วิจารณ์หนัง ตุ๊ดตู่กู้ชาติ

ผู้กำกับภาพยนตร์: M.Mass Team (ซึ่งหลักๆแล้วก็พี่ พชร์ อานนท์ นั่นแหละ)


    ตุ๊ดตู่กู้ชาติ เป็นภาพยนตร์ที่แต่งขึ้นมาใหม่ไม่อิงประวัติศาสตร์ โดยเล่าเรื่องของหมู่บ้านคุ้งระกาที่กำลังโดนกองทัพของเมืองยโสธาราวดีใช้เป็นทางผ่าน เพื่อไปตีเมืองหลวงของไทยอย่างเมืองอโสรยา แต่คนกลุ่มชายใจหญิงพร้อมพรรคพวกชายแท้ในหมู่บ้านคุ้งระกาต่างก็อาสาออกไปเป็นสายลับให้ถึงเมืองยโสธาราวดี เพื่อสืบความว่ากองทัพข้าศึกจะเดินทางมาเมื่อใด โดยหวังว่าจะใช้ข้อมูลที่ได้มาช่วยให้หมู่บ้านของตน และประเทศชาติยังคงอยู่สืบไปตราบนานเท่านาน

    การเล่าเรื่องสำหรับเรื่องนี้ต้องกล่าวตามตรงว่าแย่มากครับ ถือว่าเป็นหนังพีเรียดและตลกที่ทำออกมาได้น่าผิดหวัง ทั้งด้านเนื้อหาสาระ(ที่พยายามจะมี) และด้านความตลกขบขันอย่างกู่ไม่กลับ เป็นเรื่องแรกของพี่ พชร์ อานนท์ เลยที่เรารู้สึกว่าการทำงานโดยไม่มีการโยงบทไปยังฉากต่อไปนั้นมันแย่มาก และไม่เข้ากับภาพยนตร์เรื่องนี้อย่างหนัก หลายฉากจู่ๆก็มีเหตุการณ์บางอย่างโผล่มาโดยไม่มีการเกริ่นนำ บางตัวละครจู่ๆก็ปรากฏตัวเลย ทั้งๆที่ไม่มีการต่อยอดใดๆจากฉากก่อนหน้าเลยด้วยซ้ำ ตัวละครในเรื่องแต่ละตัวก็แข็งกระโตกกระตาก ตรงไปตรงมา ขณะที่บางตัวก็พยายามทำให้ดูมีมิติ แต่กลับกลายเป็นว่าทำให้คุณภาพเรื่องยิ่งแย่ จู่ๆก็มีการเปลี่ยนฝั่งเปลี่ยนฝ่ายทันควันในบางฉาก แถมยังไม่มีใครเอะใจใคร่สงสัยกับการที่จู่ๆก็มีคนอีกฝั่งเข้ามาร่วมทีมด้วยเลย ประหลาด

    แถมนี่ยังเป็นภาพยนตร์ที่พาเราออกทะเลหลายฉากมากมาย หลายฉากรวบจบได้ก็ไม่รวบ เพราะประเด็นเรื่องไม่เดินหน้าเสียทีจนไม่รู้ว่าเรากำลังติดตามดูอะไรกันอยู่ แต่พอเลือกจะเล่าแบบไม่รวบแล้วเราก็คิดว่าใส่ฉากมาเพื่อหวังความฮาก็ยังดี แต่ก็ดันเป็นฉากที่ดูไม่สนุกอีก การจะผ่านแต่ละฉากที่ไร้แก่นสารโยงเรื่องใดๆก็เลยเต็มไปด้วยความทรมานแสนสาหัสที่ทำผมส่ายหัวไปมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ภาวนาว่าเมื่อไหร่จะจบ เพราะมันยืดจนเกินไป เกินความจำเป็น เกินใจจะทนไหว

    พอมาถึงเรื่องมุขตลกที่เราว่าไม่เวิร์คนั้น หลายครั้งเรารู้สึกว่าเป็นเพราะจังหวะการตัดต่อนั้นยืดยาดและเหนื่อยหน่ายเกินไปมาก และบ่อยครั้งเราก็รู้สึกว่าทางคนเล่าเรื่องนั้นดูจะเลือกจังหวะเรื่องไม่ถูกในแต่ละฉากว่าจะลื่นไหลชดช้อยงามดั่งไทย หรือจะสนุกสนานเฮฮา หรือจะพีคขึ้นมา บางครั้งมุขตลกก็เลยไม่ทำงานเพราะดันมาเล่นขัดกับอารมณ์ภาพรวมของฉาก และปัญหาด้านนี้อาจรวมไปถึงการไกด์จังหวะของเพลงที่ทำได้ไม่ดีด้วยอีกเหมือนกัน แล้วตัวภาพยนตร์เองก็เหมือนถ่ายมาไม่พอ หรือเก็บมุมภาพเพื่อเล่าเรื่องการกระทำของตัวละครไม่ชัดเจน ก็เลยทำให้มุขหลายมุขเล่นไปไม่ถึง เพราะเราไม่ได้เห็นสีหน้าและการกระทำของตัวละครแต่ละตัวว่าเขาทำอะไรทำไมถึงโดนเพื่อนตบหัวแบบคาเฟ่ฉาดใหญ่ พอตัวละครที่ตบหัวเฉลยว่า ทำไมถึงต้องตบหัวอีกคน แทนที่ผมจะกระจ่างและเข้าใจมุขกลับทำให้ยิ่งมึนเข้าไปอีก เพราะจำได้ว่าก่อนหน้าก็ไม่เห็นมีปัญหาอะไรตรงจุดนี้ให้ดู และภาพก็ไม่ได้ไปเน้นด้วย

    นี่ยังไม่นับรวมปัญหายิบย่อยด้านเทคนิคของการเล่าเรื่อง อย่างมีอยู่ฉากนึงภาพก็ฉายให้คนดูเห็นว่ามีกลุ่มตัวละครมาพยายามหาอะไรสักอย่างในห้องตัวร้าย แล้วก็วิ่งหนีไปด้านขวาเมื่อรู้สึกว่ามีทหารกำลังเดินมา กล้องก็แพนไปด้านซ้ายให้เห็นว่ามีทหารยโสธาราวดีเข้ามา เห็นว่าข้าวของกระจัดกระจาย แล้วก็โมโห แล้วก็สั่งทหารตามหาคนทำ คือแบบ... กลุ่มคนที่เข้ามาหาของก็เพิ่งวิ่งออกไปตะกี้นี้อ่ะเฮ้ย!!! แบบ... ก็น่าจะต้องเห็นสิว่าเขาเพิ่งวิ่งออกไป คือมุมภาพมันไม่ได้เลย วิธีตอบโจทย์การเล่าเรื่องเป็นศูนย์ เป็นวิธีการที่เก่าและเชยยังไม่พอ (ส่วนมากเราจะเห็นความไม่สมจริงนี้จริงละครและซิทคอมมากกว่า) ยังดูไม่สมจริงเกินเหตุไปอีก

    และยังไม่รวมไปถึงการแสดงของนักแสดงหลายท่านที่เคยเล่นได้ดีกว่านี้ โดยเฉพาะนักแสดงตลกผู้รับบทนำทั้งหลาย แต่พอมาเล่นพีเรียดแล้วเหมือนจะด้นสดกันไม่ได้ (จริงๆเข้าใจว่ายากแหละ) หรือตัวบทพูดเองก็ไม่ดีด้วยก็ไม่แน่ใจ ทำให้มุขตลกและความลื่นไหลของบทพูดนั้นไม่เป็นจังหวะจะโคนที่ถูกที่ควรเท่าไหร่ ไม่ธรรมชาติอย่างน่าเสียดาย

    โปรดัคชั่นโดยภาพรวมก็ตามภาพการโปรโมท ตามที่เห็นในตัวอย่างภาพยนตร์ล่ะครับ ยิ่งใหญ่และอลังการกว่าหนังเรื่องไหนๆพอตัวเชียวล่ะ ตัวประกอบเป็นร้อย เสื้อผ้าหน้าผมจัดเต็ม ทั้งทำให้เนียนเข้ากับยุคสมัยก่อน และทำให้ประหลาดเพื่อความโดดเด่นขึ้นมา บวกผสมกับงานเทคนิคพิเศษด้าน Visual Effect ที่ทำได้ค่อนข้างโอเค มีความแฟนตาซีอยู่หน่อยๆ ภาพรวมก็ส่งผลให้ภาพยนตร์เรื่องนี้ถือว่าไม่มีปัญหาเลยด้านงานโปรดัคชั่น ไม่ใช่ภาพยนตร์ที่ทำขึ้นมาอย่างไม่ใส่ใจแน่ๆในด้านนี้ ...แต่พอเห็นความทุ่มเทด้านโปรดัคชั่นอย่างนี้แล้วเราก็รู้สึกเสียดายแปลกๆ เพราะพอเนื้อเรื่องแทบจะไม่มีดีเลย ทั้งด้านเนื้อหาและด้านความตลก ก็เลยเป็นภาพยนตร์ที่ดู “แพงไปงั้น” ซะอย่างนั้นเลยล่ะ

    สรุปโดยภาพรวมแล้ว ตุ๊ดตู่กู้ชาติ จึงเป็นภาพยนตร์แนวโบราณแต่ไม่อิงประวัติศาสตร์ ที่ทำออกมาได้น่าผิดหวังมากๆถึงที่สุดและที่สุด เรียกได้ว่าเป็นภาพยนตร์ที่มีความหนักหนาสาหัสมากๆ เนื้อเรื่องไม่ดี การเล่าไม่ต่อเนื่องก็อีกเรื่อง แต่มุขตลกแทบจะไม่ทำงานเลยทั้งเรื่องนี่แย่มาก มันเลยทำให้สภาพตอนนี้ถือว่าหนักหนาสาหัสยิ่งกว่า หลวงพี่แจ๊ส 4G และ 5G ทีเดียวเชียว แต่งานด้านโปรดัคชั่นนี่ถือว่าสุดๆ ทำออกมาดูได้ยิ่งใหญ่ อลังการ และสวยงาม งานด้าน Visual Effect ก็ถือว่าทำออกมาได้ไม่ธรรมดาทีเดียว... จึงขอป่าวประกาศตรงนี้เลยว่าผมไม่แนะนำให้ดูภาพยนตร์เรื่องนี้เท่าไหร่ถ้าคุณหวังงานภาพยนตร์ที่เต็มที่ในทุกด้าน (โดยเฉพาะการหวังว่าเนื้อเรื่องจะมีดีอะไรดีบ้าง) แต่หากคุณเป็นแฟนหนังขาจร หาหนังพีเรียดดูเพลินๆ ก็เชิญที่โรงภาพยนตร์เลยจ๊ะ

    ปล. ตุ๊ดตู่กู้ชาติ ฉายมาแล้ว 1 สัปดาห์นะจ๊ะ ถ้าช้ากว่านี้โรงภาพยนตร์อาจน้อยลงแล้ว ใครสนใจรีบไปดูเน่อ ยิ่งรายได้เปิดตัวไม่ค่อยจะดีด้วย

Review by Bombo Aruzo


กลับไป ด้านบน

Thaiza update: