เมื่อเจ้าหญิงดิสนีย์กลับมาทวงบัลลังก์ใน โฉมงามกับเจ้าชายอสูร



การสร้างภาพยนตร์รีเมกจากบทประพันธ์คลาสสิกที่ครองใจคนทั่วโลกไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ดิสนีย์ทำได้และทำได้ดีเสียด้วย โดยเฉพาะภาพยนตร์รีเมกเรื่องล่าสุด Beauty and The Beast หรือโฉมงามกับเจ้าชายอสูรที่เรียกเสียงฮือฮาตั้งแต่ดิสนีย์ประกาศว่าพวกเขาจะทำให้เจ้าชายอสูรและเจ้าหญิงเบลล์มีชีวิตขึ้นมาอีกครั้ง และครั้งนี้พิเศษกว่าเดิมด้วยการใช้คนแสดงจริง ซึ่งบทของเบลล์ตกเป็นของเอ็มมา วัตสัน นักแสดงขวัญใจใครหลายคน สำหรับแฟน ๆ ดิสนีย์ที่กำลังตั้งหน้าตั้งตารอภาพยนตร์เรื่องนี้ เราชวนคุณมาอุ่นเครื่องกันก่อนว่าทำไมโฉมงามกับเจ้าชายอสูรถึงมีคนพูดถึงมากมายและจ่อคิวขึ้นเป็นภาพยนตร์รีเมกที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดเรื่องหนึ่งของดิสนีย์

ภาพยนตร์อะนิเมชั่นสุดคลาสสิก โฉมงามกับเจ้าชายอสูรเคยถูกสร้างเป็นภาพยนตร์อะนิเมชั่นเมื่อปีค.ศ. 1991 ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก โดยเป็นภาพยนตร์อะนิเมชั่นเรื่องแรกที่เข้าชิงรางวัลออสการ์สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม และได้รับ 2 รางวัลออสการ์ในสาขาดนตรีประกอบยอดเยี่ยมและเพลงยอดเยี่ยมจากเพลง Beauty and The Beast อันโด่งดัง และทำรายได้ไปกว่า 100 ล้านดอลลาร์ อาจกล่าวได้ว่านี่คือเวอร์ชั่นขึ้นหิ้งที่หลายคนยกย่องว่าหนึ่งในภาพยนตร์อะนิเมชั่นที่ดีที่สุดของดิสนีย์เลยทีเดียว เพราะฉะนั้นการหยิบมารีเมกในแบบภาพยนตร์ไลฟ์แอ็กชั่นที่ใช้คนแสดงจริงนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แม้แต่ผู้กำกับ บิล คอนดอนยังกล่าวว่า “สิ่งที่ผมกลัวในตอนแรกคือการรีเมกสิ่งที่สมบูรณ์แบบ ผมมองว่าภาพยนตร์เมื่อปี 1991 เป็นสิ่งที่เพอร์เฟ็กต์แล้ว” เมื่อเทคโนโลยีอันทันสมัยในปัจจุบันที่สามารถเนรมิตเหล่าตัวละครในเรื่องให้กลับมามีชีวิตในรูปแบบเสมือนจริงได้อีกครั้ง เขาจึงไม่ลังเลที่จะลงมือ โฉมงามกับเจ้าชายอสูรเวอร์ชั่นนี้จึงสร้างสถิติตั้งแต่ตัวอย่างแรกที่ถูกปล่อยออกมา โดยมีผู้เข้าชมมากถึง 91.8 ล้านครั้งภายใน 24 ชั่วโมง ทำลายสถิติเดิมของตัวอย่างภาพยนตร์เรื่อง Star Wars: The Force Awakens เคยทำไว้ที่ 88 ล้านครั้ง ส่วนตัวอย่างอันที่สองก็สร้างปรากฏการณ์ยอดเข้าชมมากถึง 127.6 ล้านครั้งภายใน 24 ชั่วโมง!

ตำนานรักอันเป็นอมตะ โฉมงามกับเจ้าชายอสูร เป็นตำนานรักที่ดัดแปลงมาจากนวนิยายคลาสสิกจากฝรั่งเศสเรื่อง ‘La Belle et la Bête’ เมื่อดิสนีย์หยิบมาทำเป็นภาพยนตร์อะนิเมชั่นก็ประสบความสำเร็จแบบยิ่งใหญ่ ด้วยคาแร็กเตอร์ของเบลล์ที่แตกต่างจากเจ้าหญิงคนอื่นของดิสนีย์ในยุคนั้น เธอไม่ใช่เจ้าหญิงที่คอยแต่ฝันถึงเจ้าชายหรือตกหลุมรักกันตั้งแต่แรกพบ เบลล์มีความกล้าหาญ ฉลาด มีความสนใจในวรรณกรรม และมีความคิดเป็นของตัวเอง ด้วยบุคลิกของเบลล์และเรื่องราวความรักอันโรแมนติกนี้เองที่ครองใจผู้ชมมายาวนาน โดยเฉพาะคนยุค’90s ที่เติบโตมากับความโด่งดังของภาพยนตร์อะนิเมชั่นต่างก็ดีใจและรอคอยที่จะได้เห็นตัวละครที่ตนเองรักโลดแล่นบนแผ่นฟิล์มอีกครั้ง เหมือนได้ย้อนเวลากลับไปหาความทรงจำดี ๆ ในอดีตนั่นเอง

เบื้องหลังเวทมนตร์ในภาพยนตร์ เราเคยเห็นงาน CG และวิชวลเอฟเฟ็กต์ที่มีความละเอียดสมจริงจนน่าทึ่งจากภาพยนตร์ดิสนีย์เรื่อง The Jungle Book (2016) มาแล้ว เพราะฉะนั้นเราจึงมั่นใจว่าในภาพยนตร์เรื่องนี้ ภาพที่ออกมาจะต้องยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน ทีมงานเบื้องหลังต่างทำงานกันอย่างหนักเพื่อให้เกิดความสมจริงมากที่สุด ทุกรายละเอียดผ่านการค้นคว้ามาอย่างดี ซึ่งล้วนแต่อ้างอิงมาจากประวัติศาสตร์ของประเทศฝรั่งเศสในยุคศตวรรษที่ 18 ทั้งสิ้น ตั้งแต่การสร้างฉาก อุปกรณ์ประกอบฉาก และเสื้อผ้าของนักแสดง อย่างเช่น การสร้างแบบโมเดลต้นแบบสำหรับตัวละครที่เป็นสิ่งของ โดยแต่ละชิ้นถูกสร้างขึ้นด้วยรายละเอียดอันประณีตจากฝีมือแผนกศิลป์โดยอ้างอิงถึงตัวละครดั้งเดิมในอะนิเมชั่น หรือฉากเพลง Be Our Guest ที่ใช้เวลาเตรียมการด้านเทคนิคถึง 6 เดือน และถ่ายทำจริงอีก 1 เดือน ส่วนตัวละครหลักอย่างเจ้าชายอสูรก็นำเอาเทคโนโลยี Facial Capture Mova และ Physical Performance Capture มาใช้เพื่อเก็บรายละเอียดของใบหน้าและท่าทางของนักแสดง ก่อนที่จะเพิ่มเติมในส่วนของวิชวลเอฟเฟ็กต์ให้สมบูรณ์แบบมากที่สุด

ภาพที่เราจะได้เห็นบนหน้าจอจึงเป็นการถ่ายทำด้วยกล้องจริง ก่อนที่จะเสริมแต่งด้วยฝีมือของทีมวิชวลเอฟเฟ็กต์ในขั้นตอนของโพสต์โปรดักชั่นที่นำตัวละคร CG เข้าไปอยู่ในฉากจริง ๆ ได้อย่างแนบเนียน
เอ็มมา วัตสันกับบทบาทใหม่ ศิษย์เก่าฮอกวอตซ์คนนี้สร้างชื่อภาพยนตร์เรื่องแฮร์รี่ พอตเตอร์ที่ทำให้คนทั่วโลกหลงรักเธอจากบทสาวน้อยเฮอร์ไมโอนี่ หลังจากนั้นเส้นทางในฮอลลีวู้ดของเธออาจไม่หวือหวามากนัก ด้วยเจ้าตัวมุ่งมั่นกับการเรียนและการทำหน้าที่เป็นทูตสันถวไมตรีของ UN Women การกลับมารับบทเบลล์จึงทำให้แฟนคลับหลาย ๆ คนตั้งหน้าตั้งตาคอยดูการแสดงของเธออีกครั้ง นอกจากนี้เอ็มมายังเป็นแฟนของโฉมงามกับเจ้าชายอสูรมาตั้งแต่เธออายุเพียง 4 ขวบและรู้สึกว่าเธอเหมือนเบลล์ตรงที่มีความเป็นเฟมินิสต์อยู่ในตัว นอกจากเอ็มมาแล้ว ภาพยนตร์เรื่องนี้ยังมีนักแสดงมากฝีมืออีกมากมาย อาทิ แดน สตีเวนส์ ในบทเจ้าชายอสูร, เซอร์เอียน แมคเคลเลน พากย์เสียงเป็นคุณนาฬิกาพ่อบ้าน, อีวาน แมคเกรเกอร์ พากย์เสียงเป็นเชิงเทียน และคุณนายกาน้ำชาผู้ใจดี พากย์เสียงโดยเอ็มมา ทอมป์สัน

ภาพยนตร์ที่แฟนดิสนีย์รอคอย หากนับภาพยนตร์รีเมกเจ้าหญิงดิสนีย์ที่ใช้คนแสดงจริงต้องย้อนไปเมื่อสองปีที่แล้วจากเรื่อง Cinderella ที่รังสรรค์จินตนาการในวัยเด็กของเด็กผู้หญิงทั่วโลกให้กลายเป็นจริงขึ้นมา ก่อนหน้านั้นในปี 2014 ภาพยนตร์เรื่อง Maleficent ก็สร้างความแปลกใหม่ด้วยการนำเอาเรื่องราวของเจ้าหญิงออโรรามาตีความในมุมมองของแม่มดผู้ร่ายคำสาป รวมทั้งการได้แองเจลินา โจลีมารับบทเป็นแม่มดมาเลฟิเซนต์ที่นักวิจารณ์ส่วนใหญ่เทคะแนนให้กับการแสดงอันมีเสน่ห์ของเธอในภาพยนตร์ การรีเมกโฉมงามกับเจ้าชายอสูรซึ่งเป็นโปรเจกต์ใหญ่ของดิสนีย์จึงเป็นที่จับตามองของเหล่านักวิจารณ์และแฟน ๆ อีกครั้งหนึ่งว่าทางดิสนีย์จะร่ายมนต์สะกดให้เจ้าหญิงในดวงใจของพวกเขาออกมาเป็นอย่างไร มาร่วมพิสูจน์เวทมนตร์ของดิสนีย์พร้อม ๆ กันเดือนมีนาคมนี้

 

 

ผู้เขียนภคินี บริษัท iPrice




 

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: