วิจารณ์หนัง Suburbicon พ่อบ้านซ่าส์ บ้าดีเดือด

ผู้กำกับภาพยนตร์: George Clooney (Good Night, and Good Luck, The Ides of March)


    Suburbicon พ่อบ้านซ่าส์ บ้าดีเดือด เป็นภาพยนตร์ดราม่าระทึกขวัญที่บอกเล่าเรื่องราวของหมู่บ้านซูเบอร์บิคอนที่ชาวอเมริกาในยุคประมาณ 1960 ต่างรวมตัวกันมาอยู่ ชีวิตสุขสบาย แต่แล้วก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดเมื่อมีคนผิวดำเข้ามาอยู่ ทำให้หมู่บ้านเริ่มวุ่นวายมากขึ้น ขณะเดียวกันอีกฟากฝั่งก็มีบ้านหลังหนึ่งเกิดเหตุการณ์เลวร้ายกับครอบครัวขึ้นเหมือนกัน พ่อต้องสูญเสียภรรยาอันเป็นที่รักไป น้องสาวต้องเสียพี่สาว และลูกชายต้องเสียแม่ ขณะที่คนร้ายนั้นก็ยังคงลอยนวล เหมือนมีอำนาจบางอย่างที่ใครในบ้านก็ไม่อยากยุ่ง

    การเล่าเรื่องสำหรับเรื่องนี้ต้องบอกว่าเป็นหนังดีครึ่งแย่ครึ่งครับ เป็นหนังที่ครึ่งแรกของเรื่องนั้นมึนตึงชวนวิงเวียนศีรษะและน่าเบื่อมาก เพราะหนังเล่าเรื่องด้วยความฉงนจนเกินเหตุ แทนที่ไปฉากต่อไปแล้วจะคลี่คลายบางเรื่องก็ดันเล่าเรื่องอะไรก็ไม่รู้เพิ่ม ทำให้เรื่องมันมึนหนักขึ้นไปอีก แถมวิธีการเล่าเรื่องยังน่าเบื่อ ผสมกับเสียงเพลงที่คลอกันแทบจะทั้งครึ่งเรื่องแรกนั้นก็ยิ่งทำให้การชมไม่ค่อยน่าอภิรมย์เท่าไหร่ (แต่ผมก็แอบรู้สึกแปลกๆว่าการใช้ดนตรีตลอดครึ่งแรกแบบนี้ โดยเฉพาะเวลาเศร้า เหมือนผู้กำกับตั้งใจจะกวนบาทาเกี่ยวกับอะไรแปลกๆ) แต่ผมกล้าพูด ถ้าคุณสามารถผ่านครึ่งเรื่องแรกไปได้ ครึ่งเรื่องหลังนั้นบ้าบอ วายป่วนโคตรๆ เฮฮามากๆ และสนุกสุดๆ อย่างกับหนังของ โจเอล โคเอ็น (Joel Coen) และ อีธาน โคเอ็น (Ethan Coen) ซึ่งก็ดีว่าได้กลิ่นอายสองพี่น้องคนหลังมาบ้างจากการที่เขามาร่วมเขียนบทให้กับเรื่องด้วย

    ขณะเดียวกันตัวหนังเองนั้นก็มีความกล่าวถึงเชื้อชาติและศาสนาค่อนข้างหนักอยู่พอสมควร เดี๋ยวก็ยิว เดี๋ยวก็คริสต์ เดี๋ยวอิปิสโคปัล (ลองหาข้อมูลดูครับ คำนี้ทำผมมึนทั้งเรื่องเลย สารภาพว่าไม่เคยได้ยินมาก่อน) หลายๆเรื่องดูจะเหมาะกับคนอเมริกาดูมากกว่าถึงจะเข้าใจ เพราะเป็นเรื่องวัฒนธรรมจ๋าเลย

    แต่แน่นอนว่าก็ยังมีสิ่งที่ดีมากอยู่เหมือนกันในเรื่อง ยังดีหน่อยที่ความบ้าบอของเรื่องในบางช่วงนั้นทำให้เราได้มีรอยยิ้มขึ้นมาบ้าง และสิ่งที่ช่วยให้ภาพยนตร์ยังคงความดีไว้ได้อยู่แล้วหลักๆก็คือนักแสดง โดยเฉพาะนักแสดงนำของเรื่องทุกคนช่วยแบกเรื่องไว้ได้ดีมากๆ นับถือ แมตต์ เดม่อน (Matt Damon) ที่รับบทพ่อบ้านบ้าบอหมาจนตรอกได้อย่างเจ๋ง นับถือ จูเลียน มัวร์ (Julianne Moore) ที่สามารถตีบทแตกในเรื่องนิสัยที่แตกต่างกันของฝาแฝดพี่น้องมากๆ เป็นผู้หญิงนิ่งและเฉิดฉายได้ แต่ก็เป็นผู้หญิงมารยาเยอะ มากไปด้วยอารมณ์ได้เหมือนกัน หรือแม้แต่ ออสการ์ ไอแซ็ค (Oscar Isaac) เองก็ยังตีบทได้แตกและน่าสนใจมากๆ แม้โผล่มาอยู่ในเรื่องแค่แวบเดียวเท่านั้นเอง

 


ความเก่งกาจของนักแสดงนำคือสิ่งที่แบกเรื่องไว้ได้ ทำให้นี่ยังเรียกได้ว่าเป็นหนังดีอยู่

โปรดัคชั่นโดยรวมสำหรับเรื่องนี้ผมชอบมาก แม้ว่าจะไม่ได้ลงเงินอลังการมากมายแต่ก็เนรมิตสิ่งของและเสื้อผ้าหน้าผมให้ดูมีสไตล์เข้ากับยุคสมัยนั้น (1960) ของอเมริกาได้อย่างดี รายละเอียดเล็กๆน้อยๆไปถึงใหญ่มาก ตั้งแต่แผลสดที่ค่อยๆปรากฏบนใบหน้า ร่างคนที่ถูกไฟเผาแล้วยังพูดอยู่ ไปจนถึงหมู่บ้านทั้งหมู่บ้านนั้นก็ใช้งาน CG กลบได้อย่างเนียน (คือไม่สังเกตดูไม่ออกหรอก แต่มันถ่ายจริงไม่ได้แน่ๆ อะไรแบบนั้น) ต้องเรียกว่าภาพรวมนั้นเป็นหนังที่ทำออกมาให้ดูเข้ากับยุคสมัยมากกว่าจะเน้นอลังการและทำอะไรให้โดดเด่นขึ้นมากว่าปกติ ซึ่งตัวหนังก็ทำออกมาได้ดี

    อ้อใช่...และมีอีกสิ่งหนึ่งที่ผมชอบมากๆก็คือเสียงประกอบของเรื่องนี้นั้นระทึกขวัญสุดๆ แค่เสียงทุบโต๊ะก็ทำคุณตกใจสะดุ้งได้ ไหนจะฉากบิวท์อารมณ์ต่างๆอีก ยอมใจเสียงประกอบเรื่องนี้มากๆ อีกนิดก็จะเป็นหนังระทึกขวัญสยองขวัญกันแบบเต็มตัวได้เลย

    สรุปโดยภาพรวมแล้ว Suburbicon พ่อบ้านซ่าส์ บ้าดีเดือด จึงเป็นภาพยนตร์ครึ่งผีครึ่งคน แย่ช่วงครึ่งแรก แต่ดีมากๆครึ่งเรื่องหลัง มาพร้อมกับนักแสดงนำชั้นยอดที่แบกเรื่องไว้ดีอย่างดีเยี่ยม บ้าบอและหลุดโลกสุดๆ ตามมาด้วยงานโปรดัคชั่นที่เข้ากับยุคสมัยนั้น กับงาน CG ที่กลบเนียน และเสียงประกอบชวนขนหัวลุกและตกใจ (jumpscare) ใครเป็นแฟนหนังชวนหัว คิดถึงงานเล่าเรื่องแบบสองพี่น้องโคเอ็นผมแนะนำ เพราะถ้าคุณทนครึ่งเรื่องแรกได้ ครึ่งหลังของเรื่องไว บ้าบอ (คำชม) และสนุกมากครับ

    ปล.เตือนนิดหน่อยว่าหนังเรื่องนี้เลือดสาดเละเทะมาก ไม่เหมาะกับคนขวัญอ่อนหรือพาเด็กๆมาดูเท่าไหร่นะจ๊ะ



วิจารณ์หนัง Suburbicon พ่อบ้านซ่าส์ บ้าดีเดือด - Review by Bombo Aruzo

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: