ไลออนเกตส์ เลิกจ้างพนักงานกว่าสิบคน เน้นไปที่แผนกการตลาดและจัดจำหน่าย


ไลออนเกตส์ (Lionsgate) ซึ่งเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ผู้จัดจำหน่ายภาพยนตร์ของฮอลลีวูดได้ทำการเลิกจ้างพนักงานราวๆ 15-20 คน ซึ่งเป็นผลมาจากการพยายามปรับเปลี่ยนรูปแบบของแผนกการตลาดและการจัดจำหน่ายของบริษัท โดยมีข้อมูลเพิ่มเติมว่าพนักงานเหล่านั้นทำงานให้บริษัทมาหลายเดือนแล้วและการเลิกจ้างครั้งนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการแพร่ระบาดของโคโรน่าไวรัส ซึ่งอาจจะจริงหรือไม่จริงก็ได้ เพราะในช่วงนี้ทุกบริษัทภาพยนตร์บนโลกต่างก็ได้รับผลกระทบจากไวรัสตัวนี้ทั้งสิ้น และต่างก็มีวิธีจัดการที่แตกต่างกันออกไป
    
นี่นับเป็นการเลิกจ้างยกใหญ่ครั้งที่ 2 ของ โจ เดรค (Joe Drake) ซึ่งเป็นประธานของบริษัทมาตั้งแต่ปี 2018 โดยในปี 2019 นั้นเขาทำการเลิกจ้างพนักงานกว่า 25 คน ซึ่งเป็นจากแผนกการตลาดและการจัดจำหน่ายเหมือนในครั้งนี้

    
ไลออนเกตส์ เพิ่งประสบความสำเร็จอย่างมากในปีที่แล้วจากภาพยนตร์เรื่อง Knives Out (ฆาตกรรมหรรษา ใครฆ่าคุณปู่) ที่ล่าสุดทำรายได้รวมกันทั่วโลกไปกว่า 311 ล้านเหรียญสหรัฐ ขณะเดียวกันภาคต่อแฟรนไชส์หนังแอ็คชั่นอย่าง John Wick: Chapter 3 (จอห์น วิค ภาค 3) ก็ทำรายได้ทั่วโลกไปกว่า 326 ล้านเหรียญสหรัฐ นอกจากนั้นยังมีภาพยนตร์เรื่อง Bombshell ที่ทำรายได้ 60 ล้านเหรียญสหรัฐ และภาพยนตร์เรื่องล่าสุดคือ I Still Believe ที่ล่าสุดทำรายได้ไป 10 ล้านเหรียญสหรัฐก่อนที่โรงภาพยนตร์จะถูกสั่งปิดไปก่อน
    
ภาพยนตร์ของไลออนเกตส์ที่เจอผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโคโรน่าไวรัสเต็มๆ เลยก็คือ Antebellum, Run และภาคแยกใหม่แฟรนไชส์ฆาตกรซอว์อย่าง Spiral ที่ต้องเลื่อนวันฉายออกไปอย่างไม่มีกำหนด และยังไงภาพยนตร์เหล่านี้ทางบริษัทเองก็คงมีแผนปล่อยฉายกับโรงภาพยนตร์ก่อนเท่านั้น ไม่คิดจะปล่อยขายทางอื่นก่อน

ข้อมูล: Hollywood Reporter



บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: