Facebook Twitter
gPlus 

Sicario: Day of the Soldado ทีมพิฆาตทะลุแดนเดือด 2

ผู้กำกับภาพยนตร์: Stefano Sollima (ACAB- All Cops Are Bastards, Suburra)


    Sicario : Day of the Soldado ทีมพิฆาตทะลุแดนเดือด 2 จะเล่าเรื่องราวต่อจากภาคแรกที่การค้ายาเสพติดในชายแดนแถบสหรัฐและเม็กซิโกยังคงระอุเหมือนเดิม แถมเพิ่มด้วยการค้ามนุษย์ที่หนักข้อขึ้นด้วย หัวหน้าหน่วยกองกำลังเฉพาะกิจคนเดิมอย่าง แมตต์ เครเวอร์ จึงต้องกลับมาทำหน้าที่ต่อสู้ในศึกครั้งนี้อีกครั้ง และเขาก็ตัดสินใจเรียกตัวทหารรับจ้างอย่าง อเรฮันโดร มาช่วยงานครั้งนี้ด้วย แต่เกิดเรื่องผิดพลาดขึ้นในแผน แล้วมีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งกลายเป็นพยานในเรื่องเลวร้ายที่เกิดขึ้น จึงเกิดปัญหาและคำถามขึ้นมากมายกับพวกเขา ว่าควรจะทำอย่างไรกับเด็กสาวคนนี้ดี

    การเล่าเรื่องสำหรับเรื่องนี้ก็ยังมีรูปแบบ วิธีการเล่าเรื่อง บทพูดอะไรหลายอย่างที่ถอดแบบมาจากภาคแรกแหละครับ (คนเขียนบทยังเป็นคนเดิมคือ Taylor Sheridan) ยังคงเป็นภาพยนตร์ที่มีตัวเด่นอยู่เป็นศูนย์กลางเรื่องทั้ง 2 ตัวจากภาคแรกที่มีอยู่ในโปสเตอร์ภาคนี้แหละครับ แต่ขณะเดียวกันหนังก็ยังคงไม่ทิ้งมุมมองชีวิตจากคนเม็กซิกันที่ต้องเข้ามายุ่งเกี่ยวกับเหตุการณ์ครั้งนี้ด้วยการต้องเอาตัวรอด หรือด้วยเหตุผลบางประการ ซึ่งก็เป็นส่วนที่ทำให้ภาพยนตร์ยังดีงามเหมือนภาคแรกอยู่ในส่วนนี้ ทำให้ภาพยนตร์ยังคงความมีมิติของความเป็นมนุษย์อยู่ มีจังหวะจะโคนที่ยังทำได้น่ากลัว น่าขนลุก แต่ขณะเดียวกันก็เหมือนจะพยายามเจริญรอยตามภาคแรกมากไป ทั้งๆที่เปลี่ยนผู้กำกับแล้ว ก็เลยทำให้ภาคนี้ดูจะไม่มีอะไรน่าจดจำเท่าที่ควร เหมือนฝืนๆจะทำอะไรหลายอย่างให้เหมือนไปหน่อย

    แต่สิ่งดีๆที่มาแทนที่คือนี่เป็นหนังที่ดูง่ายขึ้น เพราะมันแทนที่ด้วยความแอ็คชั่นที่มีมากขึ้น ระเบิดมากขึ้น ถือว่ายังมีพื้นที่ให้กับคนดูหนังแอ็คชั่นทั่วไปได้พอสมควร ไม่ใช่หนังคุยเยอะ เนื้อหามากมาย ระทึกหนักเหมือนภาคที่แล้วขนาดนั้น

    และสิ่งหนึ่งที่ผมยังชื่นชมอยู่ในภาคนี้ ก็คือการไม่ทำให้ตัวละครที่น่าจดจำมากๆจากภาคแรกนั้นดูแย่ลง ทุกสิ่งทุกอย่างยังคงดีงามหมด (ซึ่งก็น่าจะเป็นเพราะคนเขียนบทยังคงเป็นคนเดิมด้วยอีกนั่นแหละ) ทั้งนิสัยใจคอ การตัดสินใจ การกระทำต่างๆ รวมทั้งความ Badass (ในไทยคงใกล้เคียงกับคำว่า ‘โหดสัส’) ก็เลยยังคงเต็มเปี่ยม และตัวนักแสดงเองยังคงนำเสนอบทบาทของตัวเองได้อย่างดี จึงถือว่าเป็นภาคต่อที่ได้อารมณ์ภาคต่อจริงๆ ไม่ใช่ตัวเอกที่เก่งและน่าจดจำมากๆจากภาคแรก จู่ๆมาพลาดท่าเพราะเรื่องบ้าบอง่ายดายเกินไปในภาคต่อมาเหมือนหนังภาคต่อหลายๆเรื่อง

การไม่ทำให้ตัวละครบทดีๆในภาคแรกมาพังในภาคนี้ ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีที่สุดแล้วใน Day of the Soldado


    โปรดัคชั่นโดยรวมผมถือว่าอยู่ในระดับใกล้เคียงกับภาคแรกนั่นแหละครับ อาจจะใหญ่กว่านิดหน่อยด้วยเครื่องไม้เครื่องมือที่ลงทุนลงแรงขึ้น ไม่ถึงขั้นถล่มโลกาเป็นหนังบล็อกบัสเตอร์ถล่มเมืองอะไร แต่ก็เป็นสงครามในพื้นที่รกร้างย่อมๆในแถบชายแดนเม็กซิโก มีระเบิด มีปืน มีเฮลิคอปเตอร์ กระสุนสาดรัว รถโดนมิสไซส์ยิงใส่กระจุยกระจาย พร้อมจำนวนตัวประกอบที่มีมากพอสมควร แถมพ่วงด้วยงาน CG ที่ทำค่อนข้างดี ช่วยเสริมเรื่องให้น่ากลัวขึ้นด้วยการให้เห็นคนระเบิดตัวเองต่อหน้าไปเลย ชิ้นส่วนเนื้อกระจายได้ยินเสียงแผละๆ ก็ได้การเล่าเรื่องที่ตรงไปตรงมาและน่าผวาดผวาดีอย่างที่หนังระทึกขวัญยุคนี้ชอบทำกันครับ

    สรุปโดยภาพรวมแล้ว Sicario : Day of the Soldado ทีมพิฆาตทะลุแดนเดือด 2 จึงเป็นภาพยนตร์แอ็คชั่นภาคต่อที่เรียกได้ว่าถอดแบบจากภาคแรกมาพอสมควร ทั้งเรื่องบท ความซับซ้อนของความผิดชอบชั่วดี ความแอ็คชั่น และความลุ้นระทึก เพลงประกอบก็ใช้ฟีลเดิมเป๊ะเลย เพียงแต่ยังมีมุมมองการนำเสนอบางอย่างที่ไปไม่ถึงเท่าที่ภาคแรกทำไว้เท่าไหร่ สำหรับผมจึงไม่ค่อยมีฉากไหนน่าจดจำเหมือนภาคที่แล้ว ขณะที่งานโปรดัคชั่นเองนั้นก็ถือว่าใหญ่กว่าภาคแรกนิดหน่อย ด้วยการเล่นของใหญ่กันมากขึ้น ระเบิดมากขึ้น เฮลิคอปเตอร์ก็มา มิสไซส์ก็มีใช้ คนก็มากขึ้นกว่าเดิมเวลาเปิดสงครามยิงกัน นี่จึงเป็นภาคต่อของหนังแอ็คชั่นที่เรียกได้ว่ายังอยู่ในระดับที่ดี ดีกว่าหนังแอ็คชั่นทั่วไปอยู่ แต่ก็ไม่ดีเท่ากับภาคแรกแน่นอนจ๊ะ!

Sicario: Day of the Soldado ทีมพิฆาตทะลุแดนเดือด 2 Review by Bombo Aruzo
 

Sicario: Day of the Soldado ทีมพิฆาตทะลุแดนเดือด 2

Sicario: Day of the Soldado ทีมพิฆาตทะลุแดนเดือด 2

Sicario : Day of the Soldado ทีมพิฆาตทะลุแดนเดือด 2 จะเล่าเรื่องราวต่อจากภาคแรกที่การค้ายาเสพติดในชายแดนแถบสหรัฐและเม็กซิโกยังคงระอุเหมือนเดิม

กลับขึ้นด้านบน