Facebook Twitter
gPlus 

วิจารณ์หนัง Tell Me How I Die นิมิตมรณะ



ผู้กำกับภาพยนตร์ : D.J. Viola (เพิ่งกำกับหนังเรื่องแรก ทำซีรีส์และรายการทีวีมาตลอดอย่าง Elvira’s Movie Macabre, Cousin Sal’s Sure Thing)

    Tell Me How I Die นิมิตมรณะ เป็นภาพยนตร์ระทึกขวัญฆาตกรรมที่บอกเล่าเรื่องราวของกลุ่มนักศึกษาจากหลากหลายที่ที่เดินทางมายังตึกวิจัยแห่งหนึ่งเพื่อเป็นผู้ทดลองให้กับยาที่ก็ไม่รู้ว่าคืออะไร นักศึกษาครึ่งหนึ่งได้ยาจริง และอีกครั้งได้ยาหลอก เหตุการณ์ดำเนินไปอย่างปกติก่อนที่พวกเขาบางคนจะเริ่มมองเห็นอนาคตที่กำลังจะเกิดขึ้น พร้อมกันกับที่จู่ๆก็เกิดเหตุฆาตกรรมขึ้นตามจุดต่างๆภายในตึกแห่งนี้ ทางเดียวที่จะรอดได้ พวกเขาคงจำเป็นจะต้องร่วมมือกัน

    การเล่าเรื่องสำหรับเรื่องนี้นั้นต้องบอกได้เลยว่าเป็นสุดยอดของความแย่ บทภาพยนตร์ไม่ดีเลย เหมือนกำลังดูหุ่นยนต์คุยกันอยู่ทั้งเรื่อง ขาดความเป็นธรรมชาติ(เน้นไปเรื่องคำพูดที่ใช้ก่อน ยังไม่ใช่การแสดง) หนังมีจังหวะจะโคนการเล่าที่ไม่ดี มุขตลกที่ไม่ทำงานและไม่เหมาะกับตัวละครเหล่านั้นเลย เหตุผลการกระทำ กับความเป็นจริง และความคิดของตัวละครนั้นตีกันมั่วไปหมด ตัวละครอาสามารวมตัวกันก็เพื่องานวิจัยทดลองยา แต่พอรู้ว่าตัวเองโดนเฝ้าดูด้วยกระจกด้านเดียวมาตลอดก็เกิดตกใจขึ้นมา มันก็เลยแปลกๆว่าจะตกใจทำไม? เขาทดลองเขาก็ต้องเฝ้าดูสิ... แถมอะไรในเรื่องนี้ก็ดูจะง่ายดายไปหมด ตัวละครคุยกันแล้วบอกว่าต้องการสิ่งนี้ แล้วกลายเป็นว่าสิ่งที่พวกเขาต้องการก็อยู่ใกล้ๆ ทั้งๆที่มันไม่ใช่ที่ๆควรจะถูกตั้งไว้เลย! การสืบสวนและหาความจริง และการเฉลยส่วนต่างๆในเรื่องนั้นก็ง่ายเกิ๊น อะไรก็ง่ายไปหมด แล้วการสรุปว่าตัวร้ายคือใครโดยให้เขามาโผล่ท้ายเรื่องเลย ไม่ได้มีการใส่เงื่อนงำอะไรให้เห็นก่อนในตอนแรก ก็ยิ่งทำให้รู้สึกว่าหนังเรื่องนี้รู้สึกจะขี้โกงกับคนดู ขี้โกงในการเล่าเรื่องเกินไปหน่อย เล่นง่ายเกิ๊น นี่ยังไม่รวมถึงตอนจบเรื่องที่จบได้แบบ... ”อะไรของเอ็งวะ?” เลยทีเดียว

    และแน่นอนว่าด้วยความที่บทไม่ธรรมชาติก็ยิ่งทำให้นักแสดงเล่นแย่ ถ้าไม่แข็งเป็นหุ่นยนต์ก็โอเวอร์แอ็คติ้ง ไม่เข้ากับบุคลิกของตัวละครที่ควรจะเป็นในเรื่อง แต่ก็นะ...ผมก็ค่อนข้างมั่นใจอีกว่าปัญหาไม่ใช่แค่ที่บทอย่างเดียว เพราะนักแสดงนั่นแหละที่เล่นไม่ดีเองด้วย! คำพูดอาจไม่เหมาะได้ แต่สีหน้าท่าทางและมือไม้ของนักแสดงแต่ละคนนั้นมือสมัครเล่นมากๆ ก็เลยทำให้งานด้านการส่งอารมณ์ให้ถึงคนดูนั้นพังไปใหญ่ มีเพียงนักแสดงคนเดียวที่เล่นได้ดีก็คือนางเอกของเรื่องนั่นเอง แต่การจะเสียเงินมาเพื่อดูการแสดงของนางเอกคนเดียวมันก็...นะ



เวอร์จิเนีย การ์ดเนอร์ (Virginia Gardner) คือ นักแสดงคนเดียวที่แสดงดีในเรื่องนี้


    แน่นอนว่าพอเป็นหนังสยองขวัญเรื่องการจัดแสดง เทคนิคในการเล่าเรื่อง และการนำเสนอมันก็ต้องมีอะไรพิเศษหน่อยๆ แต่กลายเป็นว่าเรื่องนี้ก็ทำพังยับหมดอีก มีเนื้อเรื่องที่พาเราไปสู่จุดน่ากลัวแล้ว แต่กลายเป็นว่าหนังกลับใช้มุมกล้อง และวิธีการเล่าเรื่องได้ไม่ฉลาด หลายจุดมากที่เสียดายว่าน่าจะเสริมอารมณ์ให้คนดูรู้สึกกลัวหรือตกใจได้ แต่ก็แค่ปล่อยมันผ่านๆไป ไม่มีแม้กระทั่งเสียงและดนตรีที่จะช่วยส่งอารมณ์ให้คนดู ไม่มีอะไรเลย ยกตัวอย่างบางฉากที่ตัวละครเดินเข้าไปส่องกระจกเล็กๆของประตูเพื่อดูว่ามีใครอยู่ในนั้นหรือเปล่า ถ้าเป็นหนังสยองขวัญที่ดีก็จะเน้นตั้งกล้องค่อยๆเลื่อนเข้าไปใกล้ๆ แล้วก็ ฟุบ!...มีคนโผล่มาอยู่ในกระจกจริงๆ!! คนดูก็จะตกใจกับสิ่งที่ได้เห็น และได้ยิน... แต่กับเรื่องนี้ดันตั้งกล้องไกลๆแล้วให้ตัวละครโผล่ออกมาเลย แถมไม่มีเสียงส่งอารมณ์ใดๆด้วย มันก็เลยรู้สึกตลกมากๆ... แต่ขณะที่บางครั้งกับภาพที่ไม่ได้น่ากลัวและน่าตกใจเลยสักนิด คนตัดต่อกลับส่งเสียงตุ้งแช่มาดังลั่น!! จนเราอดขำและปิดหน้าไปพลางไม่ได้(Facepalm) ไม่เข้าใจว่าทำไมหนังเรื่องนึงถึงได้ผิดพลาดประหลาดไปทุกจุดขนาดนี้

    โปรดัคชั่นโดยรวมนี่จะเรียกว่าเป็นหนังเกรดบีสุดๆ การเซ็ตฉากที่ไม่ดูสมจริง ห้องแล็บที่ไม่มีเสน่ห์และกลิ่นอายความเป็นวิทยาศาสตร์ การจัดแสงที่ไม่ช่วยเสริมอารมณ์ของสถานที่และอารมณ์เรื่อง ไม่มีเทคนิคพิเศษใดๆที่น่าจดจำ แทบทุกอย่างมันทำให้หนังดูเกรดต่ำเกินไปหน่อยสำหรับการจะฉายในโรงภาพยนตร์

    สรุปโดยภาพรวมแล้ว Tell Me How I Die นิมิตมรณะ จึงเป็นภาพยนตร์ระทึกขวัญฆาตกรรมที่เรียกได้ว่าเป็นหนังเกรดบีอย่างเต็มรูปแบบ ไม่มีอะไรดีเลยในหนังเรื่องนี้ ไม่ว่าจะงานด้านการเล่าเรื่อง การแสดง (แสดงดีคนเดียวในเรื่องก็แบกเรื่องไม่ไหวนะ) เทคนิคพิเศษ และโปรดัคชั่นโดยรวม ไม่ว่าใครก็ตามไม่ควรจะเสียเวลาดูหนังเรื่องนี้เลย เป็นภาพยนตร์ศูนย์รวมของความพังทุกฝั่งทุกฝ่ายของการสร้างภาพยนตร์อย่างแท้จริง

หนัง - วิจารณ์หนัง Review by Bombo Aruzo

วิจารณ์หนัง Tell Me How I Die นิมิตมรณะ

วิจารณ์หนัง Tell Me How I Die นิมิตมรณะ

Tell Me How I Die นิมิตมรณะ จึงเป็นภาพยนตร์ระทึกขวัญฆาตกรรมที่เรียกได้ว่าเป็นหนังเกรดบีอย่างเต็มรูปแบบ

กลับขึ้นด้านบน