Facebook Twitter
gPlus 

ฺบทวิจารณ์หนังการ์ตูน "พระพุทธเจ้า"


ช่วงเวลาที่ผ่านมา ผมได้ไปผ่านการบรรพชาอุปสมบทเป็นพระภิกษุในพระพุทธศาสนา และได้ใช้เวลาใน ระหว่างนั้นประกอบกิจของพระสงฆ์หลายอย่าง ซึ่งรวมไปถึงการได้ศึกษาพระธรรมเล็กน้อย ก็ยอมรับว่า ช่วงเวลา 11 วันที่ได้บวชนั้นเป็นช่วงเวลาที่สงบสุขและนิ่งมาก แต่ก็คิดด้วยว่าตนเองคงไม่สามารถที่จะ บวชเป็นพระไปได้ตลอดชีวิตเป็นแน่ เพราะยังจิตยังคงถูกปรุงแต่งด้วยกิเลสค่อนข้างมาก สิ่งที่ตัวของผม เองพอจะทำได้ในตอนนี้ ในฐานะของฆราวาสคือการศึกษาพระธรรมคำสอนของพระพุทธองค์ ส่วนตัวเชื่อว่าพระธรรมของพระพุทธเจ้านั้นจะก่อให้เกิดประโยชน์แก่คนทุกผู้ที่ทำการศึกษา


แต่สำหรับบางคนที่ยังไม่รู้จักศาสนาพุทธดีพอ ก็ควรจะเริ่มต้นด้วยการรู้จักพระพุทธศาสดาเสียก่อน และสิ่งนี้น่าจะอยู่ในความคิดของคณะผู้สร้างภาพยนตร์การ์ตูนเรื่อง "พระพุทธเจ้า" เป็นแน่ เพราะเมื่อใครต่อใคร ไม่ว่าลูกเล็กเด็กแดง ได้รู้พระพุทธประวัติเป็นอย่างดีแล้ว ความคิดที่จะสนใจพระธรรมและช่วยสืบสานพระพุทธศาสนาก็น่าจะเกิดขึ้น ผมคิดว่าความคิดของผู้สร้างหนังเรื่องนี้เป็นความคิดที่ดี และพวกท่านเหล่านั้นก็คงจะได้ผลบุญจากการทำความดีครั้งนี้เป็นแน่ แต่ไม่ได้หมายความว่า ภาพยนตร์การ์ตูนเรื่องนี้จะยอดเยี่ยมไร้ที่ติ ไม่ว่าหนังเรื่องไหนก็สามารถมีข้อผิดพลาดได้

 

เริ่มจากการเล่าเรื่อง หนังเล่าเรื่องพระพุทธประวัติได้ตรงตามที่เราๆ ท่านๆ เคยเรียนในสมัยประถมหรือมัธยม ถ้าหากใครที่ยังจำบทเรียนเหล่านั้นได้ก็จะสามารถตามเรื่องไปได้อย่างเข้าใจ และผมเชื่อว่าคนส่วนใหญ่ที่ไปดูหนังเรื่องนี้น่าจะเป็นเช่นนั้น แต่สำหรับผู้ที่ไม่รู้อะไรเลยแม้แต่นิดเดียวก็อาจจะลำบากสักหน่อย เพราะภายในเวลา 90 นาที หนังได้เล่าเรื่องราวมากมายของพระพุทธเจ้า ไล่ตั้งแต่การประสูติ,ตรัสรู้ และปรินิพพาน มีตัวละครมากมายที่เข้ามาเกี่ยวข้องในเรื่องราว ในช่วงต้นๆ อาจจะยังมีตัวละครไม่มากนักแต่เมื่อเรื่องดำเนินไปเรื่อยๆ นอกจากจะเล่าเรื่องของพระพุทธเจ้าแล้ว ช่วงท้ายหนังยังแบ่งเวลาไปเล่าเรื่องของพระภิกษุสงฆ์สาวกรูปอื่นๆอีก แต่ยังดีที่การเล่าเรื่องของหนังไม่ใช่เป็นแบบตำราเรียนที่ยัดเอาแต่ข้อมูล แต่ยังมีความพยายามที่จะเล่าด้วยเทคนิคของภาพยนตร์ มีการใช้ภาษาหนังและแอ็คติ้งกับแอ็คชั่นของตัวละคร อาศัยเสียงบรรยายมาบอกข้อมูลน้อยมาก แถมบางช่วงมีฉากร้องรำทำเพลงอีก ถ้าหลายคนคิดว่าหนังเรื่องนี้จะน่าเบื่อ บอกได้เลยว่าท่านคิดผิด แต่ก็อาจจะไม่ใช่หนังที่สนุกมาก อยู่ในระดับดูได้เพลินๆ

นอกจากในส่วนของการถ่ายทอดพระพุทธประวัติ การแทรกเรื่องของพระธรรมคำสอนของพระพุทธ เจ้าก็ทำได้อย่างพอดีไม่ยัดเยียด ใครที่สนใจก็สามารถไปศึกษาต่อเอาเองได้

เรื่องของด้านภาพ ซึ่งเป็นสิ่งที่คนดูหนังการ์ตูนสามารถจับต้องได้ชัดเจนที่สุด ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่สร้างความ สับสนในช่วงครึ่งหลังของหนัง แน่นอนว่าการวาดคาแร็กเตอร์ดูจะมีลักษณะผสมเน้นคนเชื้อสายอินเดีย โดยมีความเป็นจีนหน่อยๆ ซึ่งก็ดูเหมาะสมดี และการแยกแยะคาแร็กเตอร์ต่างๆ ก่อนที่เจ้าชายสิทธัตถะ จะทรงออกผนวชก็ไม่ยาก แต่เมื่อพระพุทธเจ้าตรัสรู้แล้ว การจะแยกพระสงฆ์รูปอื่นๆ ที่เป็นตัวละคร ประกอบนั้นดูจะทำได้ยากมาก เพราะหลายๆ รูปถูกวาดมาหน้าตาเหมือนกันหมด

ส่วนความเนียนของการเคลื่อนไหวของตัวละครนั้น หลายๆ ฉากโดยเฉพาะช่วงที่เหมือนจะสโลว์โมชั่นนั้น ภาพจะกระตุกค่อนข้างพอสมควร ตัวละครผู้หญิงเวลาเน้นสีหน้า ลูกตาจะดูแปลกๆ ฉากหลังบางครั้งก็ดูไม่ค่อยมีมิติ แต่เมื่อมองภาพรวม ความยากลำบากในการผลิต คำนึงถึงงบประมาณ ไปจนกระทั่ง ความสามารถในการสร้างของคนไทยด้วยแล้ว ผลลัพธ์ที่ออกมาก็ถือว่าเป็นการก้าวเดินไปอย่างช้าๆ แต่ว่ามั่นคงของอนิเมชั่นไทย

เสียงพากย์นั้น ไม่มีปัญหาสำหรับนักพากย์อาชีพ ผู้ที่พากย์เป็นพระพุทธเจ้ามีน้ำเสียงที่เหมาะสมมาก แต่นักแสดงหลายๆ คนที่มาช่วยให้เสียงนั้น บางทีน้ำเสียงของพวกเขาดูไร้วิญญาณไปหน่อย โชคดีที่ หนังไม่ได้ใช้แต่นักแสดงชื่อดังมาช่วยให้เสียงแต่เน้นที่นักพากย์อาชีพมากกว่า ทำให้ปัญหาด้านนี้ มีน้อยมากจนสามารถมองข้ามไปได้

รอบที่ผมดูนั้นมีคนดูน้อยมาก ซึ่งเป็นเรื่องน่าเสียดายเมื่อเทียบกับความพยายามของผู้สร้าง ที่มีเจตนา อันดีเป็นที่ตั้ง ถ้าใครมีเวลาว่างก็อยากให้ลองพากันไปชม โดยเฉพาะคนที่มีลูกมีหลาน ถ้าหากท่าน จะปลูกฝังความรักในพระพุทธศาสนาแก่พวกเขา หนังเรื่องนี้ก็น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี
Tags »

กลับขึ้นด้านบน