วิจารณ์หนัง ขุนพันธ์ 2


ผู้กำกับภาพยนตร์ : ก้องเกียรติ โขมศิริ (ลองของ, เฉือน, อันธพาล, ขุนพันธ์)

    ขุนพันธ์ 2 เป็นภาพยนตร์แอ็คชั่นแฟนตาซีภาคต่อที่เล่าเรื่องในยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ขุนพันธ์ได้มาทำงานต่อที่จังหวัดแห่งหนึ่ง ก่อนจะมีปัญหากับตำรวจภายในพื้นที่ จึงถูกสั่งพักราชการแบบไม่มีกำหนด ในขณะนั้นเองก็เกิดเหตุการณ์โจรเชิ้ตดำของเสือฝ้าย และเสือใบ อาละวาดไปทั่ว แต่เป็นการปล้นคนรวยเพื่อช่วยคนจน เพราะประชาชนหลายคนลำบากเพราะพิษจากสงครามโลก นั่นทำให้ขุนพันธ์จำเป็นจะต้องตัดสินใจครั้งยิ่งใหญ่ ว่าเขาควรจะอยู่ข้างใคร ตำรวจหรือโจร ฝั่งไหนกันแน่ถึงจะเรียกว่าเป็นคนดี

    การเล่าเรื่องสำหรับหนังเรื่องนี้ถือว่าทำออกมาได้ดีกว่าภาคแรกค่อนข้างมาก เพราะนอกจากเนื้อเรื่องที่เข้มข้นขึ้น มีการหักเหลี่ยมเฉือนคมกันด้วยวิธีการต่างๆนานามากขึ้นแล้ว หนังก็ยังคงนำเสนอความมีมิติของตัวละครได้ดี คนจะเป็นคนเลวได้ย่อมเจอเรื่องเลวร้ายมาก่อน คนเป็นตำรวจไม่จำเป็นต้องเป็นคนดี กฎหมายไม่ได้อยู่ฝั่งที่ถูกต้องเสมอไปเพราะคนบังคับใช้ไม่มีจริยธรรม และนอกจากนั้นแล้วงานด้านความแอ็คชั่นนั้นก็มีมานำเสนอเราอยู่เรื่อยๆไม่ขาดสายเหมือนกัน มีอะไรแฟนตาซีให้เราได้ชมอยู่ประมาณนึง

    แต่ปัญหาทางด้านเนื้อเรื่องเองก็ยังคงมีอยู่บ้างประปรายทั้งเรื่อง ส่วนมากจะเป็นปัญหาอย่างการพูดจาบางคำของตัวละครที่ไม่ค่อยจะเข้าปากคนพูดเท่าไหร่ และบางครั้งการนำเสนอสิ่งต่างๆภายในฉาก อย่างเช่นด้วยท่าทางของตัวละครทั้งหลายนั้นก็ยังไม่ได้ชัดเจนเท่าไหร่ ทำให้ความเข้าใจเรื่องฉากต่อฉากบางทีก็ขาดๆเกินๆ แถมบางครั้งก็เหมือนถ่ายจำนวนช็อตมาไม่พอ ตัวละคนอีกตัวพยายามมองหน้า คุยแบบใส่อารมณ์เต็มที่ แต่อีกฝั่งกลับมองไปทางไหนก็ไม่รู้ เป็นต้น

    การแสดงของนักแสดงหลายท่านค่อนข้างทำหน้าที่ตัวเองได้ดี พี่อนันดายังคงทำหน้าที่ตัวเอกของเรื่องอย่างขุนพันธ์ได้เยี่ยม โดยเฉพาะด้านอารมณ์ แต่น่าเสียดายที่ท่วงท่าในการต่อสู้ยังคงไม่สมกับเป็นนักสู้อันเก่งกาจพอๆกับภาคที่แล้วเลย ขณะเดียวกันคุณเป้ อารักษ์, แม็กกี้ อาภา และ ก้อย รัชวิน ก็ยังรักษาระดับความสามารถในการแสดงของตัวเองได้คงเส้นคงวา แต่คนที่ผมชื่นชอบและชื่นชมมากๆที่สุดสำหรับเรื่องนี้ก็คือ พันเอก วันชนะ สวัสดี ที่ใครหลายๆคนมักจะติดภาพการรับบทเป็นองค์พระนเรศวร มาคราวนี้เขารับมาสามารถรับบทโจรผู้ทั้งเคร่งขรึม มีอำนาจ และมีความร้ายในตัวได้อย่างเก่งกาจ ฉากที่แสดงให้เห็นถึงพลังการแสดงก็คือฉากที่มีรูกระสุนเต็มตัวนี่แหละครับ เสียงตะโกนแกถึงใจมาก เต็มที่กับงานสุด ขนลุก



ฉากกระสุนเต็มตัวเสือฝ้ายนี่ทำผมขนลุกมากๆ เห็นความทุ่มเทกับการทำงานจากแกได้จริงๆ

    โปรดัคชั่นโดยรวมถือว่าใหญ่กว่าภาคแรกพอสมควรครับ อย่างแรกที่ยังคงทำได้ดีเหมือนเดิมก็คือการออกแบบเสื้อผ้าหน้าผมของตัวละคร (แต่เกลียดจอนผมของขุนพันธ์มาก) คือหลายอย่างได้อารมณ์คนในยุคนั้นจริงๆ ขณะเดียวกันก็เสริมความแฟนตาซีจากรอยสักคาถาอาคมต่างๆให้ดูเท่ ดูน่าสนใจ และมืดหม่นมากขึ้น และความน่าสนใจเหล่านี้ก็ยังคงตกไปอยู่กับฝั่งตัวร้ายเหมือนภาคแรก

    งานฉากทำได้โอเคโดยส่วนตัว เพราะยังรู้สึกไม่ค่อยชอบที่ฉากหลายฉากนั้นออกจะดูโล่งๆเกินไปหน่อย ฉากหลังหรือสิ่งประกอบฉากไม่ได้มีมากพอจะให้เชื่อว่าเป็นสถานที่นั้นๆจริงๆ การจัดแสงก็ไม่ได้ช่วยขนาดนั้น ก็เลยทำให้งานบางส่วนยังดูปลอมๆไปบ้าง บางที่ก็โล่งเกินทั้งที่ไม่ควรโล่งอะไรแบบนั้น แต่รายละเอียดโดยภาพรวมเทียบกับหนังในยุคนี้แล้ว ถือว่าสุดยอดแล้วล่ะครับ

    ส่วนงานเทคนิคพิเศษด้านวิชวลเอฟเฟ็คนั้นก็ถือว่าพัฒนามาจากภาคแรกมากครับ แม้จะมีหลายฉากที่ยังไม่ได้เนียนขนาดนั้น แต่ก็เหมือนจะรู้แล้วว่าอะไรที่งบประมาณเท่านี้จะทำให้ได้ และฉากใช้เทคนิคพิเศษแบบไหนที่ยากเกินไป แต่อย่างน้อยส่วนหนึ่งที่รู้สึกดีก็คือการได้เห็นการใช้ระเบิดจริงๆในหนังแอ็คชั่นของไทยอีกครั้ง ถ้าถามว่าผมรู้ได้ไงว่าระเบิดจริง...เพราะถ้าเป็นระเบิดจากวิชวลเอฟเฟ็คงานมันจะดูปลอมทันทีครับสำหรับเรื่องนี้ มันเห็นได้ชัดมากๆ

    สรุปโดยภาพรวมแล้ว ขุนพันธ์ 2 จึงเป็นภาพยนตร์ที่ทำออกมาได้ดีกว่าภาคแรกค่อนข้างมาก เพราะนอกจากเนื้อเรื่องที่เข้มข้นขึ้น มีการหักเหลี่ยมเฉือนคมกันด้วยวิธีการต่างๆนานามากขึ้นแล้ว ด้านความแอ็คชั่นนั้นก็มีมานำเสนอเราอยู่เรื่อยๆไม่ขาดสายเหมือนกัน ความโหดนี่ถึงใจแบบพี่ก้องเกียรติคนเดิมกลับมาแล้ว งานด้านโปรดัคชั่นถือว่าทำได้ค่อนข้างดี โดยเฉพาะงานออกแบบเสื้อผ้าหน้าผมของตัวละครที่ทำได้น่าสนใจเหมือนเดิม งานวิชวลเอฟเฟ็คถือว่าดีกว่าภาคที่แล้วมาก จัดการได้ดีขึ้น อย่างน้อยเราก็ไม่เห็นต้นไม้ปลอมๆอีกครั้งแล้ว ใครเป็นแฟนๆขุนพันธ์ ชอบหนังไทยแนวแอ็คชั่นแฟนตาซีอาคม และโหดเลือดสาด ไม่ควรพลาดเรื่องนี้จ้า!

วิจารณ์หนัง ขุนพันธ์ 2 - Review by Bombo Aruzo

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: