วิจารณ์หนัง เปรมิกาป่าราบ



ผู้กำกับภาพยนตร์ : ศิวกร จารุพงศา (กำกับภาพยนตร์เรื่องแรก แต่ทำโฆษณามา 20 กว่าปีแล้ว)

    เปรมิกาป่าราบ เป็นภาพยนตร์สยองขวัญจากไทยที่บอกเล่าเรื่องราวของเหล่าเซเล็ปดังในประเทศไทยที่ถูกเชิญมาเปิดตัวโรงแรมแห่งหนึ่งที่มีการตกแต่งสถานที่ใหม่ แต่กลายเป็นว่าสิ่งที่พวกเขาต้องเจอก็คือความสยองจากผีที่หลายคนเรียกกันว่า “เปรมิกา” เพราะความเฮี้ยนของเธอคือการสั่งให้คนในโรงแรมร้องเพลง หากร้องไม่ได้ ร้องเพี้ยน ก็จะต้องตายอย่างทรมานทันที

    การเล่าเรื่องสำหรับเรื่องนี้ต้องบอกว่ามีทั้งส่วนดีและไม่ดี ส่วนไม่ดีที่ผมว่าเป็นปัญหาหลักๆของเรื่องก็คือเหมือนเราไม่ได้ชมภาพยนตร์อยู่เลย เหมือนได้ดูโฆษณาสั้นๆแล้วต่อฉากกันไปเรื่อยๆประมาณ 60 ตอน ทุกฉากค่อนข้างขาดการส่งต่อความต่อเนื่องซึ่งกันและกัน แถมแต่ละฉากก็ดูจะรีบเร่งจนเกินเหตุจนเป็นภาพยนตร์ที่ขาดโมเมนท์ ขาดฉากที่น่าจดจำ เหมือนรีบๆเล่าแล้วอยากจะให้จบจนเกินไป

    ประการที่สองที่ว่าแย่คือเรื่องบทภาพยนตร์ ซึ่งมันส่งผลโดยตรงต่อการกระทำแปลกๆของตัวละครทั้งหลาย (แปลกในที่นี้คือไม่ควรจะทำแบบนั้นได้ หรือไม่ใช่ธรรมชาติของมนุษย์) บางครั้งก็สงสัยว่าคนเราจะเดินบ่นคนเดียวตลอดการเดินป่ามา แล้วอยู่ดีๆค่อยผิวปากแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยทำไม บางทีก็สงสัยว่าจู่ๆคนเราจะด่ากันแรงๆทันทีเลยเหรอ บางทีก็ต้องมีการไต่ระดับกันบ้าง ให้สมจริงแบบภาพยนตร์หน่อย ซึ่งมันก็วนมาเรื่องเดิมว่าหนังรีบเล่าจนเกินไป จนขาดธรรมชาติของคน ทำให้เราจำตัวละครไหนไม่ได้นักหนา อาจมีบ้างที่เล่นเวอร์จนน่าจดจำ แต่ก็เสียดายตัวละครตัวอื่นที่เป็นออกจะจืดๆอยู่เต็มโรงแรมไปหน่อย แม้แต่พี่ โอ๊ต ปราโมทย์ ที่ว่าเป็นตัวฮาขั้นเทพ เจอหนังเรื่องนี้เข้าไปยังจืดเลย

ใครเป็นแฟนๆของเบส บอกได้เลยว่าเรื่องนี้เขามีเซอร์ไพรส์ให้เต็มๆ!

 



    มีสิ่งหนึ่งที่ทำภาพยนตร์ทำได้อย่างดีคือการขมวดปมเฉลยเรื่องว่าทำไมเปรมิกาถึงต้องไล่ให้คนร้องคาราโอเกะไปทั่วโรงแรม อันนี้ชอบ

    โปรดัคชั่นโดยรวมดูจะเป็นสิ่งที่แข็งแรงที่สุดของภาพยนตร์แล้ว ช็อตทุกช็อตของภาพยนตร์ล้วนถูกจัดแบบบิวตี้หมด คือเน้นสวยงามทุกมุมทุกสิ่งเหมือนในโฆษณา แสงสีของทุกที่ ทุกห้อง ทุกฉาก ล้วนแล้วแต่ถูกจัดแบบสีสันสดใสและจี๊ดจ๊าดมาก อันนี้คงแล้วแต่คนชอบ แต่โดยส่วนตัวแล้วการจัดให้สวยทุกฉากก็ดูจะจับฉ่ายไปหน่อย จนเราไม่รู้ว่าอันไหนที่คนดูควรจะเน้นไว้ และอันไหนควรจะปล่อยๆไปบ้าง

    อีกอย่างที่น่าชมคืองาน CG ทำได้อย่างดี ทั้งเลือดสาดกระเซ็นเต็มจอ ทั้งชิ้นเนื้อคนแยกส่วนที่มีเนื้อเยื่อแหยะๆอยู่ภายใน ทั้งเรื่องแสงสีของฉากคาราโอเกะที่ทำได้อลังการดี แม้จะมีงานเก็บไม่เนี๊ยบไปบ้าง แต่นี่ก็ถือเป็นหนังแบบทุ่มทุนสร้างพสมควร ไม่ใช่หนังงบประมาณหมื่นห้าอย่างที่คนครหาแต่อย่างใด

    สรุปโดยภาพรวมแล้ว เปรมิกาป่าราบ จึงเป็นภาพยนตร์สยองขวัญของไทยที่ทำออกมาได้สุกๆดิบๆ การเล่าเรื่อง บทภาพยนตร์ และธรรมชาติของตัวละครนั้นไม่ดีเลย เล่นแข็งเล่นฝืนตามบทกันไปหมด แต่มีดีด้านการนำเสนอ และปมของเรื่อง งานโปรดัคชั่นนั้นดีมาก มีการทุ่นทุนในการจัดฉากและการนำเสนอมาก สีสันจัดจ้าน เลือดสาดสะใจด้วยงาน CG จัดเต็ม ใครเป็นแฟนๆหนังสไตล์บุปผาราตรีก็ลองชมได้ มีกลิ่นอายใกล้เคียงกันอยู่ และถ้าใครเป็นแฟนๆนักแสดงหนุ่มอย่าง เบส ณัฐสิทธิ์ แล้ว เรื่องนี้ยิ่งไม่ควรพลาดเลย!

    ปล.เตือนอีกครั้งว่าหนังเรื่องนี้โหดมากๆ คอขาดเลือดสาดพุ่งเป็นน้ำพุ ใครไม่ชอบความรุนแรงก็หลีกๆนะจ๊ะ

Review by Bombo Aruzo

 

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: