Facebook Twitter
gPlus 

วิจารณ์หนัง ๙ ศาสตรา



ผู้กำกับภาพยนตร์: พงศา กรศรี, ณัฐ ยศวัฒนานนท์, กันย์ พันธ์สุวรรณ

๙ ศาสตรา เป็นแอนิเมชั่นผจญภัยจากไทยที่เล่าเรื่องของ อ๊อด เด็กหนุ่มผู้ฝึกฝนวิชามวยไทยที่สาบสูญ เขาได้รับภารกิจจากอาจารย์ให้ออกเดินทางเพื่อนำของศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองไปส่งให้ถึงมือของรัชทายาทองค์สุดท้ายแห่งอาณาจักรรามเทพนคร แต่ภารกิจนี้มันไม่ง่าย เพราะแม้เขาจะมีเพื่อนอยู่เคียงข้างการเดินทาง แต่เหล่ายักษาที่ปกครองแผ่นดินของมนุษย์อยู่ในตอนนี้ย่อมไม่ต้องการให้เขาทำภารกิจกอบกู้อาณาจักรรามเทพนครสำเร็จแน่ๆ

บทความนี้จะค่อนข้างจะจัดเต็มในการวิจารณ์หน่อย ส่วนตัวมองว่าเรื่องนี้ดีมากอยู่ แต่ก็มองว่าจุดเล็กจุดน้อยของเรื่องนี้หากไม่ทำพลาด งานน่าจะเพอร์เฟ็คได้กว่านี้ และอีกอย่างคือเห็นว่าหลายท่ายชมไปมากแล้ว

การเล่าเรื่องสำหรับเรื่องนี้ต้องบอกว่าใช้ได้ เนื้อเรื่องนั้นมีมิติอยู่ประมาณหนึ่ง แม้จะก้าวข้ามสิ่งที่เรื่องอื่นยังยึดติดอยู่ นั่นก็คือการไม่พยายามบูชาสิ่งใดจนเกินเหตุ และการไม่นำเสนอความเป็นไทยแบบสุดหัวใจถวายหัว แต่ก็มีสิ่งที่ยังทำได้ไม่ดีเท่าไหร่ก็คือบทภาพยนตร์ มีจุดบอดของเนื้อเรื่องอยู่ประปรายตลอดเรื่อง และเนื้อเรื่องยังเป็นสิ่งที่ไม่ได้ก้าวผ่านไม่ไหนมากมาย แม้จะมีมิติของตัวละครมากขึ้นจากแอนิเมชั่นเรื่องอื่นๆในไทย แต่ก็ยังไม่ได้พลิกแพลงการเล่าเรื่องและจังหวะมากมาย หลายจังหวะมันคลิเช่มาก (ประมาณว่ามีเห็นได้ทั่วๆไป) ผมจำได้ว่าเด็กมัธยมต้นที่นั่งข้างๆได้หันไปบอกกับเพื่อนว่าเดี๋ยวจะเกิดอย่างนี้ขึ้น แล้วมันเกิดขึ้นจริงๆอย่างเด็กเขาว่าถึงประมาณ 5 ครั้งได้ ซึ่งเป็นจุดพีคเล็กน้อยแต่ละส่วนของเรื่องทั้งนั้น สำหรับผมการเดาเรื่องได้มันไม่ใช่เรื่องดีเลยจริงๆ

ด้านบทพูดและการกระทำของตัวละครโดยตรงบางครั้งก็ยังดูไม่ธรรมชาติเท่าที่ควร และปัญหาหลักที่ทำให้การชมแอนิเมชั่นไม่ได้ส่งอารมณ์ร่วมให้เท่าไหร่ก็คือเสียงพากย์ที่ยังคงทำงานได้ไม่เต็มที่ ตอนเขินก็น้ำเสียงไม่เขิน ตอนโกรธ ตอนตกใจก็ไม่ได้อารมณ์ และตัวละครบางตัวที่ดูมีอำนาจ เสียงกลับไม่มีพลังน่าเกรงขามและอุดอู้อยู่ในลำคอเกินเหตุ (เสียงอุดอู้ผมเดาว่าเกิดจากการทำเอฟเฟ็คให้เสียงต่ำที่มากเกินไป) คนที่ผมว่าพากย์เสียงได้ดีที่สุดก็คือตัวละครที่ไม่พูดมากอย่าง พรานทมิฬ ซึ่งพากย์โดยคุณ นิมิตร ลักษมีพงศ์ หรือพี่บ็อบบี้โบเต๋ นั่นเอง

และปัญหาอย่างหนักที่กวนใจผมแบบสุดๆก็คือการใช้เทคนิคนำเสนอแบบสโลว์โมชั่นที่มีมากมายจนเกินไป เกิดขึ้นทุก 10 นาที ธนูพุ่งก็สโลว์ ฝึกฝนก็สโลว์ ฉากตลกก็สโลว์ สู้ยิบย่อยก็สโลว์ จริงอยู่ว่าความสโลว์โมชั่นนั้นช่วยจับการเคลื่อนไหวแอ็คชั่นที่รวดเร็วให้มันชัดเจนขึ้น แถมยังเท่ด้วย แต่การมีมากเกินไปมันทำให้ช่วงที่ควรจะพีคมากๆในตอนท้ายกลืนกับฉากอื่นๆไปหมด กลายเป็นว่าเมื่อดูจบแล้วแทนที่คนจะกรี๊ดกร๊าดออกมาเลยเพราะความเท่สุดๆที่มาถูกเวลา ก็เหลือแค่ยิ้มอยู่ในใจแทน

โปรดัคชั่น โดยรวมสำหรับเรื่องนี้ขอให้ทุกคนพึงระลึกไว้ก่อนเลยว่าเงิน 200 ล้านบาทที่ลงไปนั้น หากเทียบกับภาพยนตร์แอนิเมชั่นมาตรฐานโลกอย่างดิสนีย์หรือพิกซาร์แล้วถือว่าน้อยอยู่มากๆ (ฝั่งนั้นจะใช้เงินลงทุนเกิน 100 ล้านเหรียญสหรัฐขึ้นไป คืออย่างต่ำก็เกิน 3000 ล้านบาทไทยไปแล้ว) เพราะฉะนั้นการหวังว่าจะงานละเอียดเนียนกริ๊บ ขนเป็นขน น้ำเป็นน้ำ ใบไม้เป็นใบไม้นั้นยากอยู่ แต่ก็ต้องชื่นชมความเก่งกาจของทีมผู้สร้างที่สามารถจัดการข้อจำกัดทั้งหลายเหล่านี้ได้อย่างดีเยี่ยม แม้ Texture และ Shader จะยังหยาบๆ ไม่เนียน แม้เวลาน้ำกระจายจะยังดูไม่สวยงาม หรือแม้แต่เวลาที่ควันกระจายจะยังไม่สมจริง ของถล่มทลายก็ยังเป็นเม็ดๆไม่ละเอียด แต่ก็สามารถสร้างความสวยงามที่สุดในตัวมันเองได้ด้วยการออกแบบตัวละคร สิ่งของต่างๆ ฉาก และการจัดแสงได้อย่างดีเยี่ยม อาจมีบางครั้งที่เรารู้สึกว่าโมชั่นเบลอมันแปลกๆ อาจมีบางครั้งที่เรารู้สึกว่าคุณภาพของบางฉากโดยภาพรวมมันอาจจะไม่เท่ากันเท่าไหร่ แต่ก็เหมือนด้านเนื้อเรื่องก็คือก้าวผ่านขีดจำกัดของคนอื่นมามากๆแล้ว และพร้อมที่จะสู้กับแอนิเมชั่นจากชาติอื่นได้พอตัว

แต่ก็ยังมีสิ่งที่แอบเสียดายคือ ทั้งๆที่คุณภาพงานโดยรวมก็ทำได้สวยงามและดีมากๆ แต่พอถึงฉากที่เพลงบิวท์ บทได้ กลับนำเสนอ Magic Moment ของช่วงนั้นไม่ได้ดีเลย ยกตัวอย่างง่ายๆก็คือฉากเล่นดนตรีด้วยกันนั้น เลือกมุมภาพในการถ่ายทอดได้ไม่ค่อยดี ความสวยงามหดหายไปไหนหมดก็ไม่รู้ และสิ่งหนึ่งในงานโปรดัคชั่นที่ผมยอมรับว่าเป็นพระเอกของเรื่องจริงๆก็คือ งานออกแบบตัวละครที่โดดเด่นมากๆ แทนที่เนื้อเรื่องออกแนวรามเกียรติ์แล้ว (เชื่อใครหลายคนก็ต้องคิดแบบนั้น) งานจะเป็นงานไทยจ๋าไปเลย แต่ทีมงานก็สามารถนำเสนอรูปแบบไทยประยุกต์แทน แล้วก็ทำได้ดีด้วย เป็นผลงานชิ้นใหม่ที่แน่นอนว่ายังขายความเป็นไทย แต่สัดส่วนไม่ได้มากมาย ทำให้มันโก้เก๋และโกอินเตอร์มากขึ้น ตัวละครหลักแทบทุกตัวมีอาวุธพิเศษสุดเท่ประจำกาย มีอะไรมาเซอร์ไพรส์ในการนำเสนอกับเราหมด อันนี้เห็นกันได้เต็มๆแล้วจากในตัวอย่าง บอกได้เลยว่าพอเห็นเหล่าตัวละครขยับท่าแอ็คชั่นแล้วก็ยิ่งทำให้ขนลุกเกรียวเป็นแถบๆเพราะมันน่าพึงพอใจมากๆที่คนไทยไม่ติดหล่มความเป็นไทยมากมายแล้ว

เจ้าจ๋อ และ เบิ้ม ตัวละครสองตัวที่ใส่ใจอย่างมากทั้งเรื่องการออกแบบทุกด้าน และบทพูดแย่งซีน

และมีสิ่งหนึ่งที่ทำให้งานด้านโปรดัคชั่นดร็อปลงอย่างมากก็คืองานทำฉากหลังด้วยภาพวาดอย่าง Matte Painting ที่หลายฉากนั้นไม่เข้ากับโมเดลสิ่งของและตัวละครระยะหน้าเลย นี่คงเป็นสิ่งที่เสียดายสุดๆในเรื่องนี้แล้ว พอๆกับเรื่องสโลว์โมชั่น

สรุปโดยภาพรวมแล้ว ๙ ศาสตรา จึงเป็นภาพยนตร์แอนิเมชั่นฝีมือคนไทยที่ทำออกมาได้ดีมากๆ แม้จะมีปัญหาอยู่ประปรายตลอดด้านเนื้อเรื่องและวิธีการเล่า แต่อย่างน้อยก็เป็นก้าวกระโดดมากๆจากแอนิเมชั่นไทยทุกเรื่องที่เคยมีมาในหลายด้าน พร้อมงานโปรดัคชั่นที่คุ้มทุนสร้างเต็มๆ (มีปัญหาอยู่นิ๊ดดดดดเดียวเท่านั้น) ใครเป็นแฟนๆแอนิเมชั่นไทยแบบดูได้ทุกเพศทุกวัยทั้งครอบครัว ชอบความแอ็คชั่น ชอบความเฮฮา ชอบการผจญภัย ชอบงานออกแบบสไตล์ไทยประยุกต์ ไม่ควรพลาดเรื่องนี้ด้วยประการทั้งปวงเลยจ้า!

Review by Bombo Aruzo
 
 

วิจารณ์หนัง ๙ ศาสตรา

วิจารณ์หนัง ๙ ศาสตรา

๙ ศาสตรา จึงเป็นภาพยนตร์แอนิเมชั่นฝีมือคนไทยที่ทำออกมาได้ดีมากๆ แม้จะมีปัญหาอยู่ประปรายตลอดด้านเนื้อเรื่องและวิธีการเล่า ไปดูกันนะ

๙ ศาสตรา

๙ ศาสตรา

อ๊อด และพรรคพวกจะสามารถทำภารกิจนี้ให้สำเร็จอย่างไร เขาจะคว้าชัยชนะในศึกครั้งใหญ่กับกองทัพโหดทมิฬมหึมาของเหล่ายักษาได้หรือไม่

Slot Machine ปล่อยเพลงใหม่ โปรโมทแอนิเมชั่นไทย ๙ ศาสตรา

Slot Machine ปล่อยเพลงใหม่ โปรโมทแอนิเมชั่นไทย ๙ ศาสตรา

ดูจะทุ่มทุนกับการโปรโมทไม่น้อย เพราะนอกจากจะมีตัวอย่างให้ชมถึง 2 ตัวแล้ว (ปกติหนังไทยยุคนี้มีเพียงแค่ตัวเดียวเท่านั้น) ยังมีการนำเสนอเพลงประกอบถึง 2 เพลง

ตัวอย่างเต็มแอนิเมชั่นไทยยุคใหม่ ๙ ศาสตรา

ตัวอย่างเต็มแอนิเมชั่นไทยยุคใหม่ ๙ ศาสตรา

หลังจากปล่อยตัวอย่างแรกไม่นาน (ทีเซอร์ที่ยาวพอสมควร) ล่าสุดเมื่อเข้าใกล้วันฉายก็มีการปล่อยตัวเต็มยาวกว่าเดิมพอสมควรมาย้ำอีกว่าอย่าลืมกัน

เปิดศักราชแอนิเมชั่นไทยยุคใหม่ ในตัวอย่างแอนิเมชั่นสไตล์ไทยประยุกต์ [ ๙ ศาสตรา ]

เปิดศักราชแอนิเมชั่นไทยยุคใหม่ ในตัวอย่างแอนิเมชั่นสไตล์ไทยประยุกต์ [ ๙ ศาสตรา ]

แม้พักหลังๆมาแอนิเมชั่นไทยจะแผ่วมาก มีให้ชมได้น้อย แถมยังได้รับรายได้และคำวิจารณ์ไม่ค่อยดี แต่ก็ยังมีกลุ่มคนไทยหลายส่วนที่ยังยืนหยัดเพื่อแอนิเมชั่นไทยอยู่

กลับขึ้นด้านบน