วิจารณ์หนัง BNK48: Girls Don't Cry น้ำตาวัยรุ่นมีหลายความหมาย



ผู้กำกับภาพยนตร์: เต๋อ นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ (Mary is Happy, Mary is Happy, The Master, ฟรีแลนซ์ ห้ามป่วย ห้ามพัก ห้ามรักหมอ)

    BNK48: Girls Don't Cry น้ำตาวัยรุ่นมีหลายความหมาย เป็นภาพยนตร์สารคดีที่บอกเล่าเรื่องราวชีวิตของเด็กสาวหลายสิบคนในวงเกิร์ลกรุ๊ป BNK48 ซึ่งมีทั้งมุมน่ารัก ความฝัน การแข่งขัน และน้ำตา จากคำบอกเล่าถึงความรู้สึกจริงๆหลังจากได้เป็นสมาชิกวง BNK48 แล้ว ว่าแต่ละคนต้องพบเจออะไรบ้าง และมีชีวิตความเป็นอยู่อย่างไร

    การเล่าเรื่องสำหรับใครที่เคยชมภาพยนตร์สารคดีของพี่เต๋อมาแล้วก็ต้องบอกว่าไม่ค่อยจะต่างจาก The Master เลยครับ เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับคำถามและคำตอบในแต่ละบุคคลเป็นหลัก พร้อมกับตัดสลับภาพ เล่าเรื่องให้เห็นว่าน้องๆในวง BNK48 พยายามขนาดไหนเพื่อเป้าหมาย เพื่ออะไรหลายๆอย่าง โดยพุ่งเป้าหลักๆไปในแต่ละซิงเกิลเพลงที่เรียกได้ว่าเป็นการแข่งขันของน้องๆแบบเต็มเปี่ยม ด้วยคำถามที่ค่อนข้างธรรมดา แต่ก็เป็นคำถามที่ได้คำตอบจากเด็กๆค่อนข้างตรงและดี ภาพยนตร์เลือกวิธีเล่าที่เข้าถึงคนชมอย่างเราๆด้วยการจำลองแบบเหมือนการสัมภาษณ์ต่อหน้า ให้น้องมองกล้อง เป็นเหมือนกันพูดกับคนดูทุกคน และแสดงความคิดเห็นของตัวเองที่มีต่อทุกสิ่งออกมาจริงๆ

    ซึ่งในภาพรวมของการเล่าเรื่องนั้นถือว่าทำออกมาได้ดีมากๆ อันนี้ก็ต้องชมการลำดับเรื่องของพี่เต๋อเองที่เรียบเรียงเหตุการณ์ คำถาม และคำตอบของน้องๆออกมาต่อประโยคและเรื่องราวได้อย่างลื่นไหล มีจังหวะขึ้นและลง และหยุดพัก เพื่อไม่ให้เรื่องเล่ามากันเป็นโทนเดียวจนน่าเบื่อเกินไป คุณจะได้เห็นมุมน่ารักของน้องๆหลายๆคนใน BNK48 อย่างเต็มที่ ขณะเดียวกันก็จะได้เห็นมุมเศร้า มุมมองที่มีต่องาน มีต่อสมาชิกในวง มีต่อโลก ที่อาจทำให้คุณมองสมาชิกแต่ละคนเปลี่ยนไปเลยก็ได้

    และหากเจาะลึกในแง่มุมของคำตอบจากสมาชิกแต่ละคนแล้ว ก็ต้องบอกว่าหลายคนต่างจากภาพที่เราเห็นค่อนข้างมากทีเดียว ทำให้เราเข้าใจได้พอสมควรว่าเด็กแต่ละคนดูจะมีความพยายามในแบบของตัวเองอยู่ บางคนก็กำลังฝืนตัวเอง บางคนก็ไม่ใช่คนพูดเก่งอะไร บางคนมีปมด้อยเรื่องหน้าตาและบุคลิกสุด ขณะที่บางคนก็ดูจะรั่ว จะมึนๆงงๆมาก โดยเฉพาะกับ ปูเป้ BNK48 นั้นดูจะเป็นเมมเบอร์ที่โดดเด่นที่สุดแล้วในภาพยนตร์สารคดีเรื่องนี้ ต้องชมมากๆว่าน้องนั้นช่วยให้การเล่าเรื่องทั้งหมดของภาพยนตร์สารคดีเรื่องนี้น่าติดตามและสนุกขึ้นมาก แค่เสียงถอนหายใจก็ฮาได้แล้ว

แฟนคลับ ปูเป้ BNK48 มีเฮแน่ เรื่องนี้น้องได้พูดเยอะ และเป็นตัวดึงความสนุกของหนังไว้เยอะมาก


    แน่นอนว่าด้วยความที่หนังมันมีเวลาเล่าไม่ถึงสองชั่วโมง ไอ้จะนานกว่านั้นมันก็เกินไป เลยทำให้เรื่องที่เล่ายังไงก็ไม่มีทางครบทุกมุมขนาดนั้น โดยเฉพาะเรื่องโหดร้ายอย่างชีวิตของคนที่ยอมแพ้ (แกรต หรือ การลาออกจากวง) ตัวหนังก็เลือกที่จะไม่แตะ เหมือนเป็นเรื่องมุมมืดกว่าที่หากกล่าวถึงแล้วอาจจะไปพาดพิงเรื่องไม่ดีหรือความลับภายในบางอย่างได้ ก็เลยเป็นเรื่องที่น่าเสียดายนิดหน่อย แต่ก็เข้าใจได้ด้วยเหตุผลหลายประการ

    กับสิ่งหนึ่งที่ไม่กล่าวถึงไม่ได้ก็คือความ “น่าเบื่อ” ที่ใครหลายๆคนชอบกล่าวถึงในหนังของพี่เต๋อ ต้องกล่าวตามตรงว่าผมไม่เคยมีปัญหากับอะไรแบบนี้เลย เรื่องนี้เป็นสารคดีที่ดูเพลิน และสนุกมาก เพียงแต่ด้วยความสมจริงของมัน ไม่ได้จัดฉากใดๆ มันจึงทำให้หนังไม่ได้หวือหวา และดีดเด้งอะไร เป็นหนังที่อารมณ์ภาพรวมคือเพลินๆและได้สาระ ผมกลับไม่รู้สึกว่าหนังยาวถึง 2 ชั่วโมงเลย เพราะมันมีเรื่องราวชีวิตของแต่ละคนให้เราได้รับรู้ค่อนข้างมาก และแต่ละคนก็อย่างที่บอกไป คือมีปัญหาไม่เหมือนกันอีก เลยทำให้สารคดีเรื่องนี้น่าติดตามไปจนถึงตอนจบจริงๆ... แต่เอาเป็นว่าถ้าใครเคยดูหนังพี่เต๋อแล้ว อย่างเช่นว่าดูฟรีแลนซ์แล้วโคตรไม่ชอบเพราะน่าเบื่อ การหวังว่าดูเรื่องนี้แล้วจะสนุกก็คงยากแหละครับ ยกเว้นแต่ว่ามาเพราะ BNK48 จริงๆ

    โปรดัคชั่นโดยรวมของเรื่องนี้ก็ไม่ต้องหวังมากครับ คือในความเป็นจริงแล้วภาพยนตร์สารคดีหลายเรื่องเองก็จะมีความทุ่มทุนกันบ้าง ใช้อุปกรณ์พิเศษเพื่อให้ได้ภาพพิเศษมาบ้าง แต่กับเรื่องนี้ต้องบอกว่าหนังพี่เต๋อก็คือหนังพี่เต๋อแหละครับ สิ่งที่เน้นจริงๆก็คือด้านเนื้อหา จะมีภาพสวยๆให้เราได้ดูในการสัมภาษณ์เท่านั้น แต่ก็ไม่ได้หวือหวา ขณะที่ภาพที่ออกไปตามถ่ายน้องๆตามคอนเสิร์ตที่สถานที่ต่างๆนั้น หลายช็อตก็จะมาจากกล้องไอโฟนที่พี่เต๋อถือถ่ายเองเลย และบ่อยครั้งก็ใช้คลิปจากกล้องวิดีโอจากหลายๆที่มารวมกัน ซึ่งอันนี้ก็ต้องชมทีมงานว่าสามารถจัดการไฟล์จากกล้องเล็กเหล่านี้เอามาขึ้นจอใหญ่ได้โดยที่งานยังดีอยู่ และเล่าเนื้อหาได้ ถือว่าไม่ธรรมดา

    สรุปโดยภาพรวมแล้ว BNK48: Girls Don't Cry น้ำตาวัยรุ่นมีหลายความหมาย จึงเป็นภาพยนตร์สารคดีโดยพี่เต๋อที่ยังคงความเป็นพี่เต๋อแบบเต็มเปี่ยม มีความเพลินๆ ไม่ได้โดดเด้ง ปึงปัง หรือหวือหวา เพราะทุกคำถาม และทุกเหตุการณ์นั้นไม่ได้มีการจัดฉากขึ้นมา สามารถลำดับเรื่องได้ดีเยี่ยม ทั้งคำถาม และคำตอบของน้องๆที่มีการเชื่อมโยงกันไปมาอย่างลื่นไหล งานโปรดัคชั่นไม่ใช่สิ่งที่ดูยิ่งใหญ่อะไร แต่กับอุปกรณ์และทุกสิ่งทุกอย่างเท่าที่มีแล้ว ถือว่าสามารถจัดการได้ดีมาก ใครเป็นแฟนๆ BNK48 และหนังพี่เต๋อบอกเลยว่าห้ามพลาด! แต่ถ้าใครง่วงนอนง่าย ใจร้อน นอนไม่พอ สมาธิค่อนข้างสั้น เรื่องนี้จะไม่เหมาะกับคุณเท่าไหร่นะจ๊ะ!

    ปล.หนังมีอะไรให้ดูจนจบเครดิต เพราะฉะนั้นก็นั่งกันยาวๆจนกว่าพนักงานจะเปิดไฟไล่นะจ๊ะ!

Review by Bombo Aruzo

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: