วิจารณ์หนัง Halloween ฮาโลวีน

ผู้กำกับภาพยนตร์: David Gordon Green (George Washington, Pineapple Express, Stronger)


    Halloween ฮาโลวีน เป็นภาพยนตร์ระทึกขวัญสยองขวัญที่บอกเล่าเรื่องราวต่อจากภาคแรกต้นฉบับ เหตุการณ์ผ่านมาแล้ว 40 ปีแต่เหยื่อสาวที่รอดตายในครั้งนั้นยังไม่ลืม เธอพยายามเตรียมตัวรับมือกับฆาตกรสวมหน้ากากอยู่ตลอดเวลาจนทุกคนมองว่าเธอเป็นบ้า แต่ในที่สุดฆาตกรสวมหน้ากาก ไมเคิล เมเยอร์ คนเดิมก็หลุดออกจากการคุมขังมาได้ในวันฮาโลวีน และเขาก็จะกลับมาที่หมู่บ้านเดิมเพื่อฆ่าคนไปเรื่อยๆ จนกว่าจะมีใครหยุดเขาได้

    การเล่าเรื่องสำหรับเรื่องนี้นอกจากการพยายามกล่าวถึงความเจ็บปวดของคนที่ต้องสูญเสีย และโดนไล่ล่า จนกลายเป็นตราบาปไปทั้งชีวิตอย่างตัวเอกของเราแล้ว ภาพยนตร์ก็ไม่มีอะไรเลยครับ นี่เป็นภาพยนตร์ที่ปูเรื่องให้เราประมาณนึง แล้วหลังจากนั้นก็พาเราไปเจอการฆ่าคนอย่างลื่นไหลขั้นเทพของฆาตกรหน้ากากกันต่อเนื่องไปเรื่อยๆเลย ไม่ได้มีเทคนิคพิเสษแพรวพราวใดๆ เน้นการหายตัวแวบไปแวบมาตามสูตรหนังฆาตกรที่ทำให้ฆาตกรดูเก่งเกินมนุษย์ และยากจะคาดเดาว่าจะโผล่มาทางไหนเหมือนเดิม และส่วนหนึ่งที่ผมไม่ชอบเลยก็คือภาคนี้มีคนตายเยอะมาก เอะอะตาย ตายเยอะ ตายดะ ตายไปเรื่อยๆ กล้องวิ่งตามเข้าไปบ้านใครคนนั้นก็ตาย ตายแบบไม่มีทางสู้ใดๆ เหมือนให้เรามาดูคนโดนฆ่าตายเล่นไปเรื่อยๆเฉยๆจนหลังๆความน่าสนใจก็เริ่มลดถอยลง ก็เลยทำให้นอกจากทำมาเพื่อให้คอหนังสยองขวัญสะใจเล่นแล้ว ตัวหนังก็ไม่ได้มีประเด็นหรือมีสิ่งใดนอกเหนือจากนั้นให้น่าติดตามเลย แต่ก็ต้องแอบชมอย่างนึงว่าถึงหนังจะไม่ได้มีอะไรนอกจากการฆ่ากันแล้ว แต่ตัวบทก็สามารถคุมเนื้อเรื่องไม่ให้ตรรกะพังหรือเลยเถิดไปไกลได้ อันนี้ถือเป็นเรื่องน่าชมที่ไม่ทำให้หนังสยองขวัญเรื่องนี้กลายเป็นหนังเกรดบีไล่ฆ่าไร้สาระทั่วๆไปแบบหนังเรื่องอื่นเขา

    และด้วยความที่หนังนั้นเล่าเรื่องต่อจากภาคแรกที่ผ่านมา 40 ปีแล้ว ก็ต้องเตือนไว้ก่อนเลยว่าถ้าใครต้องการชมภาคนี้อย่างเต็มอรรถรสจริงๆ แนะนำว่ายังไงก็ควรจะไปหาดูภาคต้นฉบับภาคแรกก่อนจะมาดูเรื่องนี้นะจ๊ะ ไม่งั้นคุณจะไม่เข้าใจเลยว่ายายแก่ในเรื่องทำไมถึงได้บ้าบอขนาดนั้น

    ครั้นพอกล่าวถึงยายแก่ในเรื่องนี้แล้ว เธอก็คือนักแสดงในภาคแรกที่ชื่อ เจมี่ ลี เคอร์ติส (Jamie Lee Curtis) นั่นแหละ ซึ่งการกลับมารับบทเดิมในครั้งนี้ของเธอนั้นถือว่าน่าประทับใจเข้าขั้น ยังคงเป็นคนแก่ที่รับบทสาวแกร่งทรงพลังได้อย่างดี สมกับคนที่ชีวิตผ่านเรื่องเลวร้ายอย่างหนักหน่วงมาจริงๆ ไม่ว่าจะบทอารมณ์หรือว่าบทโหดยายก็จัดได้อย่างอยู่หมัด แบกทั้งเรื่องไว้ได้สุดๆ พอๆกับฆาตกรสวมหน้ากากที่เดินไปเดินมาฆ่าคนลูกเดียว ซึ่งแน่นอนว่าเฮียแกเป็นจุดขายของแฟรนไชส์นี้อยู่แล้ว 

การกลับมาครั้งนี้เจ๊โหดกว่าเดิม! พร้อมบู๊! และฉากอารมณ์แน่นเปรี๊ยะ!


    โปรดัคชั่นโดยภาพรวมสำหรับเรื่องนี้ถือว่าเล่นใหญ่เกินคาดเหมือนกันสำหรับหนังสยองขวัญไล่ฆ่าเรื่องหนึ่ง เพราะต่อให้เรื่องเกิดขึ้นแค่ภายในหมู่บ้าน แต่มันก็มีขอบเขตสถานที่ที่หลากหลายแหละน่าสนใจ ตั้งแต่ถนนที่เต็มไปด้วยหมอกหนาน่ากลัว ยันห้องใต้ดินที่เต็มไปด้วยปืนและอุปกรณ์เอาตัวรอดต่างๆนานาของตัวเอก ทุกอย่างดูจัดวางและคัดสรรการสร้างไว้อย่างมีคุณภาพ สีสันก็สวยงามจัดจ้านเข้าถึงยุคสมัย กับอีกส่วนหนึ่งที่ผมชอบมากก็หน้ากากของไมเคิลเวอร์ชั่นนี้ แม้จะไม่ต่างจากของเดิมมาก แต่รายละเอียดที่เข้มขึ้นช่วยให้มันทั้งสวยและน่าขนลุกดี เสื้อผ้าหน้าผมองค์รวมทั้งหมดก็เยี่ยมด้วย เท่ไม่หยอกบอกไม่ถูก สมกับเป็นตัวละครร้ายคนหนึ่งที่มีแฟนๆติดตามไว้มากมาย

    สรุปโดยภาพรวมแล้ว Halloween ฮาโลวีน จึงเป็นภาพยนตร์ระทึกขวัญสยองขวัญที่ทำออกมาได้ในระดับค่อนข้างดี มีความถึงพริกถึงขิงด้านความสยองขวัญจริงๆ ฆ่ากันดะ ฆ่าไปเรื่อย (จนต้องแอบเบื่อกันไปบ้าง) แต่กลับไม่มีตรรกะในเรื่องใดๆที่พังเกินรับไหว เจ๊เจมี่กลับมาเล่นบทอารมณ์และบู๊ได้ถึงใจมาก ไมเคิลยังเท่และโหดสุดเหมือนเดิม งานโปรดัคชั่นถือว่าค่อนข้างดีและจัดจ้านตามยุคสมัย สีสันสวยงามจนบางทีก็เกินความเป็นหนังสยองไปนิด ใครเป็นแฟนๆหนังแฟรนไชส์ฮาโลวีน หรือชอบหนังฆาตกรไล่ฆ่า เรื่องนี้มีฉากไล่ฆ่ามากมายให้คุณได้สะใจกันเต็มที่แหละจ้า!

    ปล.ช่วงนี้ยังเป็นช่วงรอบพิเศษ ฉายเฉพาะตอนสองทุ่มอยู่ จะฉายเต็มวันก็วันที่ 31 ตุลาคมนี้นะจ๊ะ!

วิจารณ์หนัง Halloween ฮาโลวีน - Review by Bombo Aruzo
 

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: