All the Money in the World ฆ่า-ไถ่-อำมหิต


ผู้กำกับภาพยนตร์: Ridley Scott (Alien, Gladiator, The Martian)

All the Money in the World ฆ่า-ไถ่-อำมหิต เป็นภาพยนตร์ดราม่าที่ว่าด้วยเรื่องราวของกลุ่มคนในตระกูลเก็ตตี้ที่ในยุค 1970 นั้นมี จอห์น พอล เก็ตตี้ เป็นเจ้าของธุรกิจน้ำมันที่เรียกได้ว่ารวยที่สุดในโลก ในวันหนึ่งหลานชายของเขาได้ถูกจับตัวเรียกค่าไถ่ไป นั่นทำให้ลูกสะใภ้ที่หย่าร้างจากลูกชายเก็ตตี้ไปแล้วรีบเดินทางมาหาเก็ตตี้เพื่อขอเงินไปจ่ายค่าไถ่ แต่คนอย่างเก็ตตี้กลับเลือกที่จะไม่ยอมจ่ายสักนิด พร้อมเรียกชายผู้เป็นคนเจรจาและดูแลรักษาความปลอดภัยส่วนตัวของเขาให้ไปช่วยพาหลานชายเขากลับคืนมาให้ได้ แถมยังบอกด้วยว่าต้องใช้เงินให้น้อยที่สุดอีก

การเล่าเรื่องสำหรับเรื่องนี้ต้องบอกว่ามาสายออสการ์อย่างเต็มเปี่ยม เป็นหนังที่มีจังหวะเรื่องเล่าที่ไม่รีบร้อนเลย เป็นภาพยนตร์ช้าๆ มีให้ลุ้นบ้างเป็นบางช่วง แต่ไม่ได้หวือหวา ใช้ตัวบทและการแสดงเป็นตัวขับเคลื่อนให้ภาพยนตร์แสดงพลังของมันเองออกมามากกว่าจะทำตัวโดดเด่นโฉ่งฉ่าง ส่วนทางด้านเนื้อเรื่องนั้นก็ถือว่าทำออกมาได้ดีมากๆ นำเสนอตัวละครและความเป็นมนุษย์ได้อย่างมีมิติ เป็นภาพยนตร์ที่มีความซับซ้อนในความคิด นิสัย การตัดสินใจ การกระทำต่างๆของตัวละครหนักอยู่พอสมควร เป็นภาพยนตร์ที่น่าติดตามอยู่เหมือนกันว่าใครเป็นตัวร้ายของเรื่องที่แท้จริงของเรื่องราวทั้งหมดนี้กันแน่ และเป็นภาพยนตร์ที่เดาได้ยากว่าเรื่องจะจบที่ตรงไหน เพราะพอถึงจุดหนึ่งที่เราคิดว่าเรื่องมันจะจบแล้ว มันก็ยังมีต่อ คิดว่าจะจบแล้วน่ะ แต่มันก็ยังมีต่อ และมีให้เราได้ติดตามอีกพอสมควร แถมสิ่งหนึ่งที่มีประโยชน์มากจากภาพยนตร์เรื่องนี้คือนี่เป็นภาพยนตร์ที่สอนใจเรื่องเงินๆทองๆได้อย่างดี ไม่ว่าคุณจะเชื่อคำพูดของตัวละครไหนในเรื่องก็ตาม

และที่เจ๋งสุดก็คือการแสดงของนักแสดงหลายๆท่าน โดยเฉพาะคนที่ต้องชื่นชมที่สุดก็คือป๋า คริสโตเฟอร์ พลัมเมอร์ (Christopher Plummer) ที่มาแทนที่นักแสดงสุดอื้อฉาวในยุคปัจจุบันอย่าง เควิน สเปซีย์ (Kevin Spacey) ได้อย่างเหมาะสม น่าขนลุก และทรงพลัง น่าเสียดายที่เราไม่ได้เห็นเวอร์ชั่นของ เควิน สเปซีย์ แต่หากถามผมแล้ว ฝีมือของทั้ง 2 ท่านคงไม่ได้ต่างกันเท่าไหร่นัก



งานนี้จะชมใครได้อีกนอกจากป๋า คริสโตเฟอร์ พลัมเมอร์ มาเร็ว เคลมเร็ว แสดงดีจนได้ชิงออสการ์กับเขาเฉย!

โปรดัคชั่นโดยรวมสำหรับเรื่องนี้สำหรับเรื่องนี้ถือว่าสโคปเรื่องได้กว้าง และทุ่มทุนในการเซ็ตฉากและถ่ายฉากหลายๆฉากอยู่เหมือนกัน แน่นอนว่าผมเชื่อว่าเรื่องนี้ใช้ Visual Effect พอสมควรเพื่อเนรมิตโลกในยุคประมาณ 40-60 ปีที่แล้วขึ้นมา และก็ต้องชมว่าทำออกมาได้เนียน และดีมากๆ แต่ก็อาจมีตลกไปบ้างที่ได้เห็นการเอาหัวของ Christopher Plummer มาเสียบเข้ากับตัวของ Kevin Spacey ไปเลยในบางฉาก โดยการใช้ VFX ที่ยังไม่เนียนเต็มที่เท่าไหร่ และที่น่าชื่นชมอีกส่วนก็หนีไม่พ้นการตัดสินใจเปลี่ยนตัวนักแสดงหลักที่ทำให้เสียเงินเพิ่มในการถ่ายทำไปหลายล้าน ถือว่าเป็นการตัดสินใจที่เด็ดขาด ได้ผล และทำเพื่อให้ได้ผลงานดีๆไร้ที่ติ และไร้ปัญหาอย่างแท้จริง

สรุปโดยภาพรวมแล้ว All the Money in the World ฆ่า-ไถ่-อำมหิต จึงเป็นภาพยนตร์ดราม่าที่ทำออกมาได้เจ๋งมากๆหลายๆด้าน แม้จังหวะเรื่องจะเนิบนาบไปหน่อย ไร้ความหวือหวา แต่ตัวเนื้อเองกลับเต็มไปด้วยเนื้อหาที่เข้มข้น ตัวละครที่มีมิติ ไม่มีดีและชั่วชัดเจนอะไรขนาดนั้น คาดเดาตอนจบได้ยากพอสมควร คริสโตเฟอร์ พลัมเมอร์ คือที่สุดของการแสดงจริงๆ ด้านงานโปรดัคชั่นเองก็ถือว่าลงทุนไปไม่ใช้น้อย เนรมิตเมืองในหลายยุคได้อย่างดีและน่าประทับใจ งานภาพสวยงาม งาน VFX โอเค ใครเป็นคอหนังออสการ์สายดราม่าบอกได้เลยว่าไม่ควรพลาด แต่ถ้าใครเป็นคนเบื่อง่าย หลับง่าย นอนไม่พอ ผ่านเรื่องนี้ไปได้เลยจ๊ะ

วิจารณ์หนัง All the Money in the World Review by Bombo Aruzo

 


 

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: