วิจารณ์หนัง Pacific Rim Uprising แปซิฟิค ริม ปฏิวัติพลิกโลก

ผู้กำกับภาพยนตร์: Steven S. DeKnight (เป็นโปรดิวเซอร์ซีรีส์ Smallville, Spartacus, Daredevil มาก่อน เพิ่งกำกับหนังเรื่องนี้เป็นเรื่องแรก)



     Pacific Rim: Uprising แปซิฟิค ริม ปฏิวัติพลิกโลก เป็นภาพยนตร์ที่เล่าเรื่องหลังจากภาคที่แล้ว 10 ปี ลูกชายของวีรบุรุษสแต็คเกอร์ได้ก่อปัญหาไว้มากมายจนถูกเรียกกลับมาประจำการในกองทัพเยเกอร์อีกหลังจากที่หนีออกจากกองทัพไปแต่วัยรุ่น พร้อมกับนำเด็กสาวคนใหม่ติดพ่วงมากองทัพด้วย 1 คน เธอต้องฝึกร่วมกับเด็กใหม่อีกกลุ่มหนึ่ง แต่ทั้งๆที่พวกเด็กๆเพิ่งจะฝึกฝนได้ไม่นานนัก พวกเขาก็ต้องพบเจอกับศึกครั้งใหม่ที่ไม่มีใครรู้อย่างแน่ชัดว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร และหากพวกเขายังไม่พร้อมสู้ในตอนนี้ โลกจะถึงคราวดับสูญแน่ๆ

    การเล่าเรื่องสำหรับเรื่องนี้ต้องบอกว่าคะแนนเนื้อเรื่องถ้าผมให้จะอยู่ระดับประมาณทรานส์ฟอร์เมอร์สภาคแรกเลยครับ คือกลางๆ ไม่ดี ไม่แย่ แต่ก็ไม่ได้น่าประทับใจเท่าไหร่ โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับ Pacific Rim ภาคแรกที่ไม่ถึงกับดีเลิศเพอร์เฟ็คแต่ก็มีฉากน่าจดจำมากมาย ขณะที่ภาคนี้จะเล่นมุกเงิบ มุกเปิ่น มุกไม่ทำงานที่คอยแย็บมาตลอดเรื่อง เสร็จแล้วก็เกิดปัญหา แล้วก็ไปเรื่อยๆเลย ไม่มีจุดพักจุดเน้น ไม่มีความน่าจดจำใดๆ แม้แต่จังหวะเร่งเร้าให้ลุ้นระทึกหรือเสียใจไปด้วยกับเรื่องก็ยังไม่เห็น ก็เลยเป็นเรื่องที่น่าเสียดายหน่อย แต่ส่วนตัวแล้วไม่มาก เพราะรู้ว่าผู้กำกับเองก็เพิ่งเคยทำหนังเรื่องแรก หวังว่าเรื่องหน้าจะดีกว่า

    แต่มีสิ่งหนึ่งที่ผมไม่ชอบในหนังเรื่องนี้อย่างชัดเจนคือเพลงประกอบของภาพยนตร์ เพราะนอกจากจะมาไม่ถูกอารมณ์ ถูกเวลาเท่าไหร่  แพทเทิร์นของมันก็ยังเดิมๆอีกต่างหาก ไม่น่าจดจำเลย

    โปรดัคชั่นโดยรวมนี่คงไม่ต้องคุยอะไรกันมากมายล่ะครับ มีสิบให้สิบ มีพันให้พัน เป็นหนังบล็อกบัสเตอร์ที่ถ้าหากเทียบกับเรื่องอื่นๆแล้วถือว่าจ๋อยได้ง่ายๆเลยล่ะ ยังคงมาตรฐานตัวเองจากภาคที่แล้วได้ดี สามารถใช้เงินได้ดีและถึงใช้มันสร้างงานที่เกือบเพอร์เฟ็คออกมาได้ขนาดนี้ งานออกแบบทุกสิ่งทุกอย่างน่าสนใจ แม้การเล่าเรื่องจะไม่ช่วยให้ตัวหุ่นยนต์โดดเด่นขึ้นมาได้ แต่ลักษณะเฉพาะตัวของมันก็สามารถเชิดหน้าชูตาหราออกมาเองได้อย่างดี ผมชอบมากที่กลไกหุ่นยนต์แต่ละตัวถูกสร้างขึ้นมาอย่างชาญฉลาด บางตัวบิดลำตัวของตัวเองได้ บางตัวมีปืนเฉพาะส่วน แถมบิดไปส่วนอื่นได้ด้วย รายละเอียดเล็กน้อยอะไรแบบนี้ช่วยให้หนังดูน่าจดจำและเหมือนจริงมากขึ้น

    อีกอย่างที่ต้องชมมากคือ ฉากแอ็คชั่น ฉากใหญ่ของเรื่องที่ถือว่าเป็นจุดมโหฬารอลังการและน่าประทับใจที่สุดของเรื่องแล้ว  ไม่ว่าจะเป็นตึกถล่มพื้นทลาย แส้พลาสม่าปืนพลาสม่า หมัดพลังไอพ่น มิสไซค์เป็นร้อยลูก ระเบิดเป็นร้อยครั้ง กระสุนปืนกลที่ใส่ไม่ยั้ง เรียกได้ว่าใครเป็นขาบ้าพลังถล่มเละเทะนี่ เรื่องนี้ดูเพลินจั๊ดดดดดด




ยังไงความเจ๋งที่ยังคงเดิมคือฉากพังถล่มตึกทั้งหลายแหล่นี่แหละที่แฟรนไชส์นี้ทำได้ดีมาก ดีกว่าทรานส์ฟอร์เมอร์สอีก

    สรุปโดยภาพรวมแล้ว Pacific Rim: Uprising แปซิฟิค ริม ปฏิวัติพลิกโลก จึงเป็นภาพยนตร์บล็อกบัสเตอร์ภาคต่อที่ทำออกมาได้โอเคด้านเนื้อเรื่อง ไม่ดี ไม่แย่ ดูได้เรื่อยๆแบบไม่ต้องไปใส่ใจมาก แต่ความแอ็คชั่นบ้าพลังนั้นดีเหมือนเดิม ตึกถล่มพื้นทลายให้สะใจกันไปบ้าง งานโปรดัคชั่นทุกอย่าง งานออกแบบทุกสิ่งนี่คือสุดยอดเหมือนเดิม แฟนๆ แปซิฟิค ริม ภาคแรก หากชอบเพราะด้านเนื้อหาก็ต้องอาจเผื่อใจไว้หน่อยกับภาคนี้ เพราะภาคนี้เน้นเพลินและเน้นมันส์มากกว่า แต่ถ้าใครเป็นแฟนหนังใหญ่ขาจร อยากหาหนังบ้าพลังดูเพลินๆ เรื่องนี้ตอบโจทย์ท่านอย่างเต็มที่แน่นอน!

วิจารณ์หนัง Pacific Rim Uprising - ปฏิวัติพลิกโลก Review by Bombo Aruzo


บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: