Facebook Twitter
gPlus 

วิจารณ์หนัง Jeepers Creepers 3 มันกลับมาโฉบหัว



ผู้กำกับภาพยนตร์: Victor Salva (Clownhouse, Jeepers Creepers 1-2, Peaceful Warrior)

    Jeepers Creepers 3 มันกลับมาโฉบหัว เป็นภาพยนตร์ภาคต่อที่กลับมาเล่าเรื่องราวต่อจากภาคแรกทันที เมื่อจ่า เดวิส ทับส์ จำเป็นจะต้องรวบรวมทีมเพื่อเข้าต่อสู้กับ ครีพเปอร์ส ด้วยทุกสิ่งทุกอย่างที่ตนเองมีอยู่ พร้อมกับบอกเล่าเรื่องราวของกลุ่มคนอีกกลุ่มหนึ่งในพื้นที่ใกล้เคียงที่ต้องมาพบเจอกับเจ้าสัตว์ประหลาดในวันถัดมาด้วยเหมือนกัน


    การเล่าเรื่องสำหรับเรื่องนี้นี่แย่แบบสุดกู่เกินจะบรรยายเลยครับ คือนานๆทีจะมีหนังที่ผมจะบอกได้เต็มปากว่าไม่มีอะไรดีเลยในการนำเสนอกับเขาบ้าง (ซึ่งอันที่จริงภาพยนตร์ในแฟรนไชส์นี้ตั้งแต่ภาคแรกและภาคสองนั้นก็ไม่ใช่ภาพยนตร์ที่ดีนะครับในแง่คำวิจารณ์ทั้งหลายแหล่ เพียงแต่ว่ามันเป็นตำนานในยุคนั้นถึงการนำเสนอปีศาจแบบสุดกู่และชื่อไทยชวนสยิว ชื่อแรกคือ...ผีกระชากหัว) กลับมาที่ปัจจุบันดีกว่า... รวมๆแล้วที่บอกว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ในด้านการเล่าเรื่องและการนำเสนอนั้นไม่มีอะไรดีเลยก็มีเหตุผลอยู่หลายประการ อย่างแรกก็คงเป็นส่วนของเหตุการณ์ที่เรื่องนำพาให้ผู้ชมและตัวละครในเรื่องไปเจอเลยเป็นหลัก เต็มไปด้วยความแปลกประหลาดแบบบ้าๆบอๆและไร้เหตุผลอยู่บ่อยครั้ง เด็กบางคนทำท่าทางกลัว ไม่กล้าเปิดรถตู้ประหลาดคันหนึ่ง แต่จู่ๆพอเพื่อนบอกอีกคนว่าให้เปิด ไอ้คนไม่กล้ากลับกลายเป็นคนแรกที่โยนหินใส่รถ หรือฉากบางฉากที่ปีศาจกำลังวิ่งไล่จะถึงอีกคนแล้ว แต่พออีกคนเรียกไปหา เจ้าปีศาจก็หันหน้าไป ทำท่าฟึดฟัดนานอยู่เป็นนาที ก่อนจะเปลี่ยนทางวิ่งไปหาคนเรียก ทั้งๆที่ภาพยนตร์ก็นำเสนอมาแต่แรกว่าเจ้าปีศาจก็ดูฉลาดใช่ย่อยอยู่ วางกับดักเป็น แอบฟังวิทยุสื่อสารของตำรวจด้วย แต่พอถึงเวลาไม่ฉลาดก็กลายเป็นแบบนั้นง่ายเกิ๊น


    ประการต่อไปที่ผมว่าแย่ก็คือการนำเสนอด้วยภาพ การถ่ายภาพให้คนดูรู้เรื่องว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างแล้วก็ให้ได้อารมณ์ด้วยเป็นพื้นฐานของงานภาพยนตร์มากๆ แต่กลายเป็นว่าเรื่องนี้กลับนำเสนอได้เละเทะเกินบรรยาย หลายครั้งรู้สึกได้เลยว่าเหมือนเป็นกลุ่มคนสร้างภาพยนตร์ที่ไม่ได้พัฒนาขึ้นจากเมื่อสิบกว่าปีก่อนหน้า วิธีการไหนใช้อะไรก็ยังอยู่อย่างนั้น บางฉากก็เน้นถ่ายให้เห็นตัวละครที่มองเหตุการณ์อยู่แล้วพ่นควันใส่ในภาพเอา แล้วค่อยเลื่อนกล้องไป ให้เห็นว่ามีรถกำลังเสียอยู่ ซึ่งเป็นใครก็น่าจะเดาได้ว่ารถน่ะจอดอยู่ตรงนั้นตั้งแต่แรก เป็นวิธีการที่เก่ามากๆ และระดับมืออาชีพไม่ควรจะใช้แล้ว ซึ่งจริงๆไม่ได้มีแค่ฉากนี้ฉากเดียว แทบทั้งเรื่องเป็นแบบนี้หมด เอะอะก็จะใช้กล้องหลบมุมเอาทั้งหมด ไม่นำเสนออะไรให้คนดูเห็นเต็มๆเลย มันก็เลยเป็นงานที่ไม่น่าประทับใจเท่าไหร่จนเรียกได้ว่านี่เป็นหนังเกรดบีในยุคนี้แบบเต็มตัวจริงๆ แม้แต่ซีรีส์ยังทำดีกว่านี้มากมายหลายเท่า

นี่ยังไม่รวมไปถึงการถ่ายภาพตอนกลายวันที่ถ่ายได้กลางวันจริงๆ ฟ้าโล้นฟ้าโล่งเต็มเรื่องไปหมด ความทะมึนอยู่ไหน? บรรยากาศความสยองอยู่ไหน? การเห็นอะไรชัดไปหมดมันไม่ช่วยให้เรื่องมีความรู้สึกสยองขวัญขึ้นมาสักนิดเลย เหมือนเรากำลังดูหนังคนแต่งตัวเป็นสัตว์ประหลาดวิ่งไล่ฆ่ากันมากกว่า


    ส่วนเรื่องการแสดงที่ใครว่าแย่นั้นเราคงไม่โทษนักแสดง เพราะเรารู้สึกว่าบทภาพยนตร์กับเหตุการณ์ในเรื่องทุกอย่างมันพังมาตั้งแต่แรกแล้ว จะหวังให้นักแสดงช่วยมันก็คงไม่ใช่เรื่องเท่าไหร่ และก็ยังต้องชมอยู่ว่านักแสดงท่านเดิมที่รับบทเป็นเจ้า Jeepers Creepers นั้นก็ยังทำหน้าที่ตัวเองได้อย่างดี สีหน้าท่าทางมาครบ




ถ้าถามว่าเรื่องนี้มีอะไรดีบ้าง คงต้องตอบว่านักแสดงนำท่านเดิมที่รับบทเป็นเจ้าสัตว์ประหลาดนี่แหละที่ยังท็อปฟอร์มอยู่ แม้เรื่องจะไม่อำนวยให้น่าจดจำและเด่นไปมากกว่านี้ก็เถอะ

    โปรดัคชั่นโดยรวมก็อย่างที่บอกไปล่ะครับว่านี่เป็นหนังเกรดบีแบบเต็มตัวเลยล่ะ ไม่สมควรฉายในโรงภาพยนตร์เลยด้วยซ้ำ จริงๆเรื่องวิธีการนำเสนอที่เข้าเรื่องโปรดัคชั่นก็บอกไปเบื้องต้นแล้ว สิ่งที่ตามมาที่เหลือในตอนนี้ก็คงเป็นงาน CG ต่างๆในภาพยนตร์ที่ใส่ออกมาแบบเสียไปทีมาก งานนักศึกษายังทำได้ดีกว่า ระเบิดเหมือนหลุดออกมาจากเกมส์สมัยยี่สิบปีที่แล้ว เห็นแล้วต้องหลุดขำ ตัดกรีนสกรีนก็ยังมีสีเขียวติดอยู่ที่ผมของนักแสดง เวลาคนโดนยิงแล้วเลือดกระเซ็นก็รู้สึกตลกเข้าไปใหญ่ ไม่มีงาน CG ใดๆในเรื่องนี้ที่ช่วยให้เรื่องดูสมจริงขึ้นเลย ดูย่ำแย่เข้าไปใหญ่ งานโปรดัคชั่นส่วนเดียวที่น่าชมก็คงเป็นการออกแบบเจ้าตัวสัตว์ประหลาด เสื้อผ้าหน้าผม แล้วก็อาวุธทั้งหลายของมันนั่นแหละ (จริงๆก็มีต้นแบบมาแล้วนั่นแหละ แค่พัฒนานิดหน่อย)


    สรุปโดยภาพรวมแล้ว Jeepers Creepers 3 มันกลับมาโฉบหัว จึงเป็นภาพยนตร์ภาคต่อที่เหมือนเดิมทุกประการ จะใช้คำว่า “ย่ำอยู่กับที่” ก็ได้ เพราะถ้าเทียบกับว่าความเป็นหนังยุคนี้แล้ว นี่เป็นหนังเกรดบีแบบเต็มเปี่ยมร้อยเปอร์เซ็น ไม่ควรดูในโรงภาพยนตร์เลย งานซีรีส์ในยุคนี้หลายๆเรื่องยังดีกว่ามากๆ แต่ถ้าใครเป็นแฟนเดนตายและรักแฟรนไชส์นี้มากๆ เชิญที่โรงภาพยนตร์เลย อะไรแบบเดิมๆที่คุณคิดถึงยังอยู่ครบ!

วิจารณ์หนัง Jeepers Creepers 3 มันกลับมาโฉบหัว Review by Bombo Aruzo

Jeepers Creepers 3

Jeepers Creepers 3

รู้ไว้กันตาย! เปิด 4 อาวุธโหดแห่งปีศาจร้าย และ โลเคชั่นสุดสยอง Jeepers Creepers 3 มันกลับมาโฉบหัว

วิจารณ์หนัง Jeepers Creepers 3 มันกลับมาโฉบหัว

วิจารณ์หนัง Jeepers Creepers 3 มันกลับมาโฉบหัว

Jeepers Creepers 3 มันกลับมาโฉบหัว เป็นภาพยนตร์ภาคต่อที่กลับมาเล่าเรื่องราวต่อจากภาคแรกทันที เมื่อจ่า เดวิส ทับส์

ภาคต่อหนังสยองโฉบกระชากหัวในตำนาน Jeepers Creepers 3

ภาคต่อหนังสยองโฉบกระชากหัวในตำนาน Jeepers Creepers 3

ภาพยนตร์จะบอกเล่าเรื่องราวระหว่างภาค 1 และภาค 2 เมื่อจ่า เดวิส ทับส์ ต้องรวบรวมทีมเพื่อเข้าต่อสู้กับ ครีพเปอร์ส ด้วยทุกสิ่งทุกอย่างที่ตัวเองมีอยู่

กลับขึ้นด้านบน