วิจารณ์หนัง Bumblebee บัมเบิ้ลบี



ผู้กำกับภาพยนตร์: Travis Knight (Kubo and the Two Strings)

Bumblebee บัมเบิ้ลบี เป็นภาพยนตร์ภาคแยกของทรานฟอร์เมอร์สที่เล่าเรื่องย้อนกลับไปในปี 1987 เกิดสงครามไซเบอร์ทรอนขึ้น จนทำให้หุ่นยนต์ทรานส์ฟอร์เมอร์อย่างบัมเบิ้ลต้องหาที่หลบภัย ซึ่งมันอยู่บนพื้นที่เก็บของเก่าในเมืองริมชายหาดเล็กๆของรัฐแคลิฟอร์เนีย ไม่นานนัก ชาร์ลี สาวน้อยที่กำลังอายุครบ 18 ปี ก็ได้มาพบเจอกับบัมเบิ้ลบีเข้าในสภาพรถโฟล์กสวาเกนสีเหลือง เก่า ผุผัง ก่อนที่ในไม่ช้าเธอจะค้นพบว่าบัมเบิ้ลบีไม่ใช่เพียงแค่รถเต่าธรรมดา และพวกเขาทั้งสองต้องร่วมกันต่อสู้เพื่อปกป้องดาวโลกจากภัยร้ายไว้ให้ได้!

การเล่าเรื่องสำหรับเรื่องนี้มันชวนให้นึกถึงหนังหุ่นเหล็ก Real Steel มากๆ มันมีความชนบทนิดๆ เย็นสบาย มีความน่ารัก มีความสนุกแบบวัยรุ่น กล่าวถึงปัญหาครอบครัวและเด็กที่กำลังโต เป็นหนังทรานส์ฟอร์เมอร์สที่ทำอย่างใส่ใจเนื้อเรื่อง และมีความละมุนอบอุ่นตลอดเรื่อง ไม่ได้เน้นบ้าพลังเหมือนแต่ก่อนแล้ว หากเปรียบเทียบเป็นเกมก็เหมือนกับภาคนี้เป็นการพาบัมเบิ้ลบีมาทำภารกิจรอง เดินเล่นริมชายฝั่งในตัวเมืองเล็กๆ มีโมเมนท์ดีๆ มีต่อสู้กันบ้างเป็นปกติ แต่ไม่ถึงขั้นทำลายล้างเมือง ไม่ถึงขั้นทำลายล้างหมู่บ้านเล็กๆด้วยซ้ำ จะติดก็ตรงที่ท้ายที่สุดแล้วหนังก็ยังคงมาทางเพื่อนรักต่างสายพันธุ์ที่คุณเคยเห็นวิธีการเล่าเรื่องแบบนี้มานักต่อนักแล้ว มันเลยพอจะเดาเส้นเรื่องได้ง่ายว่าท้ายที่สุดแล้วใครจะอะไรยังไง มันมีความเชยอยู่นิดๆ แต่ถ้าคุณชอบแบบนี้ นี่ก็คือสายทางของคุณเลย

และแน่นอนว่าจากที่เกริ่นๆไป สิ่งที่จะต่างออกไปจากภาคอื่นๆคือเรื่องนี้นั้นฉากแอ็คชั่นค่อนข้างน้อย แม้จะยังทำได้อย่างดีเยี่ยม เหมาะสมกับเนื้อเรื่อง แต่เชื่อว่าไม่น่าจะสะใจกับคนที่ชื่นชอบความบ้าพลังทำลายโลกแบบภาคอื่นๆแน่นอน คือถ้าใครเข้ามาชมเพราะหวังกับฉากแอ็คชั่นบ้าพลังเหมือนภาคอื่น ก็อยากจะให้เผื่อใจไว้ให้มาก เผลอๆไม่ถูกจริตจะง่วงเอากันง่ายๆ

แม้ฉากแอ็คชั่นภาคนี้จะมีน้อย แต่ยังมันส์เหมือนเดิมนะจ๊ะ!

การแสดงเป็นสิ่งที่ไม่กล่าวถึงไม่ได้ เพราะอย่างที่บอกว่าเรื่องนี้จะแตกต่างจากแฟรนไชส์ภาคอื่นอยู่พอสมควร สิ่งหนึ่งที่หนังทำผมเซอร์ไพรส์มากคือนักแสดงในเรื่องหลายคนเล่นดีครับ (ใครจะไปเชื่อว่าหนังทรานฟอร์เมอร์สจะมีอารมณ์ลึกซึ้ง มีนักแสดงที่เล่นได้อารมณ์ถึงใจกับเขาด้วย!) แน่นอนว่าคนที่โดดเด่นที่สุดจนผมต้องชมว่าแบกหนังทั้งเรื่องได้อยู่ก็คือน้องหนู ไฮลี สไตน์เฟลด์ (Hailee Steinfeld) นี่แหละ ไร้คำบรรยายจริงๆ เห็นมาตั้งแต่เด็กๆตอนเล่นเรื่อง True Grit แล้ว บอกได้เลยว่าฝีมือเธอมีแต่พัฒนาขึ้น แม้จะเป็นหนังใหญ่ขนาดไหนก็ไม่เคยลดคุณภาพการแสดงของเธอไปได้ น่ารักทำได้ ฉากวิ่งหนีอุตลุตก็ทำได้ เรียกน้ำตาก็ทำได้  ทำดีแล้ว ทำต่อไป!


น้องไฮลีท็อปฟอร์มตลอด แล้วคุณจะแปลกใจว่าหนังทรานส์ฟอร์เมอร์สมีนักแสดงดีๆกับเขาด้วย!!!

ส่วนพี่ จอห์น ซีน่า (John Cena) นั้นมาเพื่อสร้างสีสันอยู่แล้ว ขรึมหน่อยๆ ยิ้มนิดๆ ไม่มีอะไรพลิกโผมากมาย ใครชอบพี่แกก็มาชมได้ มีบทอยู่พอสมควร

โปรดัคชั่นโดยภาพรวมสำหรับเรื่องก็เรียกว่ายังทำงานได้ตามมาตรฐานเดิม คือเป็นแฟรนไชส์ที่เก็บงานเนี๊ยบ มีความบ้าพลังผสมความแปลกใจว่า “ถ่ายยังไงวะ?” ให้เห็นได้อยู่เรื่อยๆ จะแตกต่างจากภาคหลักหน่อยก็ตรงที่ เรื่องนี้มันเป็นแค่สงครามย่อมๆเท่านั้น ใหญ่เทียบภาคไหนๆไม่ได้เลย มันมีเท่าจำเป็นจริงๆ มีฉากเปิดตัวที่ยิ่งใหญ่อย่างที่เราให้ในตัวอย่างก็จริง แต่เอาเข้าจริงก็มีหุ่นยนต์รบอยู่แค่ไม่กี่ตัวที่มาตีกัน ถือว่าเป็นอะไรที่คนเป็นคอแฟรนไชส์ทรานส์ฟอร์เมอร์สและชอบความบ้าพลังตึกถล่มโลกทลาย ก็จงเผื่อใจไว้ให้มากถึงมากที่สุด เพราะอะไรบ้าพลังแบบนั้นน่ะมันไม่มีในเรื่องนี้นะ

สรุปโดยภาพรวมแล้ว Bumblebee บัมเบิ้ลบี จึงเป็นภาพยนตร์ที่มาทางเดียวกันกับหนังหุ่นเหล็ก Real Steel เลย มันมีความชนบทนิดๆ เย็นสบาย มีความน่ารัก มีความสนุกแบบวัยรุ่น กล่าวถึงปัญหาครอบครัวและเด็กที่กำลังโต พร้อมด้วยฉากแอ็คชั่นที่แม้จะมีน้อยแต่ก็ยังทำได้อย่างถึงใจเหมือนเดิม โปรดัคชั่นยังคงเนี๊ยบละเอียด อลังการสุดยอด แม้จะไม่ยิ่งใหญ่เท่ากับภาคหลักเลยก็เถอะ ใครเป็นแฟนๆทรานส์ฟอร์เมอร์สภาคหลัก ชอบความบ้าพลังอลังการก็ให้เผื่อใจไว้หน่อย เรื่องนี้ตีกันน้อยมาก แต่ถ้าคุณกำลังมองหาภาพยนตร์แนวหุ่นยนต์เพื่อนรัก เน้นเนื้อหามากกว่า บอกได้เลยว่าห้ามพลาด!

    ปล.ส่วนใครที่ไม่เคยดูทรานส์ฟอร์เมอร์มาก่อน หรือดูไม่ครบทุกภาคก็มาดูเรื่องนี้ได้นะครับ เพราะนี่เป็นหนังภาคแยกจริงๆ แทบจะไม่ได้ดึงเนื้อเรื่องส่วนไหนของภาคอื่นมาเลยนะจ๊ะ

วิจารณ์หนัง Bumblebee บัมเบิ้ลบี Review by Bombo Aruzo


บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: