วิจารณ์หนัง The Darkest Minds จิตทมิฬ



ผู้กำกับภาพยนตร์: Jennifer Yuh Nelson (Kung Fu Panda 2, Kung Fu Panda 3)

    The Darkest Minds จิตทมิฬ เป็นภาพยนตร์ที่ดัดแปลงมาจากนิยายชื่อเดียวกัน เล่าเรื่องของโลกอนาคตที่เด็กๆจะเจอเชื้อโรคร้ายจนทำให้เสียชีวิตไปแทบจะหมด พวกที่เหลือรอดก็กลายเป็นมนุษย์กลายพันธุ์ โดยมีระดับความสามารถแตกต่างกันไป ตัวเอกของเรื่องอย่าง “รูบี้” นั้นเป็นเด็กสาวที่มีพลังในระดับสูงสุด สามารถควบคุมจิตใจคนได้ แต่ความหายากและอันตรายมากของเธอจึงทำให้คนอื่นมองเธอเป็นตัวอันตราย ต้องถูกกำจัด จนเธอต้องหนีมาพบกับผองเพื่อนที่เป็นเด็กมีพลังพิเศษ และพยายามหาบ้านหลังใหม่สำหรับพวกเขาไปด้วยกัน

    การเล่าเรื่องสำหรับเรื่องนี้เรียกว่าอยู่ในขั้นเลวร้ายอย่างเต็มอิ่มเลยครับ เป็นหนังที่ทำได้ไม่ดีทั้งด้านความบันเทิงโดยพื้นฐาน และด้านเนื้อหาเลยล่ะ

    หากเจาะประเด็นไปที่ปัญหาด้านความไม่บันเทิงของตัวหนังแล้ว หลักๆก็จะเกี่ยวข้องกับพลังและวิธีการใช้พลังนี่แหละครับ ซึ่งส่วนมากแล้วหนังในตระกูลนี้ ไม่ว่าจะเป็นซูเปอร์ฮีโร่ต่างๆ หรือเน้นไปอย่าง X-Men แล้ว ความสนุกของมันจะอยู่ที่ความลื่นไหลในการใช้พลัง ความฉลาดในการพลิกแพลงสิ่งต่างๆ ซึ่งบอกเลยว่าเรื่องนี้ไม่มีเลยครับ สู้กันทื่อๆทุกคน คนมีพลังไฟฟ้าก็ยืนจับสายไฟไป คนพ่นไฟได้ก็พ่นออกปากด้านหน้าอย่างเดียว คนมีพลังจิตก็ยืนนิ่งจ้องหน้าคนอื่น คนที่บอกว่าเป็นพวกฝั่งฉลาดก็ไม่ได้มีประโยชน์อะไรกับทีมเลย ปัญหามันเกิดขึ้นตลอดเรื่องทั้งๆที่หลายคนในเรื่องต่างเป็นที่ยอมรับว่ามีความสามารถสูงมาก เคยเป็นระดับตำนานมาแล้ว แต่เอาเข้าจริงกลับใช้พลังได้น่าผิดหวังมาก ขาดความน่าสนใจ เลยทำให้เรื่องไม่น่าติดตาม ไม่น่าลุ้น ไม่สนุกเลย

    ลองมากล่าวถึงปัญหาด้านเนื้อหาของเรื่องกันบ้าง เรื่องนึงก็บอกไปแล้วแหละ ก็คือเรื่องของการที่ไม่พลิกแพลงการใช้พลังใดๆในเรื่องเลย มันทื่อๆไปหมด แล้วก็เรื่องที่ผู้มีพลังพิเศษแบบอัจฉริยะไม่ได้มีประโยชน์อะไรกับทีมด้วย ทั้งๆที่ผมคิดว่าคนฉลาดควรจะเป็นกำลังสำคัญในการทำสิ่งต่างๆพอๆกับคนควบคุมจิตใจได้เลย นอกเหนือจากนั้นก็คงเป็นปัญหาด้านรายละเอียดปลักย่อยต่างๆอย่างเช่น ทำไมตัวละครบางตัวที่ต้องทำหน้าที่ช่วยเด็กๆ กลับทำท่าจะฆ่าเด็กซะเอง แล้วพอจบเรื่องก็ไม่ได้อธิบายตรงนี้อีก ทั้งๆที่เหตุการณ์นั้นสำคัญมากจนทำให้นางเอกต้องวิ่งหนีเตลิดไป อีกส่วนหนึ่งก็คงเป็นเรื่องของพลังของนางเอกเกี่ยวกับการควบคุมจิตใจ เพราะถ้าเริ่มใช้ได้แล้ว มันก็ควรที่จะสั่งให้คนตอบคำถามตรงๆได้ แต่กลายเป็นว่าคนโดนควบคุมจิตใจกลับตอบเป็นคำใบ้ที่ต้องให้ไปหาข้อมูลเองต่อ บางครั้งตัวบทก็ทำให้ยุ่งยากแบบไร้เหตุผลเกินไปหน่อย และยังมีปัญหาปลีกย่อยอื่นๆอีกมากมายที่ไม่สามารถบอกได้ เพราะส่วนใหญ่ปัญหาหนักๆด้านเนื้อหาล้วนอยู่ในช่วงท้ายๆเรื่องแล้ว

    ข้อเสียที่ไม่ชอบที่สุดก็คือการทำหนังเผื่อสร้างภาคต่อหนักเกินไป มันเหมือนดูซีรีส์ตอนแรกจบแค่นั้นเอง มันไม่ได้ประเด็น ไม่ได้เป้าหมายอะไรที่ชัดเจนให้กับเรื่องเลยด้วยซ้ำ อาจเป็นเพราะว่านิยายจบแบบนี้แล้วต้องเคารพตามต้นฉบับหรือเปล่า อันนี้ผมไม่ทราบ แต่พอมาทำเป็นหนังแล้วจบแบบนี้มันขาดความน่าติดตามอย่างหนักเลยล่ะครับ ถ้าภาคแรกไม่จัดเต็ม ไม่สร้างภาพจำที่ดีให้กับแฟรนไชส์ไว้ก่อน ภาคต่อก็ไม่มีหวังแล้วล่ะนะ

    โปรดัคชั่นโดยรวมสำหรับเรื่องนี้ถือว่าเป็นหนังบล็อกบัสเตอร์เกรดเอกับเขาอยู่เหมือนกันครับ งานหลายส่วนเรื่องว่าคุณภาพดีมากเลยล่ะ ทั้งเรื่องเสื้อผ้าหน้าผมของตัวละครที่โดดเด่น เข้ากับตัวละครแต่ละฝั่ง แต่ละคน ทั้งเรื่องของสิ่งประกอบฉากทั้งหลายที่ทำอย่างใส่ใจ ชวนให้นึกถึงเมืองที่ถูกสร้างขึ้นมาใหม่จริงๆ แม้จะไม่ได้ยิ่งใหญ่เท่า Maze Runner ก็ตาม ขณะเดียวกันงานเทคนิคพิเศษ (Visual Effect) นั้นก็ทำออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม สวยงามและเนียนตา น่าเสียดายที่เรื่องเล่าโชว์ศักยภาพไม่เต็มที่ งานเทคนิคพิเศษโดยภาพรวมก็เลยไม่ได้น่าจดจำเท่าไหร่ไปโดยปริยาย

    สรุปโดยภาพรวมแล้ว The Darkest Minds จิตทมิฬ จึงเป็นภาพยนตร์ที่ทำออกมาได้ไม่ตอบโจทย์ทั้งด้านความบันเทิง ไม่มีเนื้อหาที่น่าสนใจและน่าเชื่อถือเลย หลายตัวละครไม่ได้โชว์พลังพลิกแพลงอะไรที่น่าสนใจเลย คนใช้พลังไฟฟ้าก็แค่จับสายไฟแล้วก็ช็อตไปทั่ว คนฉลาดก็ไม่ได้ใช้สมองในการทำอะไรให้ทีมดีๆสักอย่างเลย และยังมีช่องโหว่อีกหลายอย่างมากที่จะทำให้คุณหัวเสีย แต่งานโปรดัคชั่นภาพรวมนั้นทำได้ค่อนข้างดี สวยงาม ยิ่งใหญ่ เสื้อผ้าหน้าผมแต่ละคนแต่ละฝั่งนั้นน่าสนใจ ใครเป็นแฟนๆภาพยนตร์แนวพลังเหนือโลกอย่าง X-Men ผมคงไม่แนะนำเท่าไหร่ล่ะครับ มันผิดมาตรฐานหนังเกรดเอบล็อคบัสเตอร์มาก แต่ถ้าใครอยากดูหนังรักวัยรุ่น เพลินนิดๆ ฟุ้งหน่อยๆ มาชมฆ่าเวลากันได้จ้า!

Review by Bombo Aruzo

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: