Facebook Twitter
gPlus 

วิจารณ์หนัง Only The Brave คนกล้าไฟนรก

 ผู้กำกับภาพยนตร์: Joseph Kosinski (Tron, Oblivion)



    Only The Brave คนกล้าไฟนรก จะบอกเล่าเรื่องราวชีวิตจริงของเหล่าผู้กล้าผจญเพลิงป่าในชื่อทีม “แกรไนท์ เมาน์เทน ฮอตชอตส์” ตั้งแต่ช่วงที่พวกเขายังเป็นแค่หน่วยฝึกหัดช่วยเหลือธรรมดา จนกลายมาเป็นผู้ที่ต้องเข้าไปผจญเพลิงในแนวหน้าขจัดไฟป่าไปทั่วประเทศ นอกจากนั้นพวกเขายังต้องเผชิญหน้ากับชีวิตครอบครัวที่แทบจะไม่มีเวลาให้ จนหลายคนจำเป็นจะต้องเลือกระหว่างการเอาตัวเองเข้าไปเสี่ยงชีวิตเรื่อยๆ เป็นวีรบุรุษ หรือว่าจะยอมถอยออกมามีชีวิตเพื่อครอบครัวอย่างยาวนาน

    การเล่าเรื่องสำหรับเรื่องนี้นี่ชวนเราให้นึกถึงหนังก่อนหน้าอย่าง Patriots Day และ Deepwater Horizon เลยครับ คือเน้นความสมจริงมากกว่า จะไม่เล่าเรื่องหวือหวามากมาย จะไม่ได้มีความแอ็คชั่น ความลุ้นระทึกเวอร์วังใดๆ ซึ่งเป็นเรื่องดีด้านความน่าเชื่อถือในเรื่อง และทำให้เรารู้สึกร่วมได้ระดับหนึ่ง แต่จะไม่นำพาเราไปถึงจุดพีคสุดยอดใดๆ เป็นหนังที่พาเรามาเจอประสบการณ์ใหม่ให้กับชีวิตแบบที่ไม่ต้องไปเผชิญหน้ากับไฟป่าจริงๆ นำพาให้เราได้เข้าใจถึงวิธีแก้ปัญหาต่างๆที่เกี่ยวข้องกับไฟ ต้นไม้ พื้นที่ บ้านเรือน และการจัดการ ที่ผมเชื่อว่าไม่ส่วนใดส่วนหนึ่งผู้ชมก็สามารถนำวิธีการเหล่านั้นมาปรับใช้กับชีวิตจริงได้

    ขณะเดียวกันหนังก็นำพาให้เราได้มาเห็นความสุขและความทุกข์ของครอบครัวหลายครอบครัว และวีรบุรุษหลายคนที่ต่างต้องพบเจอปัญหาอย่างเดียวกันคือต้องทำงานแทบจะตลอดเวลาจนมีปัญหากับครอบครัวทั้งนั้น และแม้หนังเลือกเล่าเรื่องหลักๆเพียงแค่ 2 ครอบครัวที่ต้องต่อสู้กับปัญหาด้านการงานและครอบครัว แต่ก็ไม่ลืมที่จะกระจายบทบาทความเด่นไปให้คนอื่นที่มีสามารถเสริมความเฮฮาให้กับเรื่องได้บ้าง แม้จะน่าเสียดายนิดหน่อยที่หนังพาเราไปจดจำพวกเขาไม่ได้ทั้งหมด เพราะเท่าที่ผมจำได้ ทั้งทีมมีกันถึง 19 คนแน่ะ แต่ก็ยังอดชมคนเลือกนักแสดงและแต่งหน้าทำผมมากที่เคารพบุคคลในชีวิตจริงสุดๆไม่ได้ เพราะในตอนท้ายเรื่องนั้นจะมีการนำหน้านักแสดงในเรื่องมาเทียบกับบุคคลที่มีอยู่จริงๆแต่ละท่าน ซึ่งบอกได้ว่าใกล้เคียงโคตรๆอย่างน่าประทับใจ แถมพอเมื่อถึงจุดพีคของเรื่อง นักแสดงแต่ละท่านก็เล่นได้อย่างสมจริงจนน่าขำ และน่าร้องไห้ไปพร้อมๆกับพวกเขาทีเดียว โดยเฉพาะ เจนนิเฟอร์ คอนเนลลี นี่ยังฝีมือไม่ตกจริงๆ

    โปรดัคชั่นโดยรวมสำหรับเรื่องนี้ก็จะเน้นสมจริงมากกว่าแหละครับ จะไม่ได้มีงานสร้างและสีสันใดๆโดดเด่นมากมาย หลายสิ่งหลายอย่างก็เป็นการนำเสนอชีวิตและองค์ประกอบโดยรวมของชาวแคโรไลนาในสหรัฐอเมริกา ใครชอบคาวบอย ใครชอบม้า ใครชอบพื้นที่กึ่งแห้งแล้ง กิ่งไม้เกาะกลุ่มเป็นหย่อมๆเรียงตัวสีเขียวไปเรื่อยๆ พร้อมด้วยเทคนิคการนำเสนอทั้งด้านมุมกล้องกดต่ำตรงจากที่สูงมากๆ หรือมุมกล้องที่ถ่ายไกลๆโชว์พื้นที่กว้างๆ เรื่องนี้ก็สามารถนำเสนอได้อย่างยิ่งใหญ่ และน่าขนลุกไปกับธรรมชาติที่สวยงามทั้งเวลาที่มันคงอยู่ และเวลาที่มันถูกทำลายลงด้วยไฟที่มีพลังทำลายล้างสูงมากๆ แถมด้วยงาน CG ของเรื่องนี้ที่เก็บเนียนทุกเม็ดได้อย่างน่ากลัวมากในทุกครั้งที่เกิดเหตการณ์ไฟไหม้ป่าในเรื่อง สมจริงจนเรากลัวแทนนักแสดง เพราะบางครั้งก็เหมือนเขาถ่ายทำกันจริงๆ และอยู่ใกล้ไฟมากๆเหมือนกัน


ไฟเป็นจุดขายในเรื่อง มีทั้งความสวยงามและความน่ากลัวไปพร้อมๆกัน ซึ่งหนังนำเสนอทั้ง 2 ด้านได้อย่างลงตัว


    สรุปโดยภาพรวมแล้ว Only The Brave คนกล้าไฟนรก จึงเป็นภาพยนตร์ดราม่าดัดแปลงมาจากเรื่องจริงที่เน้นไปที่ความสมจริงมาก จะไม่เล่าเรื่องหวือหวามากมาย จะไม่ได้มีความแอ็คชั่น ความลุ้นระทึกเวอร์วังใดๆ ซึ่งเป็นเรื่องดีด้านความน่าเชื่อถือในเรื่อง และทำให้เรารู้สึกร่วมได้ระดับหนึ่ง แต่หนังเรื่องนี้จะไม่นำพาเราไปถึงจุดพีคใดๆมากมายนัก พร้อมกับงานสร้างด้านองค์ประกอบศิลป์และงาน CG ที่ทำออกมาได้สมจริงจนน่ากลัว และน่าหวาดผวา ไฟท่วมจอทั้งเรื่องสมใจท่านแน่นอน ใครกำลังมองหาหนังดราม่าสมจริงชวนเรียกน้ำตาสักเรื่อง อยากจะเห็นมุมมองของคนที่ทำเพื่อผู้อื่นอย่างสุดชีวิตบ้าง แนะนำเรื่องนี้เลย แต่ถ้าใครหวังว่าจะเห็นความลุ้นระทึกแบบหนังแอ็คชั่น ลุ้นทั้งเรื่อง เรื่องนี้ไม่ตอบโจทย์ท่านนะจ๊ะ

Review by Bombo Aruzo

วิจารณ์หนัง Only The Brave คนกล้าไฟนรก

วิจารณ์หนัง Only The Brave คนกล้าไฟนรก

Only The Brave คนกล้าไฟนรก จะบอกเล่าเรื่องราวชีวิตจริงของเหล่าผู้กล้าผจญเพลิงป่าในชื่อทีม “แกรไนท์ เมาน์เทน ฮอตชอตส์” ตั้งแต่ช่วงที่พวกเขายังเป็นแค่หน่วยฝึกหัดช่วยเหลือธรรมดา

กลับขึ้นด้านบน