Facebook Twitter
gPlus 

วิจารณ์หนังBe yond Skyline อสูรท้านรก

ผู้กำกับภาพยนตร์: Liam O’Donnell (กำกับภาพยนตร์ครั้งแรก เป็นคนเขียนบท Skyline ทั้ง 2 ภาค และเป็นโปรดิวเซอร์ภาคแรก)


    Beyond Skyline อสูรท้านรก จะบอกเล่าเรื่องราวพร้อมๆกันกับภาคแรก เมื่อพ่อม่ายลูกหนึ่งต้องพยายามช่วยลูกชายที่พลาดมองแสงสีฟ้าจากยานเอเลี่ยนเข้า จนมันนำพาทั้งคู่พ่อลูกและผู้เหลือรอดทั้งหลายแหล่เข้าไปในยานเอเลี่ยน ทุกคนต้องพยายามเอาตัวรอดในนั้น และพร้อมกันนั้นก็ต้องพยายามหาทางช่วยเหลือผู้คนที่ยังมีพลังพอจะต่อสู้กับการรุกรานครั้งนี้

    การเล่าเรื่องสำหรับเรื่องนี้ถ้าเปรียบเทียบกับภาคแรกก็จะมีวิธีการนำเสนอที่แตกต่างกันแทบจะสิ้นเชิงเลยครับ เพราะถ้าเกิดใครจำได้ ภาคแรกนั้นวิ่งวนกันอยู่ในตึกไปๆมาๆทั้งเรื่อง กว่าจะมาเจอเอเลี่ยน และปิดจบให้รู้เรื่องได้ก็ตอนจบโน่น แต่กับภาคนี้เหมือนเก็บกด จัดเต็มด้านการนำเสนอเอเลี่ยนกันสุดๆเลย พาเราไปเดินเล่นและวิ่งเล่นกันอยู่ในยานเอเลี่ยนที่แสนขยะแขยงอยู่นานมากๆแทน มันเหมือนจะดี แต่กลับกลายเป็นความน่าเบื่อที่เปลี่ยนจากเบื่อในตึกมาเบื่อในยานเอเลี่ยนแทน มีความต้องการโชว์งานออกแบบการสร้างต่างๆมากกว่าเรื่องที่จะเล่าจนเกินไป จนการเล่าเรื่องมันไม่คมพอที่จะสนุกและน่าเชื่อถือ เพราะท้ายที่สุดแล้วแม้เนื้อเรื่องทำเหมือนจะยิ่งใหญ่ แต่เอาเข้าจริงก็เป็นยานๆเดียวเท่านั้นในเรื่องที่เป็นปัญหาให้กับคนทั้งเรื่องนี้

    แล้วผมก็มีความสงสัยแปลกๆที่หาคำตอบไม่ได้ตั้งแต่เห็นในตัวอย่างแล้ว ว่าเกราะของเอเลี่ยนนั้นแข็งแกร่งระดับไหนกัน เพราะบางทีเราว่าเอเลี่ยนมันสามารถเตะคนกระเด็นได้ไกล ยิงไม่เข้าอีก ก็แสดงว่าเกราะมันก็น่าจะแข็ง และมีพลังเหนือมนุษย์หลายเท่าตัว แต่กลายเป็นว่ามีดธรรมดาของมนุษย์สามารถเฉือนเข้า ร้ายกว่านั้นคือสามารถตัดหัวเอเลี่ยนขาดได้ด้วย ก็เลยทำให้เราแอบที่จะอดขมวดคิ้วไม่ได้ถึงการขี้โม้ความเทพของฝั่งพระเอกในช่วงหนึ่งของเรื่อง ไหนจะเรื่องที่เอเลี่ยนไม่มีปืนสู้ อีก ไม่รู้จะล้าหลังไปไหน และนี่ยังไม่รวมไปถึงจุดเล็กๆน้อยๆที่เรื่องใส่เข้ามาอย่างไร้ความหมายเกินเหตุ ผ่านมาแล้วก็ผ่านไปบ่อยครั้ง จนเราสงสัยว่ามันจำเป็นไหมที่จะต้องเล่าเรื่องในส่วนนั้น (เรื่องในส่วนของตำรวจลาว) ตามมาด้วยการตายอย่างเงิบๆของแต่ละคนอีก บางทีก็มากมายไร้ค่า แค่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป บางทีดูแล้วก็งงด้วยซ้ำว่าใครตายไปแล้วบ้าง แล้วจำเป็นไหมที่จะต้องมีตัวละครมากมายขนาดนั้นมาอยู่ในเรื่องถ้าจะปล่อยให้ตายไร้ค่าขนาดนี้



กระโดดเอามีดสับๆๆ เกราะของเอเลี่ยนมันอ่อนปวกเปียก หรือมนุษย์มันเทพไร้เหตุผลเกินไป?
  

 อ้อใช่...ใครเคยดูภาคแรกมาแล้ว ภาคนี้มีตัวละครเก่าๆเท่ๆมาเซอร์ไพรส์เราด้วยนะ
    โปรดัคชั่นโดยรวมสำหรับเรื่องนี้นี่ถือว่าส่วนตัวผมประทับใจมากนะ นึกถึงเกมส์ออนไลน์ไซไฟแบบ Warframe เลย มีความดี ใส่ใจ และอลังการกว่าภาคแรกพอตัว มีอะไรน่าสนใจมากมายขึ้น ส่วนหนึ่งก็เพราะเราจะได้เห็นเอเลี่ยนบ่อยขึ้น ได้ไปเจอฉากตกแต่งภายในต่างๆของยานเอเลี่ยนมากมายขึ้น ได้เห็นความสยองขยะแขยงที่สมจริงบ่อยขึ้นจนแทบชวนอาเจียน พ่วงด้วยงาน CG ที่ทำออกมาได้สมจริงมากมายก็ยิ่งทำให้หนังเรื่องนี้สามารถเทียบตัวเองในงานด้านนี้กับหนังบล็อกบัสเตอร์ได้ไม่ยาก ถือเป็นเรื่องน่าชื่นชมสำหรับหนังที่ใช้ทุนพอประมาณ แต่สามารถทำให้หนังดูมีค่าได้พอตัวขนาดนี้

    สรุปโดยภาพรวมแล้ว Beyond Skyline อสูรท้านรก จึงเป็นภาพยนตร์แอ็คชั่นไซไฟภาคต่อที่ทำออกมากระอักกระอ่วน ด้านเนื้อเรื่องยังคงมีความไม่เข้าท่าและน่าเบื่อเช่นเคย ความแอ็คชั่นมีพอประมาณแต่ก็ไม่ต่อเนื่อง ไม่ปะติดปะต่อ บางครั้งมุมกล้องก็ชวนอาเจียนจนเกินไป แต่โดยภาพรวมก็น่าสนใจมากขึ้น เพราะว่างานออกแบบการสร้างไม่ว่าจะการตกแต่งสถานที่ภายในยาน การแต่งหน้าทำผม ทำอะไรหลายอย่างเละเทะนั้นได้อย่างดี ใส่ใจ และน่าค้นหา อย่างน้อยๆก็ดีกว่าภาพยนตร์บล็อกบัสเตอร์หลายๆเรื่องในยุคนี้ ใครชอบภาคแรกแล้วอยากจะชมภาคนี้ รับประกันได้เลยว่าดีกว่ามาก งานออกแบบก็สุดยอดด้วย แต่ถ้าคุณเป็นคอหนังไซไฟที่หวังกับเนื้อเรื่องหน่อย ข้ามผ่านเรื่องนี้ไปให้ไวเลยจ้า


วิจารณ์หนัง Be yond Skyline อสูรท้านรก - Review by Bombo Aruzo

กลับขึ้นด้านบน