วิจารณ์หนัง Mile 22 คนมหากาฬ เดือดมหาประลัย



ผู้กำกับภาพยนตร์: Peter Berg (The Kingdom, Lone Survivor, Deepwater Horizon)

    Mile 22 คนมหากาฬ เดือดมหาประลัย เป็นภาพยนตร์ที่เล่าเรื่องของหน่วยงานลับในสหรัฐที่ต้องพยายามหาซีเซียมที่ใช้ในการสร้างระเบิดปรมาณูได้หลายลูก และท่ามกลางความวุ่นวาย จู่ๆก็มีชายคนหนึ่งในประเทศที่พวกเขาพยายามหาเบาะแสอยู่ได้เข้ามาขอความช่วยเหลือด้วยการจะบอกที่อยู่ของซีเซียมให้ โดยมีข้อแม้ว่าจะต้องส่งตัวเขาไปยังสหรัฐอเมริกา ทางเครื่องบิน ไม่งั้นเขาจะโดนฆ่าโดยรัฐบาลของตนเอง ปฏิบัติการณ์สุดโหดกลางเมืองกับการส่งผู้ลี้ภัยในระยะ 22 ไมล์จึงเกิดขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้

    การเล่าเรื่องสำหรับเรื่องนี้ด้วยความสั้นของมัน ความกระชับ และอะไรหลายๆอย่าง ก็ต้องบอกว่ามันแทบจะไม่มีอะไรเลยครับ สิ่งที่หนังให้เป็นความแอ็คชั่นล้วนๆ ทั้งเรื่องปืนผาหน้าไม้ที่ยิงกันกลางเมืองระรัวแบบไม่กลัวโดนผู้คน ทั้งระเบิดที่โยนใส่ถล่มกันเละอย่างกับสงครามกลางเมือง ซึ่งต้องยอมรับครับ ว่าฉากซัดกันรัว เละเทะ ถล่มยับกันด้วยจำนวนคนและยุทโธปกรณ์ทั้งหลายแหล่ ก็ต้องบอกว่ามันส์จริง มันส์แบบไม่ยอมให้ได้พักหายใจ คือถ้าใครชอบความระเบิดระเบ้อ เละเทะ ปังๆๆกันทั้งเรื่อง แถมด้วยแอ็คชั่นต่อยตีตุบตับที่ได้เน้นๆจาก อิโก อูไวส์ ถือว่าภาพรวมของเรื่องนี้ทำได้เข้าท่าสุด

อิโก อูไวส์ ผู้มาพร้อมกับลีลาบู๊สุดมันส์ แข็งแกร่ง เหมือนยุครุ่งเรืองของ จา พนม เลยก็ไม่ปาน


    แต่คงเพราะกลัวว่าหนังจะธรรมดาไป ภาพยนตร์จึงแอบมีการเล่าเรื่องด้วยตัดฉากระหว่างสองช่วงเวลาเพื่อเล่าเรื่องในครั้งเดียวพร้อมกันอยู่บ่อยครั้ง บางครั้งก็ดี แต่บางครั้งกูดูมั่ว ดูวุ่นวาย และดูยากเกินความจำเป็น รู้สึกว่าแทนที่จะเล่าเรื่องให้ง่าย และจับกลุ่มลูกค้าหนังแอ็คชั่นเต็มตัวไปเลย ทำแบบนี้จะทำให้ดูยากเกินความจำเป็นไปซะเปล่า

    และสิ่งหนึ่งที่ผมว่ามันเลวร้ายถึงขั้นเกลียดเป็นการส่วนตัวมันก็มีอยู่ประมาณสองประการครับ ประการแรกคือตัวหนังมีความพยายามหักมุมที่มากเกินไป และไร้ฝีมือครับ เป็นภาพยนตร์ที่เล่าเรื่องง่ายๆ แอ็คชั่นตูมๆ ไม่ได้มีการหยอดรายละเอียดเล็กๆใดๆไว้มากพอที่จะให้มาหักมุมในตอนท้ายได้เลย แต่จู่ๆหนังก็มาโกหกกันดื้อๆในตอนจบ เราก็เลยไม่เชื่อเท่าไหร่ว่าเหตุการณ์หลายๆอย่างในตอนท้ายมันจะเป็นแบบนั้นไปได้ เหมือนอยากจะใส่อะไรก็ใส่

    อีกประการหนึ่งที่ผมเกลียดสุดๆคือหนังทำไม่เสร็จครับ มันไม่เสร็จเพราะหนังมันไม่จบในตัวจริงๆ มันค้างเกินกว่าจะบอกว่านี่คือภาพยนตร์หนึ่งเรื่องแล้ว มันเหมือนแค่เริ่มต้น แล้วมันก็ตัดจบไปดื้อๆ กลายเป็นว่าจู่ๆก็มีผู้ชนะเกิดขึ้น แล้วก็บอกว่าเดี๋ยวเจอกันในวันต่อไปแน่ๆ คือด้วยความที่ภาพยนตร์มันประมาณชั่วโมงครึ่ง ผมก็แอบสงสัยเหมือนกันว่าคงจบในตัวได้เร็ว แต่ดันมาจบค้างๆเกินไปแบบนี้ เพิ่มเวลาอีกสักครึ่งชั่วโมงตามเวลามาตรฐานหนังในยุคนี้ก็ได้ม้างงง...บางทีมันก็อยากมีภาคต่อแบบด้านๆเกิ๊นนน

    นี่ยังไม่รวมถึงเรื่องตัวร้ายบางตัวที่มาเป็นแค่ตัวตลก ทำเหมือนเก่ง แต่ตายแบบเอ๋อๆง่ายๆอีกนะ

    สรุปโดยภาพรวมแล้ว Mile 22 คนมหากาฬ เดือดมหาประลัย จึงเป็นภาพยนตร์แอ็คชั่นที่เรียกได้ว่าทำมาเพื่อคอหนังแอ็คชั่นแบบเต็มตัว เนื้อเรื่องไม่ได้ซับซ้อน เพียงแต่การตัดต่อบางครั้งก็ทำให้ปวดหัวเกินความจำเป็นไปหน่อย ความเลวร้ายสุดๆคือการทำหนังไม่จบ พยายามมีภาคต่อแบบสุดๆ ทั้งๆที่ตามมาตรฐานหนังที่ปกติเดี๋ยวนี้ยาวสองชั่วโมงแล้ว ควรจะเล่าเพิ่มสักครึ่งชั่วโมงให้มันจบๆไปได้แล้ว ใครเป็นคอหนังแอ็คชั่นสายถล่มเละกลางเมือง ไม่คิดมาก มาชมได้ แต่ถ้าใครหวังหนังแอ็คชั่นที่มีการเล่าเรื่องดีๆ วางเรื่องลงตัวระหว่างเนื้อหาและความสนุก เรื่องนี้ไม่ใช่ทางเท่าไหร่นะจ๊ะ

    ปล.ชอบชุดครบเซ็ตพร้อมรบของเฮียมาร์คจัง อย่างเท่

วิจารณ์หนัง Mile 22 คนมหากาฬ เดือดมหาประลัย - Review by Bombo Aruzo

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: