วิจารณ์หนัง Time freak ไทม์ฟรีค

 

ผู้กำกับภาพยนตร์: Andrew Bowler (The Descent of Walter McFea)

Time freak ไทม์ฟรีค เป็นภาพยนตร์รักที่เล่าเรื่องของคู่รักที่มีนักเรียนฟิสิกส์สุดเทพนามว่า “สติลแมน” และสาวสุดเปิ่นนามว่า “เด็บบี้” ที่รักกันมาอยู่ดีๆจู่ๆฝ่ายหญิงก็เป็นฝ่ายขอเลิกไปเฉยๆ ฝ่ายชายจึงพยายามใช้ความเก่งกาจของตัวเองสร้างเครื่องย้อนเวลาขึ้นมาเพื่อกลับไปแก้ไขปัญหาที่คิดว่าตนเองเคยสร้างไว้ แต่เขาไม่เคยย้อนกลับไปแก้ไขสิ่งต่างๆด้วยตัวคนเดียวได้สำเร็จ สติลแมนจึงตัดสินใจพาเพื่อนสนิทคู๋ใจอีกคนย้อนกลับไปด้วย เพื่อให้เขาช่วยแก้ปัญหา แล้วความวุ่นวายก็เริ่มหนักขึ้นนับแต่นั้น

รู้ไว้ใช่ว่า...แอบไปสืบข่าวมาแว่วๆได้ว่า Time Freak นั้นเป็นหนังสั้นเข้าชิงออสการ์สาขาภาพยนตร์สั้นยอดเยี่ยมของผู้กำกับ Andrew Bowler มาก่อน ก่อนจะถูกพัฒนาจนมาเป็นหนังรักวัยรุ่นยาวๆให้เราได้เห็นกัน


ตัวอย่างสั้นๆของ Time Freak เวอร์ชั่นหนังสั้น ที่จริงๆฉบับเต็มยาวเพียง 10 นาทีเท่านั้น

กลับมาที่การเล่าเรื่อง ตัวภาพยนตร์นั้นเรียกได้ว่าเป็นหนังรักตลกวัยรุ่นทั่วไปมากเลยครับ คือนอกจากการเล่นเรื่องเวลาแล้ว ตัวหนังเองในด้านเนื้อหาก็ไม่ได้มีอะไรที่โดดเด่นและลึกซึ้งไปกว่า(หรือเท่ากับ)หนังย้อนเวลาเรื่องไหนๆที่เราเคยเห็นกันมา และเหมือนพวกเขาไม่ได้อยากจะเน้นเท่าไหร่ สิ่งที่หนังเด่นสุดจึงไปลงที่ความเป็นหนังรักวัยรุ่นแบบเต็มสูบ พร้อมกับมิตรภาพของเพื่อนที่มีการแซวกัน จิกกัดกัน มีชีวิตวัยรุ่น มีการทะเลาะกัน ซึ่งโดยภาพรวมหากมองตรงนี้ตรงๆเลยถือว่าสนุก เพราะมุขที่งัดมาแต่ละฉากถือว่าเพลินใช้ได้ และการแซวกันภายในเรื่องก็ทำให้เราขำได้ตลอด

แต่หากมองไปที่ด้านตรรกะเรื่องแล้วถือว่าอ่อนอย่างน่ารำคาญ จะว่าเพราะเป็นหนังวัยรุ่นเลยมีแต่ตัวละครเอ๋อๆบื้อๆไม่รู้ว่าตัวเองควรชอบ ควรโกรธ หรือควรจะทำอะไรก็ไม่ใช่ ไหนจะรวมไปถึงปัญหาที่จู่ๆก็เกิดขึ้นอย่างไม่มีที่มาที่ไปอย่างการที่จู่ๆเครื่องควบคุมการย้อนเวลาในมือถือก็เกิดเสีย ทำให้ใช้การไม่ได้เฉย (ฉากนี้มีให้เห็นในตัวอย่างแล้ว) ก็เลยทำให้หนังฝืนมากที่จะพยายามสร้างวิกฤติให้ตัวละครต้องแก้ไขภายในเรื่องเกินงามไร้เหตุผล และสิ่งที่แปลกประหลาดที่สุดภายในเรื่องก็คือทุกตัวละครภายในเรื่องนั้นไม่มีพ่อแม่หรือญาติผู้ใหญ่คอยดูแลเลย มันก็เลยทำให้เรื่องไม่สมจริงเข้าไปใหญ่ ทั้งๆที่หลายเรื่องมากเราเชื่อว่าหากได้คุยกับคนโตกว่าจะแก้ปัญหาได้ทันที แต่เด็กวัยรุ่นเหล่านี้กลับเลือก...จะเลือกยังไงล่ะเนี่ย ก็โลกในหนังมันไม่มีผู้ใหญ่นี่เนอะ เด็กๆเขาก็เลยแก้ปัญหากันไปตามประสา (ฮา)

การแสดงคืออีกสิ่งหนึ่งที่มีปัญหามาก คือตัว โซฟี่ เทอร์เนอร์ น่ะน่ารักอยู่แล้ว และการแสดงของเธอผมก็ว่าดี แม้แต่เพื่อนสนิทของตัวเอกที่มารับบทเปิ่นๆ บ่นๆ ฮาๆ ก็สามารถสร้างความฮาและเสียงหัวเราะให้ได้อยู่เรื่อยๆ มันเซอร์ไพรส์ผมก็ตรงที่กลายเป็นว่าคนที่แย่ที่สุดกลับเป็น เอซา บัทเตอร์ฟิลด์ ไม่ว่าจะทำอะไรก็ดูแข็งไปหมด มันไม่ใช่น้องคนเดิมที่เราเคยรู้จักตอนเด็กๆแล้ว น้ำเสียงก็แข็ง ไร้อารมณ์ พูดเหมือนท่องบทไปเรื่อยๆ แววตาไม่แสดงอารมณ์ ท่าทางของร่างกายก็ไม่ได้สื่อความหมายใดๆ แม้แต่จะสื่อความเป็นเด็กเนิร์ดทื่อๆก็ยังไม่รู้สึกเลย แล้วประเด็นคือเขาคือคนนำเรื่อง และมีบทมากที่สุดในเรื่อง แต่นอกจากความหล่อที่มีเป็นทุนเดิมแล้ว พ่อหนุ่มคนนี้ก็ไม่ได้ช่วยแบกเรื่องให้ดูดีขึ้นแต่อย่างไร ออกแนวถ่วงให้คุณภาพของหนังจมลงไปอีกด้วยซ้ำ

โปรดัคชั่นโดยภาพรวมจริงๆแล้วก็ว่าจะไม่กล่าวถึง เพราะงานสร้างของหนังล้วนแล้วแต่อยู่ในพื้นฐานของความเป็นจริง และไม่ได้มีสไตล์อะไรเป็นพิเศษ ทำให้จริงๆก็ไม่ควรจะมีอะไรต้องติ สถานที่ก็ธรรมดา เสื้อผ้าหน้าผมก็วัยรุ่นทั่วๆไป...แต่มันกลายเป็นว่ามีของภายในเรื่องที่ถูกออกแบบขึ้นมาใหม่ และมันทำไม่ดีจนผมต้องกล่าวถึง นั่นก็คืออุปกรณ์ทั้งหลายแหล่ที่พระเอกสุดอัจฉริยะของเราสร้างขึ้นนี่แหละครับ! เอาตรงๆคือของทุกอย่างมันดูปลอมมาก มันไม่ตอบโจทย์ทั้งความสวยงามและฟังก์ชันความเป็นไปได้ เราไม่เข้าใจว่าทำไมคนเราจะต้องเอาจอยเกมมากดซ้ายขวาเพื่อเลือกดูความทรงจำทุกอย่างที่เคยสร้างไว้ ทั้งๆที่เมาส์น่าจะใช้งานได้ตอบโจทย์กว่า (เป็นข้อสงสัยแบบเดียวกันว่าทำไมหนังสายลับถึงกดแต่คีย์บอร์ด ทำไมไม่ใช้เมาส์) นี่ยังไม่รวมไปถึงเครื่องย้อนเวลาที่ดูจะสร้างมาได้ขัดใจผมมาก มันเหมือนถูกสร้างมาโดยไม่ลองหาข้อมูลที่ใกล้เคียงความเป็นจริงสักหน่อยว่าถ้าเครื่องย้อนเวลามีจริง มันควรจะมีอุปกรณ์รูปร่างหน้าตาแบบไหนบ้าง แต่ในเรื่องนี้อุปกรณ์ย้อนเวลาดันประกอบไปด้วยคีย์บอร์ดเปียโน? ลำโพง? หน้าจอที่วัดคลื่นเสียง? ไมโครโฟน? รวมๆแล้วเหมือนสตูอัดเพลงก็ไม่ปาน เอาจริงๆแล้วหนังที่ทำมาเพื่อเฮฮาผมว่ามันก็ควรจะมีลิมิตบ้าง ไม่ควรจะหลุดโลกไปซะขนาดนั้น ควรมีการหาข้อมูลบ้าง ไม่ใช่ทำมาเพื่อเอาใจวัยรุ่นกันซะขนาดนี้

สรุปโดยภาพรวมแล้ว Time freak ไทม์ฟรีค จึงเป็นภาพยนตร์รักวัยรุ่นสายฮาที่เรียกได้ว่าทำมาเพื่อนำเสนอความรักฝุ้งฝันแบบวัยรุ่นเต็มๆ พร้อมด้วยมิตรภาพแบบวัยรุ่นที่เต็มไปด้วยความสนุกสนาน ความบันเทิง การทะเลาะกันและการอยากเที่ยว ทั้งเรื่องประหลาดมากด้วยการไม่มีผู้ใหญ่มาเกี่ยวข้องเลย ตรรกะเรื่องโดยภาพรวมอย่าหวังมาก เพราะมันไม่ค่อยจะดี ส่วนงานโปรดัคชั่นถือว่าน่าผิดหวัง เพราะเครื่องย้อนเวลาและการดีไซน์อะไรหลายเรื่องภายในเรื่องดูปลอมมาก ใครเป็นคอหนังรักล้วนๆ ชอบความสนุกในบทพูดแซวและจิกกัดกัน ความหวาน ความวัยรุ่น เชิญมาชมได้...แต่ถ้าหวังว่าจะได้ข้อคิดความคิดแบบผู้ใหญ่ที่เป็นเหตุเป็นผลภายในเรื่อง เรื่องนี้สอบตกอย่างแร
เลยจ้า!

 วิจารณ์หนัง Time freak ไทม์ฟรีค - Review by Bombo Aruzo


บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: