หมอลำมาเนีย เขย่าลูกคอรอให้เธอมารัก จึงเป็นภาพยนตร์ที่ภาพรวมทุกอย่างเฉลี่ยแล้วทำออกมาได้ค่อนข้างดี มีความตลกบ้าบอในแบบพอดี ไม่ห่ามและทะลึ่งตึงตังสุดขั้วเหมือนหนังไทบ้านเรื่องอื่นๆ เน้นความสวยงามเป็นหลัก แต่ปัญหาหนักคือเนื้อเรื่องขาดๆเกินๆ ประเด็นเรื่องมีน้อยนิด แต่ปมตัวละครมีมากมาย จัดการได้ไม่ลื่นไหล บทเลยค่อนข้างแย่ ไม่น่าเชื่อกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นักแสดงมีเพียงก้องศิลป์แห่งวงกู่แคนเท่านั้นที่เล่นได้ดีมากๆ ฮาสุดจัด โปรดัคชั่นอยู่ในขั้นโอเค เพราะยังไงซะนี่ก็เป็นหนังอินดี้ ไม่ได้โชว์ความยิ่งใหญ่ใดๆมากมาย ใครชอบหนังไทยบ้านก็มาชมได้ นี่ยังเป็นหนังที่อยู่ในระดับมาตรฐานของหนังไทยฉายโรงอยู่จ้า!

วิจารณ์หนัง หมอลำมาเนีย เขย่าลูกคอรอให้เธอมารัก Review by Bombo Aruzo

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: