Facebook Twitter
gPlus 

วิจารณ์หนัง วันหมาหอนที่ค่ายลูกเสือ Black Full Moon



ผู้กำกับภาพยนตร์: พิรุณ อนุสุริยา (9-9-81 บอกเล่าเก้าศพ ตอน “เจ้าบ่าว”)

    วันหมาหอนที่ค่ายลูกเสือ เป็นภาพยนตร์สยองขวัญทุนต่ำของไทยที่เล่าเรื่องของกลุ่มสร้างรายการวัยรุ่นในอินเตอร์เน็ตอย่าง “เกรียนท้าผี” ที่ปกติทำรายการผีเล็กๆ แต่จู่ๆก็เกิดมีผู้ใหญ่ให้โอกาสได้ทำหนังใหญ่มา พร้อมแนะนำถึงเรื่องเล่าของพี่หมีเพื่อนผีที่น่าจะเอามาทำหนังได้ เหล่าเกรียนและพี่หมีจึงต้องมาร่วมงานกันเพื่อสร้างภาพยนตร์ในสถานที่จริงที่ค่ายลูกเสือพี่ขาวที่ จ.ระยอง แต่ด้วยความเกรียนของพวกเขาที่ชอบเล่นไม่เข้าเรื่องจึงทำให้เกิดเรื่องราวสยองขึ้นมากมาย ทั้งเรื่องหลอกและเรื่องจริง!

    การเล่าเรื่องสำหรับเรื่องนี้ด้วยความที่หนังจะไม่มีความหวือหวาจากมุมกล้องช่วยปลุกเร้าอารมณ์เท่าไหร่ตามแบบฉบับหนัง Handheld (ถ่ายภาพเหวี่ยงไปมาแบบมือสมัครเล่น) แล้ว เราจึงจำเป็นต้องหวังอย่างมากกับบทภาพยนตร์ และการแสดงเป็นหลัก แต่กลายเป็นว่ามันพังยับเยินทั้งสองด้านเลยจ๊ะ ด้านบทภาพยนตร์นี่ไม่ค่อยแข็งแรง ไม่ได้ส่งเรื่องให้มีน้ำหนักน่าเชื่อถืออย่างชัดเจนในทางใดเลย ปัญหาพื้นฐานง่ายๆของบทในเรื่องนี้ก็คือฉากแต่ละฉากดูถูกหั่นจากกันเกินไป ฉากแต่ละฉากไม่ได้ถูกสร้างเพื่อโยงไปยังฉากต่อไป หรือแม้แต่โยงกลับมาเล่าถึงฉากก่อนหน้าเลย ฉากนี้ตัวละครอยู่ร่วมกัน คุยกันตามบริบทของอารมณ์เรื่องตอนนั้น ตัดไปฉากต่อไปจู่ๆคนนี้ก็เดินมาคนเดียวแล้วก็ตาย ตัดฉากต่อไปก็พบว่าอีกคนโดนฆ่าตาย ก็เลยงงว่า อะไรวะนี่? ไอ้ตอนเดินอยู่ด้วยกันก็ไม่เห็นว่าทะเลาะกัน หรือเจออะไรแล้ววิ่งแยกจากกันนี่ ซึ่งก็จะต้องเจออะไรมึนๆงงๆแบบนี้กันทั้งเรื่อง  ยิงยาวไปจนถึงตอนท้ายๆที่มีตัวละครบางตัวโผล่มาแบบไร้การส่งเสริมทิศทางใดๆให้กับเรื่อง แต่ก็กลายเป็นตัวละครที่มาชุลมุนและมีผลกับตอนท้ายของเรื่องซะงั้น มันเหมือนส้มตำยำรวมมิตรมั่วไปหมด แล้วก็ขมวดจบเอาเงิบๆ ทำเอาผมแทบมึนตึงหงายหลังเลยทีเดียวพอภาพยนตร์จบลง

    ด้านการแสดงก็ยับเยินยิงยาวสืบเนื่องมาจากบทภาพยนตร์ที่ไม่ดีแหละครับ เรารู้สึกว่าคำพูดและการกระทำของตัวละครแต่ละคนนั้นค่อนข้างด้นสดมาก คนที่ดูเป็นผู้ใหญ่กว่า และเป็นดาราดังอยู่แล้วอย่างบุ๊คโกะ หรือท่านอื่นๆก็เลยทำหน้าที่ได้ดีด้วยการพยายามใส่ความเป็นตัวเองให้เรื่องมันลื่นไหลไป (ซึ่งเอาเข้าจริงคุณบุ๊คโกะก็ยังเล่นไม่เป็นธรรมชาติเต็มร้อยอยู่ดี) แต่ไอ้ที่ว่าการแสดงพังยับเยินก็มาจากเหล่าวัยรุ่นมากมายในเรื่องนี่แหละครับ แทบทุกคนเลย บทพูดไม่ธรรมชาติ การกระทำไม่ธรรมชาติ สีหน้าไม่ได้เลย ตอนแรกผมคิดว่ามันคงเป็นความต้องการของผู้กำกับ เพราะในเรื่องคือการถ่ายรายการแบบมือสมัครเล่นของกลุ่ม “เกรียนท้าผี” แต่ไม่ใช่เลย พอเป็นส่วนของเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นในเรื่อง เหล่าเด็กๆก็ยังคงแสดงไม่เป็นธรรมชาติอยู่ดี จะมีน้องคนนึงที่ร้องไห้ได้น่าสงสารดี อันนี้คือการแสดงที่น่าชื่นชมแล้วที่สุดในเรื่อง

    นี่ยังไม่รวมปัญหาเล็กๆน้อยๆ(แต่น่าปวดหัวมาก)อย่างการต้องมานั่งทำความเข้าใจกับสิ่งที่พี่หมีเพื่อนผีจะพูด (ผมไม่ทราบว่านั่นพี่หมีจริงๆ หรือใช้นักแสดงแทนเป็นตัวเขา) เพราะสำเนียงแกมันเหมือนจะดี แต่มันมักจะขาดไม้เอกอยู่ทุกประโยคหรือวลี เพี้ยนคำอื่นๆด้วยก็มี ตัวอย่างว่า “กอนไป” “บางซิง”” มันเกาหมาก” ฟังแล้วรู้สึกสะดุดตลอดเวลา รู้สึกเสียเวลาที่ต้องมาทำความเข้าใจกับเรื่อง กับประโยคใหม่ พอพี่แกมาเข้าฉากทีไรก็จะมีปัญหานี้ทุกที แล้วพอมีอะไรที่หนังอยากจะเล่ามากกว่ามันเลยไม่ถูกดึงดูดไปทางนั้นเท่าไหร่ เพราะเรามัวแต่รำคาญ ต้องมานั่งทำความเข้าใจที่พี่หมีจะพูด ต้องทวนประโยคใหม่เองอีกรอบในใจ วุ่นวายโดยใช่เหตุ

    โปรดัคชั่นโดยรวมสำหรับเรื่องนี้ก็ตามมาตรฐานหนังทุนต่ำแบบ Handheld นั่นแหละครับ อะไรหลายๆอย่างก็เลยหาเท่าที่ได้ ไม่ได้เห็นอะไรหวือหวาน่าสนใจเป็นพิเศษ กลืนๆไปเหมือนกันหมด การถ่ายสถานที่จริงก็ทำให้ดูมีอะไรขึ้นมาบ้าง แต่มันก็ไม่มากพอชวนให้ขนลุก อะไรที่น่าขำที่สุดก็คงเป็นงานเทคนิคพิเศษด้าน CG ที่ถูกเสริมเข้ามาในเรื่องได้อย่างไม่กลมกลืน ไม่ว่าจะเป็นการโยกย้ายของสิ่งของในเรื่องแบบผิดธรรมชาติ หรือการทำ CG พิเศษให้ผีทั้งหลายแหล่ก็ดูตลกๆไปหน่อย ดีนะที่โผล่มาไม่ค่อยจะชัดมาก ไม่งั้นคงทำลายหนังมากกว่านี้หลายเท่า

    สรุปโดยภาพรวมแล้ว วันหมาหอนที่ค่ายลูกเสือ จึงเป็นภาพยนตร์สยองขวัญทุนต่ำจากไทยที่ทำออกมาได้ตามมาตรฐานงานโปรดัคชั่นของหนังแบบ Handheld งบน้อย แต่งานด้าน CG ที่ช่วยเสริมเข้ามาให้กับเรื่องนิดหน่อยนั้นแย่มาก ดีที่ใช้แวบๆ ใช้ไม่เด่น อาจจะเห็นชัดเป็นบางครั้ง แต่ก็ไม่ได้ทำให้เรื่องพังหนัก และอะไรที่พังยับเยินที่สุดก็คือด้านการเล่าเรื่องที่ฉากแต่ละฉากขาดความเชื่อมโยงกันเกิน บทภาพยนตร์ การพูดคุย และการกระทำที่ไม่ค่อยธรรมชาติ มุมกล้องที่ช่วยเล่าเรื่องได้ไม่เต็มที่(แม้จะเป็นรูปแบบ Handheld ก็ตามที) การแสดงของนักแสดงโดยเฉพาะวัยรุ่นที่แย่แทบทุกคน งานนี้ผมยืนยันเลยว่าไม่ว่าใครก็ตามก็ไม่ควรชมหนังเรื่องนี้ ยกเว้นเพียงแต่ว่าคุณสนใจโปรภาพยนตร์ของเครือภาพยนตร์แห่งหนึ่
 เพราะผมเข้าชมในราคาตั๋วที่ต่ำกว่ามาตรฐานโรงหนังพอสมควรเลยล่ะ (แต่ก็ยังไม่รู้สึกว่าคุ้มค่าเงินเท่าไหร่เลย)
    ปล.เรื่องโปรโมชั่นพิเศษของหนังเรื่องนี้ก็ลองถามทางโรงก่อนก็ได้ แต่ละโรงอาจไม่เหมือนกันนะจ๊ะ

Review by Bombo Aruzo

วิจารณ์หนัง วันหมาหอนที่ค่ายลูกเสือ Black Full Moon

วิจารณ์หนัง วันหมาหอนที่ค่ายลูกเสือ Black Full Moon

การเล่าเรื่องสำหรับเรื่องนี้ด้วยความที่หนังจะไม่มีความหวือหวาจากมุมกล้องช่วยปลุกเร้าอารมณ์เท่าไหร่ตามแบบฉบับหนัง Handheld (ถ่ายภาพเหวี่ยงไปมาแบบมือสมัครเล่น)

กลับขึ้นด้านบน