Assassin’s Creed เราทำงานในความมืด เพื่อรับใช้แสงสว่าง




ผู้กำกับภาพยนตร์: Justin Kurzel (Snowtown, Macbeth)
Assassin’s Creed เป็นภาพยนตร์ที่ดัดแปลงมาจากเกมในชื่อเดียวกัน เล่าเรื่องของ คัลลัม ลินช์ ชายผู้ต้องโทษประหารด้วยการฉีดยาเข้าเส้น แต่เขากลับตื่นมาอยู่ในห้องทดลองพิเศษแห่งหนึ่ง สถานที่ซึ่งพยายามดึงความทรงจำของบรรพบุรุษเมื่อ 400 ปีก่อนของเขาออกมา ก็เพื่อตามหาแอปเปิ้ลแห่งอีเดนซึ่งสามารถนำไปสู่เจตจำนงแห่งเสรี พลังอำนาจที่ยิ่งใหญ่และยากจะหยุดยั้ง ในที่แห่งนั้นเขาจึงได้ค้นพบกับเรื่องราวการต่อสู้อันยิ่งใหญ่ของภาคีนักฆ่าในอดีต ที่พยายามปกป้องสิ่งสำคัญไม่ให้ตกไปอยู่ในมือของคนชั่ว

การเล่าเรื่องคือสิ่งที่เลวร้ายมากๆ แค่พื้นฐานการตัดต่อฉากไปมาให้ดูรู้เรื่องยังทำพัง ยิ่งบวกกับบทแปลกๆ คำพูดเท่ๆที่ใส่มาแบบหาเหตุผลให้ไม่ได้แทบทุกฉากยิ่งทำให้ผู้ชมอย่างผมมึนงงไปหมดว่าต้องการจะสื่ออะไร เหมือนกำลังฟังเรื่องเล่าจากคนที่กำลังเมา มึนๆงงๆพูดไม่รู้เรื่องอยู่ เข้าใจว่ามีบางส่วนที่กล่าวถึงในเกมส์ แต่ต่อให้คุณเป็นแฟนบอยเกมส์นี้ (ผมเป็น) ก็ไม่ได้ทำให้คุณดูรู้เรื่องขึ้นแน่นอนครับ นี่ยังไม่รวมถึงภาระอันหนักอึ้งพอสมควรเมื่อมีการเล่าเรื่องในอดีตเกิดขึ้น เพราะหนังดันตัดสินใจใช้ภาษาสเปนในการสื่อสารตลอดอีก (แม้จะมีโอกาสได้ชมแบบพากย์ไทยแล้ว ในส่วนที่เป็นภาษาสเปนก็ยังพูดแบบต้นฉบับนะครับ) แถมฉากแอ็คชั่นก็ไม่ได้มีมากมาย การเล่าเรื่องปัจจุบันก็น่าเบื่อแบบสุดๆ คงจะเหลือดีในส่วนนี้ก็แค่นักแสดงอย่างฟาสเบนเดอร์ที่เท่สุดๆ แต่ก็ยังแบกทั้งเรื่องไว้ไม่ไหวอยู่ดี

โปรดัคชั่นโดยรวมคือส่วนที่ดีที่สุดแบบสุดยอดมากที่สุดแล้วในภาพยนตร์เรื่องนี้ เสื้อผ้าหน้าผมจัดเต็มโดยเฉพาะในยุคโบราณเมื่อ 400 ปีก่อน ตามมาด้วยงาน CG ที่ถือว่าเก็บได้เนียนทำได้ดีมีสไตล์เป็นของตัวเอง โดยเฉพาะฉากการนำเสนอภาพหลอนและการสร้างภาพมายาจากเครื่องอานิมัสนี่ถือว่าเท่และแปลกใหม่ไม่ซ้ำใครมาก จบด้วยสิ่งที่ดีที่สุดในเรื่องเลยคือการออกแบบของประกอบฉากแต่ละชิ้นไม่ว่าจะเป็นของในยุคปัจจุบันที่จะดูไซไฟหน่อยๆหรือของในอดีตอย่างอาวุธก็ยิ่งเท่เหมือนหลุดออกมาจากเกมจริงๆ

สรุปโดยภาพรวมแล้ว Assassin’s Creed จึงเป็นภาพยนตร์ดัดแปลงจากเกมส์ที่นำมาทำพังกันเหมือนเดิม ขาดความเพลิดเพลินเพราะเป็นหนังที่พยายามจริงจังมากแต่ล้มเหลว เต็มไปด้วยบทที่แย่ งงไปหมดว่าใครต้องการอะไร และทำแต่ละสิ่งไปทำไม เหมือนเน้นเท่แต่หาเหตุผลในการใส่เข้ามาไม่ได้ เล่าเรื่องแบบมึนๆงงๆอีก แม้ว่างานเสื้อผ้าหน้าผม ของประกอบฉาก และงาน CG จะทำมาดีมาก แต่ก็แบกทั้งเรื่องไว้ไม่ไหว ต่อให้คุณเป็นแฟนบอยของเกมส์นี้คุณก็ดูไม่สนุกหรอกครับ เพราะส่วนตัวผมก็เคยได้เล่นหลายภาคอยู่เหมือนกัน

    ปล.จะมีภาคต่อไหม ก็คงดูกันที่รายได้ล่ะครับ

Assassin’s Creed  Review by Bombo Aruzo

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: