วิจารณ์หนัง Robin Hood พยัคฆ์ร้ายโรบินฮู้ด

 

ผู้กำกับภาพยนตร์: Otto Bathurst (กำกับภาพยนตร์เรื่องแรก ก่อนหน้าเคยกำกับซีรีส์บางตอนของ Black Mirror และ Peaky Blinders)

    Robin Hood พยัคฆ์ร้ายโรบินฮู้ด เป็นภาพยนตร์แอ็คชั่นประวัติศาสตร์ที่ปรับแต่งเรื่องราวของโรบินฮู้ดให้ทันสมัยขึ้น โดยจะเล่าเรื่องของท่านลอร์ดนามว่าร็อบบินที่ดันถูกส่งไปเกณฑ์ทหารในสงครามครูเสด ก่อนจะกลับมาพบว่าตนเองถูกเจ้าเมืองปล้นทุกสิ่งทุกอย่างไปจากเขา และด้วยความช่วยเหลือของเพื่อนใหม่จากสงคราม พวกเขาจึงตัดสินใจทำภารกิจปล้นสุดหินเพื่อทวงคืนความยุติธรรมให้กับตนเองและผู้คนในเมืองที่เขาอาศัยอยู่ด้วย

    การเล่าเรื่องสำหรับผมแล้วชวนให้นึกถึง King Arthur: Legend of the Sword เมื่อปีที่แล้วเลยครับ เป็นภาพยนตร์ที่พยายามนำเอาตำนานมาเล่าเรื่องใหม่ให้ดูมันส์เหมือนกัน ซึ่งสำหรับเรื่องนี้หากให้นิยามอีกรูปแบบ ตัวโรบินฮู้ดในเรื่องก็คือแบทแมนเลยแหละครับ นี่มันคือแบทแมนชัดๆเลยในด้านองค์ประกอบของการเล่าเรื่องในแทบจะทุกด้าน เป็นบุรุษที่ต้องปลอมตัว ฝึกฝนตนเองอย่างหนักและออกต่อสู้เพื่อช่วยเหลือผู้คนจากการปิดบังตัวเองไว้ เป็นคนที่สูญเสียอะไรหลายอย่างไปแต่ก็ยังพยายามต่อสู้เพื่อคนอื่น ความตั้งใจเรียกว่ามาดีแล้ว แต่น่าเสียดายว่าพลังของบทภาพยนตร์นั้นไม่สามารถส่งผลต่อใจเราเราได้มากพอ มันเลยให้ไม่สามารถขึ้นไปเทียบชั้นกับหนังแบทแมน (โดยเฉพาะของโนแลน) ได้เลย นี่จึงกลายเป็นหนังที่เรียกได้ว่ามีความสนุกแอ็คชั่นเป็นพื้นฐานอย่างหนัก ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าในด้านแอ็คชั่นของเรื่องนั้นทำได้สนุกมากๆ จังหวะดี โดยเฉพาะฉากไล่ล่ายืดยาวนั้นทำได้ลุ้นไม่ติดเบาะสุดๆ และที่ผมชอบที่สุดก็หนีไม่พ้นบรรดาการคิดค้นท่ายิงธนูทั้งหลายแหล่ โดยเฉพาะการตีลังกาหรือกระโดดยิงนั้นช่างเฟี้ยวฟ้าวเหลือหลาย ดูจบแล้วอยากไปลองฝึกยิงธนูดูคงจะเท่ไม่หยอก


ฉากแอ็คชั่นมันส์ไม่ลืมหูลืมตานี่แหละทีเด็ด!


    ส่วนชมไปแล้วมันก็ต้องมีส่วนติกันบ้าง ภาพยนตร์มีส่วนเนื้อเรื่องที่ทำได้ค่อนข้างแย่เหมือนกัน ประเด็นศาสนาที่ถูกจับมานั้นผมคงไม่กล่าวถึง เพราะเปราะบาง แต่รู้แค่ว่าตัวหนังเองมีการกล่าวถึงการฉ้อฉลภายในวงการศาสนาอย่างหนักอยู่เหมือนกัน โดยเฉพาะกับชาวคริสต์ กับสิ่งหนึ่งที่หนังทำได้แย่ก็คือตอนจบเรื่องที่นี่แหละ ฝืนมาก ฝืนไม่ดีเลย ฝืนที่จะพยายามเตรียมสร้างภาคต่อไว้แล้วจนเกินงาม

    และเผื่อใครกำลังคิดจะไปดูหนังเพราะติดตาม ทารอน อีเกอร์ตัน มาจากคิงส์แมน ก็ต้องบอกตามตรงว่าบุคลิกที่ขาได้เล่นในเรื่องนี้ก็แทบจะไม่ต่างจากเรื่องนั้นเลยครับ เป็นอารมณ์คนที่ดูกะล่อนและขี้เล่นเหมือนๆกัน มีแววตายิ้มเยาะเจ้าเล่ห์เพทุบายเหมือนกัน และพอถึงเวลาเอาจึงก็สามารถแสดงความจริงจังและเล่นบทบู๊เฉียบขาดได้เหมือนกัน เรียกได้ว่าถอดแบบจากตัวละครเอ๊กซี่ของคิงส์แมนมาเกือบเป๊ะเลย

แทรอน อีเกอร์ตัน ยังคงน่ารัก บุคลิกเรียกว่าถอดแบบมาจากเรื่องคิงส์แมนเลยทีเดียว น่ารักก็ได้ ขรึมก็เท่


    โปรดัคชั่นโดยรวมเป็นงานส่วนหนึ่งในเรื่องที่ผมชอบมากๆ ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะการพยายามเซ็ตฉากทั้งเมืองขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นที่ซากปรักหักพังของอาหรับสมัยยุคครูเสด หรือว่าเมืองน็อตติงแฮมที่ทำออกมาได้น่าสนใจและอลังการดี และอีกสิ่งหนึ่งที่ชอบคือการพยายามเลือกคู่สีสันที่ใช้สีดำหรือสีเข้มๆตัดกับเสื้อผ้าของตัวละครนำที่โดดเด่นกว่าอย่างสีแดงเลือดหมูและสีน้ำเงินเข้ม มันดูสวยดี ขณะที่งาน CGI นั้นถือว่าทำได้ตามมาตรฐาน ไม่ได้ดีไปกว่าหนังใหญ่เรื่องอื่น และไม่ได้แย่จนเกินงาม

    สรุปโดยภาพรวมแล้ว Robin Hood พยัคฆ์ร้ายโรบินฮู้ด จึงเป็นภาพยนตร์แอ็คชั่นประวัติศาสตร์ที่นำเรื่องโรบินฮู้ดมาตีความใหม่ ด้านเนื้อเรื่องทำได้กลางๆ แม้จะมีความหมิ่นเหม่ในการกล่าวหาศาสนา รวมไปถึงเนื้อเรื่องบางส่วนก็ไม่ค่อยจะดี แต่หนังมีดีอย่างมากด้านความแอ็คชั่น ความลุ้นระทึก การไล่ล่ากันยาวๆนั้นดูมั่วและสนุกไปพร้อมกันดี ทารอนยังคงน่ารักในบทบาทที่แทบไม่ต่างจากการเล่นคิงส์แมน งานโปรดัคชั่นบ้าพลังอลังการ ชอบการเลือกคู่สีเสื้อผ้าหน้าผมที่เอาสีหม่นๆตัดกับสีแดงเลือดหมู และสีน้ำเงินเข้มๆ ใครเป็นคอหนังแอ็คชั่นประวัติศาสตร์ ไม่ค่อยแคร์เนื้อเรื่องแต่เน้นเอามันส์ เรื่องนี้ถูกใจท่านแน่นอน!

    ปล.สงสารเฮียเบ็น เล่นเป็นตัวร้ายทุกเรื่องเล้ยยยเฮีย

วิจารณ์หนัง Robin Hood พยัคฆ์ร้ายโรบินฮู้ด - Review by Bombo Aruzo
 

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: