พัฒนาการของ โป จากศิษย์มาเป็นครู ใน Kung fu Panda 3



ไม่มีใครจะชื่นชอบโปมากไปกว่าเหล่าผู้สร้างหนังที่ทำให้เขามีชีวิตขึ้นมา ผู้กำกับ เจนนิเฟอร์ ยูห์ เนลสัน ซึ่งอยู่กับโปมาตั้งแต่แรกเริ่มการเดินทางกล่าวว่า “สิ่งที่ฉันชอบมากที่สุดในตัวโปคือความกระตือรือร้นอย่างไม่มีขอบเขต การใช้เวลาร่วมกับโปนับเป็นความเพลิดเพลินเพราะเขาทุ่มเทเต็มที่กับทุกสิ่งทุกอย่าง” “การที่เขาค้นพบความพิเศษในตัวเองและใช้สิ่งนั้นเพื่อเป็นคนเก่งที่สุดเท่าที่จะเป็นได้ ก็เป็นสิ่งหนึ่งซึ่งเราทุกคนสามารถมองย้อนกลับมาที่ตัวเองได้เหมือนกัน” ยูห์ เนลสันกล่าวต่อ “ทุกคนอยากรู้ว่าอะไรที่ทำให้ตัวเองแตกต่างและใช้ข้อมูลนั้นมาพัฒนาตนเองให้ดียิ่งขึ้น ฉันคิดว่าประเด็นนี้ดีมากทั้งสำหรับเด็กและผู้ใหญ่ รวมถึงสำคัญต่อคนทำหนังอย่างเราๆ ด้วย เพราะเราไม่เข้ากับกรอบแบบไหนๆ อยู่แล้ว!”


 ไม่ว่าจะพบอุปสรรคใดๆ โปก็ไม่เคยยอมแพ้ “เขามีทัศนคติที่เยี่ยมมาก” มือเขียนบท เกล็นน์ เบอร์เกอร์ กล่าว “โปมองโลกในแง่บวกและพยายามอย่างไม่ลดละ ไม่ว่าจะล้มลงกี่ครั้ง เขาก็ยังลุกขึ้นมาใหม่”
              
ความท้าทายใหม่ประการแรกของโปคือการเปลี่ยนแปลงทางอาชีพที่น่าหวั่นเกรงจนดูเหมือนไม่อาจก้าวข้ามไปได้ เขาใช้ชีวิตเต็มที่และมีความสุขดีในฐานะจอมยุทธมังกร จนกระทั่งชิฟู อาจารย์ที่เขาเคารพรักได้นำเสนอก้าวใหม่ของพัฒนาการในฐานะกังฟูแพนด้า นั่นคือโปจะต้องมาเป็นครู

 นี่เป็นภารกิจหนึ่งที่โปไม่พร้อมที่จะรับ อย่างน้อยก็ในตอนแรก แบบฝึกหัดแรกของการเป็นครูคือโปจะต้องฝึก Furious Five สุดยอดจอมยุทธกังฟูแห่งเมืองจีน  ผลออกมาไม่ดีนัก  ขณะที่โปพยายามสอนกระบวนท่ากังฟูอันละเอียดอ่อนให้เหล่าจอมยุทธที่เขานับถือ ทั้งนางพยัคฆ์ วานร อสรพิษ กระเรียน และตั๊กแตน ความชุลมุนวุ่นวายก็เกิดขึ้นในโรงฝึกซึ่งเป็นสถานที่แห่งระเบียบวินัย เกียรติยศ และธรรมเนียมปฏิบัติอันศักดิ์สิทธิ์ “จอมยุทธทั้งห้าเริ่มมองโปในแง่ดี แต่ก็ยังคงตั้งข้อกังขาว่าโปจะเป็นครูได้จริงหรือซึ่งก็มีเหตุผลอยู่นะ!” ลูซี ลิว กล่าว


“มันคือการฝึกจากนรก เป็นหายนะชัดๆ!” คาร์โลนี กล่าว “โปสร้างความเสียหายให้โรงฝึกและเพื่อนจอมยุทธในช่วงเวลาห้านาทีที่เขาเป็นครูมากกว่าช่วงเวลาหลายปีที่เขาเป็นศิษย์เสียอีก”              

การที่โปไม่รู้เรื่องเลยว่าจะเป็นครูได้อย่างไรชวนให้เรานึกถึงตัวละครที่เรารู้จักและตกหลุมรักใน KUNG FU PANDA “เราเสนอภาพโปจากปลายด้านหนึ่งไปยังอีกด้านหนึ่งในแง่ความมั่นใจ” คาร์โลนี กล่าว “ตอนที่เขาก่อเรื่องในโรงฝึก เหตุการณ์นั้นได้นำเขากลับไปยังตอนที่เขาไม่พร้อมจะเป็นจอมยุทธกังฟูในภาคแรก” ยูห์ เนลสันเสริม “ช่วงเวลาสั้นๆ ในการเป็นครูนำเขากลับไปสู่ความรู้สึกไม่มั่นคงที่เราเคยเห็นใน KUNG FU PANDA โปต้องต่อสู้กับแนวคิดเรื่องการมาเป็นครู”         

   ชิฟู เป็นคนแรกที่เล็งเห็นและนำเอาความหลงใหลที่โปมีต่อวิชากังฟูมาใช้ให้เป็นประโยชน์ และคราวนี้ก็ผลักดันโปให้ก้าวขึ้นไปอีกขั้นด้วยการให้เขาเป็นครู “ชิฟูรู้ว่าโปต้องเผชิญความท้าทายในการเป็นครู เขารู้ดีว่าไม่ใช่เรื่องง่าย” ผู้อำนวยการสร้างเมลิสซา ค็อบบ์กล่าว
        
    ด้วยร่างกายที่ไม่ได้สูงใหญ่และความอดทนที่มีขีดจำกัดในบางครั้ง ชิฟูเป็นตัวละครที่สนุกและซับซ้อน นักแสดงผู้ชนะรางวัลออสการ์ ดัสติน ฮอฟฟ์แมน กลับมาให้เสียงในบทนี้ โดยเขาได้ใช้ประสบการณ์ตลอดสี่ทศวรรษของการเป็นนักแสดงชั้นนำของโลก รวมถึงฝีมือการแสดงตลกอันยอดเยี่ยมด้วย
            
  ต่างจากชิฟู จอมยุทธทั้งห้ากังขาว่าโปจะสามารถจะสอนวิชากังฟูได้หรือไม่ เหล่าผู้ปกป้องหุบเขาแห่งสันติจริงจังมากกับศิลปะการต่อสู้ของตน และมีสุดยอดอาจารย์อย่างชิฟูคอยจับตามองอย่างใกล้ชิด มาตอนนี้พวกเขาต้องมารับการสอน...จากโปเนี่ยน่ะเหรอ?
             
เหยื่อที่ต้องมารับการสอนของโป ได้แก่ วานร (ให้เสียงโดยนักแสดงระดับตำนาน เฉินหลง ) ซึ่งความขี้เล่นและสนุกสนานได้ซ่อนความสามารถด้านศิลปะการต่อสู้อันพริ้วไหวเอาไว้ กระเรียน (เดวิด ครอส) นักปฏิบัติผู้มีเหตุมีผลประจำกลุ่ม ตั๊กแตน (เซธ โรเกน) จอมยุทธที่มีร่างเล็กที่สุดและอารมณ์แปรปรวนที่สุดในจำนวนจอมยุทธทั้งห้า อสรพิษ (ลูซี ลิว) “แม่ไก่” ผู้คอยดูแลทุกคน และนางพยัคฆ์ จอมยุทธ์ที่แข็งแกร่งและกล้าหาญที่สุดในกลุ่ม

 ผู้กลับมาพากย์เสียงเป็นนางพยัคฆ์คือนักแสดงผู้ชนะรางวัลออสการ์ แองเจลินา โจลี พิตต์ ซึ่งความสามารถและความตั้งใจของเธอได้ช่วยให้นางพยัคฆ์มีพลัง ความโผงผาง ความตรงไปตรงมา และความเห็นอกเห็นใจ โจลี พิตต์ยังคงค้นพบแง่มุมใหม่ๆ ของตัวละครนี้ ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้เธอนับตั้งแต่มารับบท “นางพยัคฆ์เป็นตัวละครที่บริสุทธิ์และงดงาม และเป็นตัวละครหญิงที่เข้มแข็งมากด้วย” นักแสดงหญิงรายนี้กล่าว “เธอเจ๋งมาก ฉันอยากทำได้สักครึ่งหนึ่งของเธอ!”

 แก่นเรื่องของ KUNG FU PANDA เกี่ยวกับการทำเป็นคนที่ดีที่สุดเท่าที่คุณจะเป็นได้นั้นตรงใจ โจลี พิตต์ อย่างเห็นได้ชัด “มันช่วยบอกเราว่าเราไม่จำเป็นต้องเลียนแบบคนอื่น แต่ควรมุ่งไปยังสิ่งที่เราเป็นและการเติบโตของเราเอง” เธออธิบาย “นี่เป็นเรื่องที่ทุกคนเข้าถึงได้ เรามักพยายามค้นหาตัวตนที่ดีที่สุดและแก่นแท้ในตัวเราอยู่เสมอ”


 นางพยัคฆ์ ซึ่งพากย์เสียงโดยโจลี พิตต์ และอสรพิษ ซึ่งพากย์เสียงโดยลูซี ลิว รวมถึงตัวละครแพนด้าตัวใหม่ เม่ยเม่ย (พากย์เสียงโดยเคต ฮัดสัน) ชี้ให้เห็นถึงธรรมเนียมของไตรภาคนี้ที่จะต้องนำเสนอตัวละครหญิงผู้แข็งแกร่ง แนวทางเดียวกันนี้ยังปรากฏอยู่ในทีมงานเบื้องหลังด้วย โดยผู้กุมบังเหียนเบื้องหลังตัวละครเหล่านี้อย่าง เจนนิเฟอร์ ยูห์ เนลสัน ก็เป็นผู้กำกับหญิงที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์ โดยเป็นผู้กำกับหนังฮิตอย่าง KUNG FU PANDA 2  

Kung Fu Panda 3  - กังฟูแพนด้า 3   โปรแกรมหนังกำหนดเข้าฉาย 10 มีนาคมในโรงภาพยนตร์ ยังคงได้นักแสดงทีมเดิมกลับมาให้เสียงตัวละคร นำทีมโดย  แจ็ค แบล็ค,แองเจลีน่า โจลี่, ดัสติน ฮอฟฟ์แมน, แจ็คกี้ ชาน, เซธ โรเกน, ลูซี่ หลิว, เดวิด ครอส, เจมส์ ฮอง, แรนดัล ดุค คิม, ไบรอัน แครนสตัน, เรเบล วิลสัน, เจ.เค. ซิมมอนส์  กำกับการแสดงโดย เจนนิเฟอร์ ยู เนลสัน และ อเลสซานโดร คาร์โลนี่

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.kungfupandamovies-thai.com/

https://www.facebook.com/KungFuPandaTH

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: