Facebook Twitter
gPlus 

วิจารณ์หนัง The Greatest Showman โชว์แมนบันลือโลก



ผู้กำกับภาพยนตร์: Michael Gracey (กำกับภาพยนตร์เรื่องแรก ปกติอยู่แผนกวิชวลเอฟเฟ็ค และทำ MV)

    The Greatest Showman โชว์แมนบันลือโลก เป็นภาพยนตร์มิวสิคัลที่บอกเล่าเรื่องราวที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเรื่องจริงของ พี ที บาร์นัม (P.T. Barnum) โดยหนังเล่าเรื่องราวของชายที่เกิดมามีฐานะต่ำต้อย แต่มักมีหัวคิดประหลาด สนใจในเรื่องสิ่งประดิษฐิ์และของแปลกๆมาตั้งแต่เด็ก จนเมื่อเขามีครอบครัวเขาจึงคิดทำธุรกิจเป็นของตัวเองขึ้นมาด้วยการนำคนประหลาดทั้งหลายมารวมตัวกันแสดง และหวังว่ามันจะสร้างความสุขให้กับผู้ชมได้อย่างแท้จริงโดยไม่มีอคติใดๆ

    การเล่าเรื่องสำหรับเรื่องนี้ก็ถือว่ากลางๆมาตรฐาน แต่ถ้าวัดตามคาดหวังสำหรับผมแล้วถือว่าน่าผิดหวังหน่อยๆ เพราะหนังเล่นสเกลใหญ่ พาให้เราไปพบเจอชีวิตของผู้คนหลากหลายมาก จับต้องประเด็นในเรื่องความแตกต่างและชนชั้น ซึ่งเป็นปัญหาที่หนักสุดๆของอเมริกาในสมัยร้อยกว่าปีก่อน รวมทั้งเน้นไปถึงชีวิตของตัวเอกอย่าง บาร์นัม ชายที่ล้มลุกคลุกคลานก่อนจะมีการแสดงโชว์เป็นของตัวเองด้วย หนังมีการพยายามใส่ความสุข ความเศร้าเข้ามาทั้งเรื่อง แต่กลับขับเน้นอารมณ์ได้ไม่ดีเลย จัดแจงสิ่งที่จะนำเสนอไม่ดี เรารู้สึกว่าหนังมีตัวละครหลายตัวที่ควรจะเน้นมากกว่านี้ แม้แต่ชีวิตของตัวละครหลักอย่าง บาร์นัม นั้นก็เหมือนจะเน้นได้ยังไม่เต็มที่เลย เพราะว่าการตัดต่อของเรื่องนี้ดูค่อนข้างจะเร่งรีบเกินเหตุจนลืมให้คนดูเข้าถึงอารมณ์ของตัวละครจนเกินไป ไม่ทันได้เศร้ากับเหตุการณ์ที่คนนึงเจอก็ตัดฉาก ไม่ทันได้ยิ้มอย่างเต็มที่กับความสำเร็จของบางคนก็ตัดฉาก ไม่รู้จะรีบไปไหน อารมณ์ขาดห้วงหมด ไม่เว้นแม้แต่ฉากร้องเพลงก็ตัดไวไป บางทีมันก็ไม่ลื่นไหลเท่าที่ควรเลย เปรียบเทียบง่ายๆเรื่องมุมภาพที่เรื่องก็สู้แฟรนไชส์ Step Up ไม่ได้เลย ทั้งๆที่เรื่องนี้ก็เต้นบ่อยพอๆกัน (เผลอๆมากกว่าด้วย)

    ปัญหาอีกอย่างหนึ่งที่น่าเกิดเท่าไหร่ก็คือการถ่ายภาพ อันนี้อาจมองว่าเป็นรสนิยมส่วนตัวก็ได้ แต่ผมมองว่าการถ่ายภาพให้เห็นแต่หน้าคนเต็มจอจนเกินไปมันทำให้เราเสียบรรยากาศไปโดยใช่เหตุ ฉากหลังออกจะสวย เสื้อผ้าหน้าผมออกจะดี แต่ไม่เน้นเลย อันนี้ถือเป็นเรื่องน่าเสียดาย

    แต่ก็ต้องบอกว่าสิ่งที่เซอร์ไพรส์อย่างหนึ่งมากๆจากหนังเรื่องนี้คือการใช้เพลงป็อปมานำเสนอ มากกว่าที่จะใช้เพลงคลาสสิคเหมือนกับหนังมิวสิคัลที่เล่าเรื่องในอดีตเก่าๆทั่วๆไป (อย่าง Les Miserable ก็จะเป็นเพลงร้องประกอบละครเวทีไปเลย) เลยทำให้หนังมีความเข้าถึงวัยรุ่นยุคนี้ได้พอตัว น่าจะถูกใจแฟนๆที่ฟังเพลงสากลกันพอตัวแหละ

    โปรดัคชั่นโดยรวมสำหรับเรื่องนี้นี่สมกับการเรียกชื่อหนังว่าเป็น The Greatest Showman แหละครับ โดยภาพรวมแล้วถือว่าจัดเต็มอย่างมากด้านการออกแบบเสื้อผ้าหน้าผมที่ขับเน้นพลังของคนประหลาดแต่ละบุคลิกออกมาได้อย่างมีเสน่ห์ สีสันจัดจ้านสมกับความเป็นคณะละครสัตว์ (Circus) ส่วนที่ชอบมากคือฉากดาดฟ้าที่ใช้ฉากหลังเป็นภาพวาดเลย เป็นความจงใจที่เลือกที่ดี ชวนให้นึกถึงความเป็นละครเวที ชวนให้นึกถึงภาพยนตร์สมัยก่อนและสิ่งเก่าๆ ที่ถูกนำมาประยุกต์เข้ากับสิ่งใหม่ๆของหนัง พร้อมกับฉากไฉไลยิ่งใหญ่อลังการ ทั้งของจริงและถูกทำขึ้นมาโดย CG และเทคนิคพิเศษต่างๆที่ถือว่าเก็บงานได้เนี๊ยบ บอกได้เลยว่าโปรดัคชั่นนี่มีสิบให้เต็มร้อย แต่ก็น่าเสียดายอย่างว่าไป เพราะการนำเสนอ (เน้นเรื่องตัดต่อกับถ่ายภาพ) นั้นทำได้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ พลังของสิ่งที่อยากจะนำเสนอจึงไม่เต็มร้อย ฉากสวยๆหลายฉากถูกรีบตัดออกไปอย่างเร็วเพื่อดำเนินเรื่อง ฉากหลังอันสวยงามกลับถูกบดบังหมดเพราะว่างานเน้นจะถ่ายแต่หน้าตัวละครในเรื่องมากเกินไป เสียด๊าย เสียดาย (ย้ำอีกรอบว่าเสียดายจริงๆ)

เสื้อผ้าหน้าผม ฉากหลังตระการตา คือสิ่งที่โดดเด่นที่สุดในเรื่อง


    สรุปโดยภาพรวมแล้ว The Greatest Showman โชว์แมนบันลือโลก จึงเป็นภาพยนตร์มิวสิคัลที่มีทุกอย่างดีมากๆ เอ่อล้นแบบน่าประทับใจสุดๆ แต่ขาดอยู่สองอย่างเท่านั้นที่ทำให้ทุกอย่างพังลงไปหมด นั่นคือการตัดต่อและการถ่ายภาพที่มาผิดที่ผิดทางแล้วก็เร่งรีบไปหน่อย แฟนๆที่ชอบฟังเพลงป็อปก็คงชอบกัน หรือชอบเพลงมิวสิคัล ชอบงานคณะละครสัตว์ก็มีดีให้ดูพอประมาณ แต่ถ้าใครหวังว่าความอิ่มเอมของภาพยนตร์จะอยู่ระดับเดียวกันกับ Les Miserable หรือ La La Land เรื่องนี้ไม่ใช่นะจ๊ะ

Review by Bombo Aruzo

 

วิจารณ์หนัง The Greatest Showman โชว์แมนบันลือโลก

วิจารณ์หนัง The Greatest Showman โชว์แมนบันลือโลก

The Greatest Showman โชว์แมนบันลือโลก เป็นภาพยนตร์มิวสิคัลที่บอกเล่าเรื่องราวที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเรื่องจริงของ พี ที บาร์นัม (P.T. Barnum)

กลับขึ้นด้านบน