วิจารณ์หนัง Tomb Raider ทูม เรเดอร์

ผู้กำกับภาพยนตร์: Roar Uthaug (ผู้กำกับชาวนอร์เวย์ เพิ่งกำกับให้ฮอลลีวูดเรื่องแรก ผลงานก่อนหน้าคือ The Wave)

    Tomb Raider ทูม เรเดอร์ เป็นภาพยนตร์ผจญภัยที่บอกเล่าเรื่องราวของ ลาร่า ครอฟท์ สาวน้อยผู้สูญเสียพ่อที่หายสาปสูญไปแล้ว 7 ปี เธอถูกเรียกกลับมายังคฤหาสน์เพื่อเซ็นรับมรดกทั้งหมด และเพื่อรักษาทรัพย์สินของตระกูลไว้ แต่การได้เป็นเจ้าของวัตถุบางชิ้นในนั้นก็นำพาเธอเข้าไปพบกับข้อมูลปริศนาและความจริงบางอย่าง และมันนำพาเธอไปสู่เกาะมรณะแห่งหนึ่งใกล้ญี่ปุ่น พร้อมเผชิญหน้ากับสิ่งที่คาดไม่ถึงมากมาย

    ส่วนตัวแล้วผมถือว่าตัวเองเป็นคอเกม Tomb Raider เหมือนกัน เพราะฉะนั้นงานนี้คงเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีการเปรียบเทียบกันระหว่างเรื่องนี้กับเวอร์ชั่นเกม เผื่อพื้นที่ให้แฟนๆชาวเกมส์ที่อยากลองชมเวอร์ชั่นภาพยนตร์ครับ

    การเล่าเรื่องสำหรับเรื่องนี้ถ้าคุณเป็นแฟน Tomb Raider โดยเฉพาะภาค 2013 ที่เป็นการรีเมคมาสดใหม่แล้ว ก็ต้องบอกว่าเวอร์ชั่นภาพยนตร์นี้ดัดแปลงมาจากภาคนั้นโดยตรงเลย (มีชื่อบริษัททำเกม Square Enix ร่วมในการสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วย) ซึ่งโดยรวมในด้านความสนุกของตัวภาพยนตร์ก็ต้องบอกว่าไว้ใจได้ เพราะเกมภาคนั้นทำออกมาดีมาก ทั้งเนื้อเรื่องและความทรหดอดทนทุลักทุเลของตัวละครอย่าง ลาร่า ครอฟท์ ที่ยังถือว่าเป็นเด็กน้อย ไม่เคยฆ่าคน อาจเคยได้ทำอะไรห่ามๆมาบ้าง แต่ก็ไม่เคยได้ออกผจญภัยในป่าเขาลำเนาไพรอะไร ตัวหนังเองสามารถจัดพื้นที่ได้ลงตัวระหว่างส่วนของการแก้ไขปริศนาและส่วนของความระห่ำโหดต่อสู้กัน และความโหดร้ายที่ลาร่าต้องเจอ

    อาจมีสิ่งหนึ่งที่เสียดายมากว่าหนังดันไม่มีก็คงเป็นเสน่ห์บางอย่างของ Tomb Raider ที่ขาดหายไปนิดหน่อย คือการขาดส่วนนี้ไปไม่ได้ถึงขั้นเลวร้ายอะไรครับ แต่มันก็ทำให้เรียกไม่ได้เต็มปากว่านี่คือ Tomb Raider จริงๆ (เสียดายที่บอกไม่ได้ว่าคืออะไร เพราะมีผลกับเนื้อเรื่องพอสมควร)

    และสิ่งหนึ่งที่เด็ดสุดสำหรับเรื่องนี้ และผมชอบมากๆคือการได้เห็นนักแสดงรางวัลออสการ์อย่าง อลิเซีย วิกันเดอร์ (Alicia Vikander) สามารถรับบททรหดได้อย่างสมบทบาทสุดๆ แม้หุ่นจะไม่ใช่ ลารา ครอฟท์ ในฝันอย่างที่แฟนๆเกมรู้ๆกัน แต่การกรีดร้องโหยหวนเวลาเจ็บ หรือการแสดงสีหน้าท่าทางในอารมณ์ต่างๆนั้นเธอทำได้ดี ไม่เว้นแม้แต่ท่าทางการเตะต่อยนั้นก็ดูเธอจะฝึกมาอย่างดีมีพลังอยู่ไม่น้อย

ยอมใจนางจริงๆ นักแสดงออสการ์ไม่ได้มีดีเพียงแสดงเท่านั้น บทบู๊ทรหดก็เล่นได้สมจริงสุดๆ


    โปรดัคชั่น โดยรวมสำหรับเรื่องนี้คงต้องบอกว่าอยู่ในระดับกลางๆ แน่นอนว่ามันมีฉากใหญ่บ้างอย่างฉากท่าเรือในจีน ฉากเปิดตัวเกาะ แต่พอถึงจุดพีคของเรื่องในสถานที่ลึกลับนั้นหนังกลับนำเสนอออกมาได้ด้อยพลังแปลกๆ มันขาดความหวือหวาและน่าจดจำ แต่ก็ยังดีที่งาน Visual Effect นั้นพอแก้ตัวได้บ้าง แม้จะไม่เต็มร้อยก็ตามที แต่ก็สมจริงไม่หยอก และมีเรื่องนึงที่ผมประทับใจมากก็คงเป็นฉากพายุกลางทะเลที่ทำได้ทรงพลังขั้นสุด สมกับการได้ผู้กำกับที่มีชื่อเสียงระดับอินเตอร์จากภาพยนตร์เกี่ยวกับสึนามิมาคุมงานภาพยนตร์เรื่องนี้จริงๆ

    สรุปโดยภาพรวมแล้ว Tomb Raider ทูม เรเดอร์ จึงเป็นภาพยนตร์ผจญภัยดัดแปลงมาจากเกมที่ทำออกมาได้ดีกว่าที่ผมคาดคิดไว้มาก ด้านเนื้อเรื่องความซับซ้อนพอมี ด้านปริศนาให้ไขก็ใช้ได้ เจ๋งสุดคือการแสดงของ อลิเซีย วิกันเดอร์ ที่ต้องยอมจริงๆว่าเธอรับได้ทุกบทบาทมากๆ ทั้งด้านความรู้สึกและฝีไม้ลายมืองานแอ็คชั่น งานโปรดัคชั่นก็ถือว่าดีเยี่ยมทั้งด้านการออกแบบปริศนาและสถานที่ลึกลับต่างๆ รวมไปถึงของเก่าโบราณมากมาย เสียดายนิดหน่อยที่หนังตัดเสน่ห์ของ Tomb Raider บางอย่างออกไป ใครเป็นแฟนเกม Tomb Raider ภาคปี 2013 ก็ต้องบอกว่าภาคนี้ดัดแปลงมาจากนั้นนิดหน่อย แต่ความทรหดและความสนุกยังเต็มเปี่ยมนะจ๊ะ!

    ปล. หนังไม่มีฉากอะไรท้ายเครดิตจบ ไม่ต้องรอนะจ๊ะ

วิจารณ์หนัง Tomb Raider ทูม เรเดอร์ - Review by Bombo Aruzo

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: