วิจารณ์หนัง The Girl in the Spider's Web พยัคฆ์สาวล่ารหัสใยมรณะ

ผู้กำกับภาพยนตร์: Fede Alvarez (Evil Dead, Don’t Breathe)


    The Girl in the Spider's Web พยัคฆ์สาวล่ารหัสใยมรณะ เป็นภาพยนตร์แอ็คชั่นสืบสวนที่เล่าเรื่องราวของ ลิซเบธ ซาแลนเดอร์ นักสืบและแฮคเกอร์สาวผู้รับภารกิจคอยเป็นศาลเตี้ยเพื่อต่อสู้ให้กับผู้คน โดยในครั้งนี้เธอมีโอกาสได้รับภารกิจจากผู้สร้างโปรแกรมควบคุมขีปนาวุธทั่วโลกที่มาจากสหรัฐอเมริกา เขาขอให้ลิซเบธขโมยโปรแกรมนั้นมาให้เขา เพราะไม่อยากให้ใครเอาไปทำเรื่องร้ายๆ แต่เมื่อลิซเบธขโมยมาได้เธอกลับถูกองค์กรลึกลับคอยตามล่าและขโมยมันไปอีกที เธอถูกใส่ร้ายเพิ่มข้อหาหนัก...ลิซเบธจึงต้องทำทุกอย่างเพื่อภารกิจ เพื่อล้างมลทิน และต้องประมือกับศัตรูที่เป็นน้องสาวของเธอ คนที่เธอคิดว่าตายไปนานแล้ว

    ภาพยนตร์ภาคนี้เป็นรีบูทกึ่งๆภาคต่อ เพราะมีการเปลี่ยนแค่นักแสดงเท่านั้น แต่เนื้อเรื่องยังคงต่อจากแฟรนไชส์ Millennium ที่มีทั้งหมด 3 ภาคของสวีเดน หรือจริงๆจะคิดแค่ว่าต่อจากหนัง The Girl with the dragon tattoo เวอร์ชั่นของ เดวิด ฟินเชอร์ ก็ได้ ไม่ว่ายังไงผมก็แนะนำให้ดูเรื่องราวก่อนหน้ามาก่อน เพราะมีบางความสัมพันธ์ที่คุณควรจะเข้าใจก่อนมาชมภาคนี้ (หรือไม่ก็หาบทสรุปเอาจากในเว็บหรือในยูทูปก็ได้ อย่างช่อง Scoop Viewfinder ไรงี้)

    การเล่าเรื่องสำหรับเรื่องนี้ผมแนะนำให้ลืมเวอร์ชั่นของ เดวิด ฟินเชอร์ (David Fincher) ไปได้เลยครับ แน่นอนว่าหนังยังคงมีกลิ่นอายการสืบสวน ตัวเอกยังคงมีความเป็นนักแฮกเกอร์สาวผู้เก่งกาจและช่วยผู้คนอยู่ แต่หนังเรื่องนี้ทำได้แย่กว่ามากๆคือรายละเอียดปลีกย่อยและเหตุผลเรียกได้ว่าแทบจะทุกฉากเลยครับ เหมือนเป็นหนังที่เริ่มความเป็นรถไฟเหาะตีลังกาและดูเพลินมากกว่าจะเน้นความชาญฉลาดในการเล่าเรื่องไปแล้ว ยกตัวอย่างเช่นการที่ที่พักของตัวเอกโดนระเบิดแล้ว (มีในตัวอย่างนะจ๊ะ) ตำรวจก็ขับรถหลายคันมาพยายามตามจับตัวเอกถึงที่ ตัวเอกหนีไปได้ ทำให้คิดได้ว่าทางตำรวจก็คงเข้าไปเก็บหลักฐานทั้งหมดไว้ แต่กลายเป็นว่าวันต่อมามีอีกคนที่ไม่ใช่ตำรวจเข้ามาในที่เกิดเหตุแล้วเจอซากบัตรประจำตัวของตัวเอก ผมก็เลยสงสัยว่าทำไมตำรวจไม่คิดจะเข้าไปเก็บหลักฐานเลยเหรอ? บางทีมันก็เกินไป...และนี่เป็นส่วนเหตุผลเล็กๆน้อยๆภายในเรื่องที่มีปัญหาอยู่เรื่อยๆอยู่อย่างจุกจิก ทำให้ภาพยนตร์ไปไม่ถึงฝั่งฝันของความเก่งกาจในแต่ละตัวละครเท่าไหร่ หลงเหลือไว้เพียงการเน้นความสนุกเข้าว่าอย่างที่กล่าวไป

    อีกปัญหาหนึ่งที่ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้ค่อนข้างน่าผิดหวังคือตัวร้ายของเรื่องอ่อนมาก อ่อนทั้งความสามารถและความคงอยู่ คือเอาจริงๆแล้วนางไม่มีความจำเป็นใดๆที่จะต้องอยู่ในเรื่องนี้เลยก็ได้ เพราะโผล่มาน้อยมากๆ แถมไม่ได้มีความเก่งกาจใดๆให้น่าสนใจเลย มีแค่ให้มายืนโชว์เท่เท่านั้น คุยด้วยนิดๆหน่อยๆ แล้วก็แค่นั้นจริงๆ แม้แต่เหตุผลที่ต้องแก้แค้นนางเอกเราก็ยังไม่แข็งแรง ไม่มีความชัดเจนใดๆ นี่ก็เลยเป็นตัวร้ายที่เรียกได้ว่าน่าผิดหวังมากๆ ไม่คุ้มค่าแก่การมีตัวตนเสียเลย

    อ่ะแต่แน่นอนว่าหนังใหญ่ทั้งทีมันก็ต้องมีดีกันบ้าง และสิ่งหนึ่งที่ผมชอบมากๆจนแทบจะลืมปัญหาในย่อหน้าก่อนหน้าไปทั้งหมดได้เลยก็คือจังหวะการเล่าเรื่องของเรื่องนี้คือดีมากครับ เป็นหนังที่ดูสนุกโดยพื้นฐานของการเล่าเรื่องที่ดี ลื่นไหลมุมกล้องมีความหลากหลายและหรรษามาก เหวี่ยงกล้องเอย ดึงกล้องเข้าถอยกล้องออก แพนกล้องไปมา เรียกได้ว่าด้านความหวือหวานี่ทำดี ช่วยให้เรื่องดูสนุกขึ้น โดยเฉพาะกับฉากบางฉากที่ไม่ได้เน้นการคุยกัน แต่เน้นที่การเดินทางและลูกล่อลูกชน หลอกกันไปมาของตัวละครมากกว่า

    สิ่งหนึ่งที่แบกหนังไว้ทั้งเรื่องและทำดีมากๆก็คือการแสดงของ แคลร์ ฟอย นี่แหละ คือดีมากมากกกกก เป็นนักแสดงนำสาวในยุคนี้ที่ไม่ว่าจะอยู่ในหนังเรื่องไหนหรือซีรีส์อะไรก็สามารถนำเสนอทุกแง่มุมของตัวละครได้อย่างเต็มอารมณ์เก่งกาจ ไม่ว่าจะเป็นหนังดราม่าอารมณ์ หรือว่าหนังตลาดทั่วๆไป ฉากซึ้งร้องไห้ก็ทำได้สบาย ฉากบู๊ต่อยตีก็ไม่มีปัญหา ถือเป็นนักแสดงสาวที่สามารถรับบทนี้ในภาคต่อๆไป(หากมี)ได้สบายเลย ตามรอยของ รูนี่ มารา หรือ นูมี ราเพช ได้อย่างไม่มีปัญหาใดๆ (ถ้าใครจำไม่ได้ แคลร์ ฟอย คือนักแสดงที่รับบทนำในเรื่อง First Man ไงจ๊ะ)

แคลร์ ฟอย เป็นนักแสดงสาวที่เริ่มน่าจับตามองมากๆในยุคนี้ ไม่ธรรมดา


    โลเคชั่นคือที่สุดของเรื่องนี้ที่ผมชอบมาก หิมะสีขาวโพลนแทบทั้งเรื่อง เมื่อตัดกับเสื้อผ้าของบรรดาตัวละคร หรือแม้แต่ของต่างๆมันก็ดูสวยไปหมด เป็นอะไรที่แปลกตาและนานๆทีจะได้เห็น อลังมาก ส่วนความใหญ่ของงานโปรดัคชั่นก็อารมณ์ใกล้เคียงกันกับ John Wick หรือว่าหนังแอ็คชั่นประเภทระเบิดภูเขาเผากระท่อมแหละครับ มีครบ ทั้งปืน ระเบิด เข็มฉีดยาพิษ อาจจะหวือหวากับหลายเรื่องหน่อยคือเรื่องนี้มีวิธีการเอาชนะทางเทคนิคพิเศษที่ทางตัวเอกของเราเก่งเป็นพิเศษด้วย

    สรุปโดยภาพรวมแล้ว The Girl in the Spider's Web พยัคฆ์สาวล่ารหัสใยมรณะ จึงเป็นภาพยนตร์ที่ภาพรวมทำออกมาได้แค่ครึ่งเดียวจาก The Girl with the Dragon Tattoo ของ เดวิด ฟินเชอร์ เริ่มเป็นหนังที่ดูง่ายมากขึ้น ไปได้เรื่อย ดูเพลิน ดูสนุกด้านอารมณ์ ความลุ้น แต่แลกมากับรายละเอียดและเหตุผลเรื่องที่ค่อนข้างแย่ ทุกตัวละครถูกคุยโวไว้ว่าอย่างเทพ แต่พลาดแพ้ทุกครั้งง่ายดาย ตัวร้ายบางเบา ไม่เก่ง ไม่เด่น มีความรูปโฉมและเสื้อผ้าหน้าผมสวยอย่างเดียว แต่นักแสดงนำอย่าง แคลร์ ฟอย นั้นดีมาก รับบทนี้ต่อในภาคต่อไปได้เลย แข็งแรง งานโปรดัคชั่นค่อนข้างดี โดยเฉพาะการเลือกโลเคชั่นที่ปกคลุมด้วยหิมะ เมื่อตัดกับสีของบางอย่างแล้วมันจะสวยมาก ใครเป็นแฟนๆหนังจากภาคก่อนหน้า ชอบความเก็บเนื้อหาเนี๊ยบ สืบสวนเต็มแก่น บอกเลยว่าเรื่องนี้ไม่ใช่อย่างนั้นแล้ว แต่ถ้าใครหวังอยากได้หนังแอ็คชั่นดูง่ายที่มีลุ้น มีชั้นเชิงเล็กๆแบบดูง่ายอยู่เรื่อยๆ เรื่องนี้ได้ใจคุณแน่นอน!

วิจารณ์หนัง The Girl in the Spider's Web พยัคฆ์สาวล่ารหัสใยมรณะ Review by Bombo Aruzo


บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: