วิจารณ์หนัง Bushwick สู้ยึดเมือง



ผู้กำกับภาพยนตร์ : Cary Murnion, Jonathan Milott (Cooties)

    Bushwick สู้ยึดเมือง เป็นภาพยนตร์แอ็คชั่น Long Take (ถ่ายแบบยาวรวดเดียวนานๆ) ที่ว่าด้วยเรื่องของหญิงสาวที่กำลังจะเดินทางกลับบ้านในเมืองบุชวิกที่เป็นเมืองหนึ่งในนิวยอร์ค แต่เมื่อเดินพ้นทางรถไฟใต้ดินมากลับพบการจลาจลกันอย่างนองเลือดเต็มถนนแบบหาที่มาที่ไปไม่ได้ แถมแฟนหนุ่มของเธอที่มาด้วยดันตายในทันทีตั้งแต่ก้าวแรกที่ขึ้นมาจากสถานีอีก เธอเลยเอาตัวรอดไปเรื่อยๆจนพบกับชายตัวใหญ่ลึกลับอีกคนหนึ่ง เธอจึงขอความช่วยเหลือจากเขา และเขาก็เหมือนไม่พร้อมจะช่วยเธอเท่าไหร่ แต่ทั้งคู่ก็จำเป็นจะต้องเอาตัวรอดไปด้วยกันอยู่ดี พร้อมกับต้องหาคำตอบกับเรื่องที่เกิดขึ้นให้ได้


    เรื่องนี้นี่ถือว่าคุยไว้อย่างยิ่งใหญ่เลยครับว่าจะเป็นภาพยนตร์แอ็คชั่น Long Take ทั้งเรื่องเรื่องแรกของโลก อารมณ์แบบ Birdman ซึ่งเอาเข้าจริงภาพยนตร์ก็ไม่ได้ถ่าย Long Take แบบลื่นไหลยาวๆเหมือน Birdman ขนาดนั้น เพราะสิ่งที่มองเห็นกันได้ชัดๆเลยคือทั้งเรื่องนั้นมีการตัดฉากให้เห็นกันจะๆอยู่ประมาณ 4-5 ครั้ง ขณะที่ระหว่างทางก็ใช้วิธีการถ่ายแบบหลอก Long Take กันไปไม่ต่างจาก Birdman ถือว่าไม่เป๊ะตามที่คุยไว้ เผื่อใครจะหวังว่ามันจะเพอร์เฟ็คขนาดนั้นก็ต้องบอกว่าไม่ใช่เลย ไม่ได้ลื่นไหลเท่า Birdman


    แต่ก่อนจะเข้าใจผิดกันไปว่าหนังมันแย่ก็ต้องบอกก่อนว่ามันไม่ได้แย่เลยครับ เพราะในเรื่องวิธีของการเล่านั้นถือว่าคุมได้ลื่นไหลและเนียนมาก แม้จะไม่ได้อย่างที่คุยไว้แบบเป๊ะๆแต่ก็ทำได้สุดความสามารถมากๆ และสนุก สนุกตรงบทภาพยนตร์ของการทะเลาะกัน สนุกเพราะความดูสมจริงของเรื่อง รวมไปถึงความวุ่นวายแบบการก่อจลาจลที่เละเทะไปทุกหนแห่ง มีสิ่งที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้งพาเราใจเต้นแรง มีฉากเสียวสยองอยู่บ้างยิ่งทำให้หนังยิ่งดูสมจริงขึ้นไปอีก แถมความโดดเด่นของเรื่องมากๆก็คือฉากจลาจลของคนเป็นร้อยที่วิ่งหนีกระสุน หนีระเบิด หรือยิงสู้กันในช่วงหนึ่งของเรื่อง ถือเป็นฉากใหญ่ที่ดูสนุกมากๆ วุ่นวายเละเทะและลุ้น ด้วยวิธีการจัดการระดับภาพยนตร์ที่ไม่ได้ใช้งบยิ่งใหญ่อลังการก็ถือว่าเจ๋งมากๆ ยกนิ้วให้เลย

ความจลาจลที่เกิดขึ้นในเรื่องนี่เป็นพระเอกหลักของเรื่องจริงๆ วุ่นวาย เละเทะ ตื่นเต้น สนุก



    ส่วนด้านเนื้อหาของเรื่องมันก็เป็นเรื่องของการเมืองการปกครองที่เป็นแนวกึ่งๆโลกล่มสลายแหละครับ (Post Apocalypse) อันนี้คงไม่ลงรายละเอียดเพราะว่าภาพยนตร์นั้นเล่าเรื่องแบบไม่มีที่มาที่ไปแล้วค่อยหาคำตอบมาตั้งแต่ตอนแรก กว่าจะรู้ว่าอะไรเป็นอะไรก็ปาไปครึ่งเรื่อง เพราะฉะนั้นก็ลองไปชมกันเองดีกว่าว่าการจลาจลและความวุ่นวายที่เกิดขึ้นนั้นมาจากอะไร ผมบอกได้แค่ว่าตรรกะของความล่มสลายเรื่องนั้นออกจะแฟนตาซีนิดหน่อยด้วยเรื่องที่เป็นไปได้ยากมากๆ มีการกล่าวถึงเรื่องประเทศชาติ การปกครอง และเชื้อชาติ ที่เล่าได้ไม่ค่อยถึงเท่าไหร่ แบบจู่ๆมันก็เกิดขึ้นเลย ถ้าคุณปล่อยตัวปล่อยใจไม่คิดมากกับเนื้อเรื่องขนาดนั้น ภาพยนตร์ก็มีข้อคิดที่ดีอยู่บ้างในหลายๆส่วน แต่ก็มีปัญหาอย่างมากกับตอนจบที่ค้างเติ่ง (Cliffhanger) งงงวย ไม่มีบทสรุปเรื่องแบบชัดเจน ดูจบแล้วคุณก็จะต้องตะโกนอยู่ในใจว่า “จบแบบนี้เลยเรอะ!” ซึ่งโดยส่วนหนังค่อนข้างมั่นใจว่าหนังแบบนี้ไม่น่าจะมีภาคต่อแน่นอน


    โปรดัคชั่นโดยรวมสำหรับเรื่องนี้นี่ถือว่าขั้นเทพครับด้วยความเป็นโปรดัคชั่นระดับงบน้อย (อย่าน้อยก็งบน้อยกว่าหนังบล็อกบัสเตอร์มาก) แต่จัดเต็มทุกอย่างทุกอย่างได้อย่างน่าสนใจ เสื้อผ้าหน้าผมที่หลากหลายช่วยเล่าเรื่องของคนหลายเชื้อชาติในบุชวิก เซ็ตฉากของเมืองที่ล่มสลายได้อย่างสมจริง จัดเต็มทั้งปืน กระสุน ระเบิด และอาวุธทุกชนิดเท่าที่หาได้ พ่วงด้วยคนจำนวนมากที่เสริมให้เรื่องดูเป็นเมืองมากขึ้น พ่วงด้วยงาน CG เสริมเรื่องทั้งระเบิด ควัน และรูกระสุนทั้งหลายแหล่ก็ทำออกมาได้ 9 เต็ม 10 เลยสำหรับโปรดัคชั่นเล็กแบบนี้


    สรุปโดยภาพรวมแล้ว Bushwick สู้ยึดเมือง จึงเป็นภาพยนตร์แอ็คชั่น Long Take (เท่าที่จะทำได้) ที่ทำออกมาได้ว้าวมากๆด้านความพยายามในการเล่าเรื่อง งานสร้าง และการคุมงาน โดดเด่นมากๆในฉากวุ่นวายของเรื่องที่ทำออกมาได้เละเทะ วุ่นวาย และอลังการพอตัว ด้านงานโปรดัคชั่นก็ไม่ใช่เล่นเลยกับสตูดิโอที่แทบจะไม่ได้ใหญ่และดังเท่าไหร่ มันมีระเบิด มีผู้คนอยู่เป็นร้อยในทั้งเรื่อง มีฉากใหญ่ที่น่าสนใจ พ่วงด้วยงาน CG เสริมเรื่องทั้งระเบิด ควัน และรูกระสุนทั้งหลายแหล่ก็ที่ทำได้ดีเยี่ยม ใครที่ต้องการความ Long Take ต้องการหาหนังประสบการณ์ใหม่ๆชม ชอบฉากยิงกันแบบเละเทะวุ่นวายแนะนำเลย แต่ต้องบอกว่ามันไม่ได้ลื่นไหลเนียนๆเพอร์เฟ็คแบบ Birdman นะจ๊ะ

Review by Bombo Aruzo

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: