วิจารณ์หนัง The Nun เดอะ นัน

ผู้กำกับภาพยนตร์: Corin Hardy (The Hallow)


    The Nun เดอะ นัน เป็นภาพยนตร์สยองขวัญภาคแยกของจักรวาล The Conjuring ที่เล่าเรื่องของจุดกำเนิดของวาลัค ปีศาจร้ายตัวหลักของ The Conjuring 2 โดยเน้นเล่าเรื่องย้อนกลับไปในปี ค.ศ.1952 เมื่อแม่ชีได้ทำการปลิดชีพตัวเองในโบสถ์ลึกลับแห่งหนึ่งที่โรมาเนียจนมีคนมาพบเจอเข้า ร้อนถึงวาติกันต้องส่งคนสองคนเข้ามาสืบสวนเรื่องนี้ อันได้แก่บาทหลวงชายและแม่ชีฝึกหัดที่ยังไม่ได้ภาวนาตน โดยพวกเขาไม่รู้เลยว่าสิ่งที่จะต้องเจอคือปีศาจผู้มีพลังเกินใครจะคาดถึง

    การเล่าเรื่องสำหรับเรื่องนี้ หากกล่าวตามตรงแล้วนี่ก็เป็นเหมือนแค่ภาพยนตร์สั้นที่ควรจบภายใน 30 นาที เนื้อหาเรื่องจริงๆมันสั้นมากๆ แต่ดันลากยาวด้วยความพยายามหลอกหลอนคนดูที่ทำได้ไม่ดีเลย มีความพยายามยื้อให้เรื่องยาวขึ้นด้วยวิธีการไร้สาระ มุขตกใจซ้ำซาก จำเจ จังหวะจะโคนเรื่องไม่ดี ไม่มีลูกล่อลูกชนใดๆที่น่าสนใจที่ดีพอจะไปเทียบเคียงกับ The Conjuring ภาคหลักทั้งสองภาค หรือ Annabelle: Creation ได้เลย แฟนตาซีเต็มที่มากขึ้นจากภาพยนตร์เรื่องอื่นในจักรวาลนี้ เอะอะก็กระเด็น กระจาย พลังหรรษาเต็มเปี่ยม ไม่ได้เน้นการสืบสวน หรืออารมณ์หลอนๆแบบค่อยๆไต่เหมือนภาคอื่นๆในจักรวาลนี้ก่อนหน้าแล้ว บทภาพยนตร์อ่อนมาก เหตุผลของการกระทำ หรือการเล่าถึงปมต่างๆไม่ดีเลย แถมผมยังมีความรู้สึกว่าผู้กำกับดูหนังซอมบี้มากไป ท่าทางในออกแบบของคนโดนสิงในเรื่องมันเลยดูกรอบแกรบขยับยาก อย่างกับผีซอมบี้ก็ไม่ปาน จุดเชื่อมโยงในหนังกับจักรวาลภาคหลักก็มาแค่เล็กๆเหมือนเป็นมุขตลกพอให้ยิ้มกระหยิ่มใจงามๆ

    ความน่ารำคาญของหนังอีกอย่างหนึ่งคือมันมืดไปหมด มันมืดเกินไป มืดทุกอย่างจนเกินงาม ทั้งๆที่การจัดแสงตอนกลางคืนนั้น ควรจะมีจุดสว่างๆให้ได้เห็นบ้างบางจุด แล้วก็มีจุดมืดเพื่อปิดบังอะไรบางอย่างในการเล่าเรื่อง แต่เรื่องนี้มันมืดจริงๆครับ มืดไปหมด นี่ยังไม่รวมถึงเรื่องยิบย่อยอย่างภาพกว้างที่ใช้บ่อย แล้วก็ยิงเปอร์สเป็คทีฟหนักเกินจนรู้สึกประหลาด ทำให้เหลือพื้นที่ว่างในกรอบภาพมากเกินไป
    
สิ่งหนึ่งที่ยังทำให้รู้สึกดีได้นิดหน่อยคือย่างน้อยๆเรื่องนี้ก็ยังดีกว่าความอลหม่านเละเทะของ Annabelle ภาคแรกพอสมควร คืออย่างน้อยๆก็ดูจะยังมีความพยายามใส่อะไรมาให้คนดูได้ดูเรื่อยๆ แม้คุณภาพของสิ่งที่ใส่มาจะไม่ค่อยสูงเท่าไหร่ก็เถอะ นี่จึงถือว่าเป็นภาพยนตร์ที่ดูง่ายมากๆ เหมือนเราจ่ายตั๋วเข้าบ้านผีสิง ไปเจออะไรเรื่อยๆ แล้วก็เดินออกจากสถานที่ไป จบ.

    โปรดัคชั่นโดยภาพรวมสำหรับเรื่องนี้คือสิ่งที่ดีที่สุด โดยเฉพาะงานสร้างที่เน้นการออกแบบให้เข้ากับศิลปะของยุคสมัยกลาง โดยเน้นไปที่งานสถาปัตยกรรมของโบสถ์หลักภายในเรื่อง (ถ้าจำไม่เป็นจะเรียกว่ายุคสมัยโรมาเนสก์) มันจะมีความมืดหม่นที่เกี่ยวข้องกับศาสนาและปีศาจร้ายโดยตรง มีความใหญ่โต อลังการ แต่ไม่ถูกประดับด้วยสีสันและกระจกมากมาย เป็นยุคสมัยที่ชวนให้นึกถึงปราสาทหลังใหญ่ที่ทำจากอิฐ แล้วจะมีห้องหับไว้ทำร้ายคน เต็มไปด้วยความทรมานและเลือด ซึ่งภาพรวมของเรื่องถือว่าใช้บรรยากาศนำเสนอความหลอนได้ค่อนข้างดี แถมด้วยด้านงานเทคนิคพิเศษหลายๆอย่างภาพรวมถือว่าทำออกมาได้โอเคจึงทำให้เรื่องนี้พอจะมีมวลอารมณ์ที่น่าเข้าถึงอยู่บ้าง

ความโดดเด่นของเรื่องนี้คืองานสร้างที่เน้นความขลังและสยองของสถาปัตยกรรมในยุคกลางนี่แหละ!


    สรุปโดยภาพรวมแล้ว The Nun เดอะ นัน จึงเป็นภาพยนตร์ที่เรียกได้เต็มปากว่าน่าผิดหวัง เนื้อหาจริงๆสั้นมากๆ ที่เหลือเป็นน้ำล้วนๆ ลูกเล่นของการหลอกหลอนไม่มีอะไรใหม่ ไม่ออกแบบจังหวะจะโคนให้น่าสนใจเลย งานโปรดัคชั่นน่าสนใจกว่ามากด้วยการออกแบบที่ค่อนข้างเข้าถึงอารมณ์ของยุคสมัยกลางที่มีความขลังและความน่ากลัวที่เกี่ยวข้องกับศาสนาผสมปนเปกันไป ใครเป็นคอหนังสยองขวัญที่ต้องกันเนื้อหาเต็มๆ เรื่องนี้คงเอาไปเทียบกับ The Conjuring ภาคหลักสองภาคได้ยาก เหมือนเป็นน้ำจิ้มที่ดูผ่านๆเพลินๆได้นิดหน่อย แต่อย่าหวังไว้มากนะจ๊ะ!

    ปล.ภาพยนตร์ไม่มีฉากหลังเครดิตอะไร ไม่ต้องรอชมนะจ๊ะ

 วิจารณ์หนัง The Nun เดอะ นัน - Review by Bombo Aruzo

 

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: