วิจารณ์หนัง Master Z : The Ip Man Legacy ยิปมัน : ตำนานมาสเตอร์ Z

ผู้กำกับภาพยนตร์: หยวน หวูปิง (ผู้พิทักษ์หมัดเทวดา, ยาจกซู ตำนานหมัดเมา, Crouching Tiger, Hidden Dragon: Sword of Destiny)

Master Z : The Ip Man Legacy ยิปมัน: ตำนานมาสเตอร์ Z เป็นภาพยนตร์จากจีนที่เล่าเรื่องของจงเทียนฉี ชายผู้เคยเป็นดาวรุ่งปรมาจารย์หย่งชุนมาก่อน แต่ดันมาพ่ายแพ้ให้กับยิปมัน นั่นส่งผลให้เขาละทิ้งกังฟูแล้วพาลูกชายไปใช้ชีวิตธรรมดา ขายของไปวันๆ แต่อยู่มาวันหนึ่งเทียนฉีก็ดันไปมีเรื่องกับผู้มีอิทธิพลเข้า เขาจึงถูกอันธพาลเหล่านั้นกลั่นแกล้งจนแทบไม่มีที่ซุกหัวนอน ซ้ำร้ายไม่นานหลังจากนั้นก็เริ่มมียาเสพติดระบาดหนักในแถบที่เขาอาศัยอยู่ นั่นจึงทำให้เขาเริ่มกลับไปใช้วิชาหมัดของตัวเองเพื่อทวงความยุติธรรมให้ผู้คนอีกครั้ง

การเล่าเรื่องสำหรับเรื่องนี้นี่ทุกอย่างมันก็แทบจะเหมือนกับยิปมันหมดแหละครับ ต่างกันแค่ตัวละครนำที่ดูเป็นคนนิ่งและหยิ่งกว่า แต่ก็พยายามใช้ชีวิตสมถะ เป็นคนดีช่วยเหลือผู้คน และได้มีโอกาสต่อสู้กับแก๊งค์อันธพาลหลายกลุ่มเหมือนกัน เนื้อเรื่องมันก็จะเชยๆอยู่หน่อยๆ เพราะเป็นเรื่องเกี่ยวกับผู้ผดุงความยุติธรรมที่ต้องพยายามเอาชนะแก๊งค์อันธพาลและยาเสพติด พร้อมมีตัวร้ายใหญ่สุดเป็นชาวต่างชาติ มันก็จะมีความชาตินิยมเชยๆเหมือนหนังรักชาติบ้านเราอยู่นิดๆ เห็นแล้วก็จะส่ายหัวอยู่หน่อยๆว่าทำไมต้องดราม่าระดับชาติสโลวโมชั่นกรีดร้องโหยหวน ทั้งที่เรื่องราวก็ไม่ได้เล่าไปถึงขนาดนั้นสักหน่อย

ส่วนฉากแอ็คชั่นนี่ผมก็ถือว่ายังคงทำได้ระดับเดียวกับยิปมันทุกภาคเลย แต่ก็แอบรู้สึกว่ามันมีความช้ากว่าตอนสมัยที่ ดอนนี่ เยน แสดงนำอยู่นิดๆ ซึ่งอันนี้ก็พูดยากว่าเป็นเพราะนักแสดง (โดยเฉพาะกับจางจิ้นผู้รับบทจงเทียนฉี) นั้นช้ากว่าจริงๆ หรือเพราะตัดต่อไม่ดี แล้วก็รู้สึกว่าเรื่องนี้จะมีความโหดกว่าอยู่หน่อย เพราะจำได้ว่าภาคก่อนๆหน้านั้นไม่ได้มีฉากโหดถึงขนาดฟันแขนคนขาดแล้วถ่ายตอนมันตกลงพื้นให้เห็นกันจะๆ แต่เรื่องนี้มีนะ
    
และหากใครหวังว่ายิปมันจะโผล่มาไรงี้ก็ต้องบอกว่าไม่มีตัวละครนี้กลับมาจริงๆนะจ๊ะ แค่มีฉากย้อนหลังให้หายคิดถึงบ้างเป็นครั้งคราวเท่านั้น


ไม่มี ดอนนี่ เยน ไม่เป็นไร เพราะ จางจิ้น คนนี้ก็ไม่ธรรมดาเหมือนกัน!

ส่วนคนที่ไม่เคยดูยิปมันมาสักภาคหรือว่าดูไม่ครบก็ไม่จำเป็นต้องห่วงไป โดยเฉพาะคนที่จำตัวละครจงเทียนฉีไม่ได้ก็ไม่จำเป็นต้องกลัว เพราะว่าภาคนี้มีการเล่าย้อนอดีตทุกอย่างในภาคก่อนหน้าไว้ให้หมด เกี่ยวกับการพ่ายแพ้ของจงเทียนฉีต่อยิปมัน และความรุ่งโรจน์ในสมัยก่อนของเขา
    
ส่วนใครกะมาชมเพราะพี่ จา พนม เนี่ย ก็ต้องบอกว่าเฮียไม่ได้มีบทบาทมากมายนะ เรียกได้ว่าไม่พูดอะไรเลยทั้งเรื่องด้วยซ้ำ แต่อย่างน้อยก็พอจะมีฉากต่อสู้ให้ได้ชมกันเต็มตาอยู่สองถึงสามฉาก ช่วยเติมสีสันให้กับเรื่องได้ดี ถือว่าไม่เสียหลายจ้า (อย่างน้อยก็มีฉากพอๆกับตอนเล่น Fast ไม่ได้น้อยเหมือนตอนเล่น Triple X อ่ะ)

โปรดัคชั่นโดยภาพรวมยังคงรักษามาตรฐานแบบยิปมันได้อยู่เหมือนเดิมแหละครับ มันก็มีฉากสูตรสำเร็จจากยิปมันหลายแบบที่เกิดขึ้นกับภาคนี้เหมือนกัน ทั้งฉากตีกันเดี่ยวๆ ปีนป่ายสถานที่ต่างๆที่ถูกเซ็ตขึ้นมา เตะของโน่นนี่นั่นพังบ้าง มีฉากตะลุมบอนกันเป็นสิบเป็นร้อยเหมือนกัน พร้อมด้วยเก้าอี้ โต๊ะ กระจก พังไปไม่รู้ตั้งกี่ตัว คือถ้าใครติดตามยิปมันมาก็คืองานโปรดัคชั่นแทบทุกอย่างเรียกได้ว่ามีเหมือนกันทุกประการ เพื่อความมันส์ เพื่อความบ้าพลัง เรื่องนี้เก็บได้ครบ เรียกได้ว่าเอาใจคอหนังกังฟูจีน และคอหนังยิปมันกันเต็มที่เหมือนเดิม


กระจกแตก โต๊ะพัง เก้าอี้หัก ไฟไหม้ คนตีกันเป็นสิบเป็นร้อย เรื่องนี้มีหมด! งานนี้มีมันส์!

สรุปโดยภาพรวมแล้ว Master Z: The Ip Man Legacy ยิปมัน: ตำนานมาสเตอร์ Z จึงเป็นภาพยนตร์แอ็คชั่นกังฟูจากจีนที่ทำออกมาได้ถอดแบบจากยิปมันในชุด 3 ภาคแรกเป๊ะ มันมีทั้งเนื้อหาดราม่าการต่อสู้ชีวิตของคนจีนสมถะที่กินใจ มีความชาตินิยมอยู่หน่อยๆ มีฉากแอ็คชั่นครบทุกรูปแบบ ทั้งตีต่อยหนึ่งต่อหนึ่ง หรือสู้กันเป็นระดับห้าสิบคนตะลุมบอน โต๊ะ เก้าอี้ กระจก ของพังไปไม่รู้กี่ชิ้น คือใครเป็นคอหนังยิปมันที่ติดใจมาตั้งแต่ภาคอื่นๆก็ต้องบอกเลยว่าห้ามพลาดแหละจ้า! (แต่ย้ำอีกครั้งว่าเรื่องนี้ไม่มียิปมันเน่อ!)

วิจารณ์หนัง Master Z: The Ip Man Legacy ยิปมัน: ตำนานมาสเตอร์ Z Review by Bombo Aruzo


บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: