บางกอก 13 เมืองคนตาย



กำกับภาพยนตร์  :  ดุลยสิทธิ์ นิยมกุล  (ศพ อาจารย์ใหญ่, หลวงพี่กับพี่ขนุน, น้ำมันพราย 3D)

บางกอก 13 เมืองคนตาย เป็นภาพยนตร์ที่พูดถึง “เปีย” หญิงสาวที่จู่ๆก็ถูกทาบทามมาทำงานกับกองถ่ายรายการล่าท้าผี ซึ่งทำให้เธอต้องกลับไปพัวพันกับการเจอผีอีกครั้ง แล้วหนังก็พานักแสดงทั้งหลายไปปู้ยี่ปู้ยำให้เข้ากับสถานที่สยองขวัญทั้ง 13 แห่งในกรุงเทพฯ ซึ่งเรื่องมันมีแค่นี้จริงๆนั่นแหละ

เอาเข้าจริงๆ บางกอก 13 เมืองคนตาย เป็นภาพยนตร์ที่มีความพยายามที่ผิดที่ผิดทางในหลายๆด้านมากโดยเฉพาะเรื่องบท คุณลองจินตนาการการเอาสถานที่ 13 สถานที่มาถ่ายรวมๆกันแล้วสร้างเป็นหนัง มันดูบังคับเรื่องให้เป็นแบบนั้นแต่แรกแล้วค่อยผูกเรื่องแก้ปัญหากันไป ผลสุดท้ายคือ ได้บทที่แย่จริงๆ เพราะมันถูกบังคับกับคอนเซปเรื่องจนเกินไป แถมพ่วงมาด้วยการกระทำและบทประหลาดๆของตัวละครทุกตัว ตัวละครหลายๆตัวมีความเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายในทันที กับบางเรื่องตกใจกันจังทั้งๆที่ไม่น่าตกใจ ตอนเปิดประตูกรง แล้วกรงเหล็กตกพื้นเสียงดังนี่ไม่ตกใจกันเลย ผมงงครับ และสิ่งที่น่าผิดหวังที่สุดคือผู้กำกับเรื่องนี้เป็นผู้กำกับที่ไม่ได้หน้าใหม่ และเคยได้รางวัลเรื่องการเขียนบทยอดเยี่ยมระดับประเทศมาแล้วด้วย พอดูจบก็เลยผิดหวังกันไปใหญ่ ส่วนสิ่งสุดท้ายเกี่ยวกับบทที่แย่คือประเด็นของเรื่องที่อ่อนมาก สรุปสุดท้ายแล้วต้องการจะบอกอะไรกับคนดู?  ถ้าบอกว่า “ไม่เชื่ออย่าลบหลู่” ผมคงแนะนำให้ใครหลายคนนั่งดูรายการล่าผีอยู่บ้านดีกว่าครับ ได้เหมือนกัน

การแสดงนี่ไม่ต้องพูดถึง บทมันเป็นอย่างนั้น นักแสดงก็ต้องเอ๋อเหรอกันไปตามระเบียบ การแสดงเต็มไปด้วยความประหลาด บทพูดประหลาด โดยเฉพาะตัวเอกอย่าง “เปีย” ที่ได้นางเอกหน้าใหม่มาแสดงนั้น แข็งเป็นท่อนไม้จริงจัง ไม่ว่าจะยิ้ม จะร้องไห้ จะทำหน้ากลัว พยายามคิดว่าน้องเขาเป็นเด็กใหม่แล้ว แต่ก็ต้องย้อนกลับมาว่าเธอเป็นนักแสดงนำผู้ต้องแบกรับหน้าตาของทั้งเรื่องเลยนะ มันก็เลยพังกันไปตามระเบียบล่ะครับ นักแสดงคนอื่นก็มีความพยายามดีนะครับ มีคนเป็นมืออาชีพที่เราเห็นกันบ่อยๆอยู่ แต่บทป่วยนะครับ แล้วเขาก็ไม่ใช่คนนำเรื่องด้วย เลยช่วยอะไรเรื่องไม่ได้มากกว่านั้นครับ...เอวัง

การถ่ายภาพนี่ไม่มีความเป็นมืออาชีพเลยครับ วิธีการเคลื่อนกล้องมันก็ไม่ได้ช่วยให้ลุ้นอะไรเรื่องเลย ดูจะยังศึกษางานหนังผีมาไม่ดี ไม่มีการครีเอทมุมมองอะไรใหม่ๆเลย เป็นการถ่ายที่ธรรมดามาก กล้องนี่เบลอแล้วเบลออีก หลุดโฟกัสบ่อยเหลือเกิน คงคอมเมนท์ได้เท่านี้ เพราะการถ่ายภาพไม่ใช่จุดเด่นของหนังเรื่องนี้เลยครับ จริงๆดูรวมๆก็ไม่ร้ายครับ

โปรดัคชั่นโดยรวมต้องบอกว่าธรรมดาครับ ธรรมดามาก ด้วยความเป็นหนังที่มีพื้นฐานมาจากยุคปัจจุบัน ของทุกอย่างจึงหาได้ทั่วๆไป แถมไปบุกรุกสถานที่ทิ้งร้างของเขาอีก เออ...ก็พยายามดีนะ ด้านการออกแบบของมาใช้ในหนังก็ไม่ได้มีการออกแบบใหม่อะไร อย่างกล้องหรืออุปกรณ์การถ่ายทำก็ยืมๆในกองถ่ายนั่นแหละ เอามาถ่ายในหนังอีกที การแต่งหน้าแต่งตัวตัวละครล้วนแล้วแต่ทำง่ายๆ หรือถ้าไม่งั้นก็อาศัยจัดแสงเอา หน้าไม่จำเป็นต้องแต่ง เพราะลุงๆป้าๆในที่มืดหน้าตาน่ากลัวอยู่แล้ว ก็นะ...แล้วแต่จะคิดล่ะครับ หลายๆฉากหวังว่าจะเห็นหน้าเละๆกันไปจังๆก็ไม่ได้เห็น อันนี้ไม่รู้ว่าโดนกดเงินมาหรือเปล่างานทั้งเรื่องถึงได้ดูขาดๆ ซึ่งน่าจะเป็นอย่างนั้น แต่ถึงอย่างไรก็ดี ผมว่าเขาก็ทำงานให้ดีกว่านี้ได้ครับ ผลออกมาอย่างนี้น่าจะเป็นปัญหาตั้งแต่คิดโปรเจค คิดเรื่องมาแล้วแหละ

เนื่องจากหลายๆด้านแย่มาแล้วมันก็ต้องมีส่วนที่ใช้ได้กันบ้าง นั่นก็คือ เสียง ครับ นับว่าเสียงเป็นด้านที่ดีที่สุดในหนังผีทุกเรื่องอยู่แล้ว เหมือนโดนบังคับกันมาตั้งแต่ยุคบุกเบิก และเรื่องนี้ก็ทำได้ดีครับ กดดัน ลุ้นเราในทุกฉาก ฉากที่ไม่มีอะไรเลยก็สามารถเอาเสียงมากดดันให้เราลุ้นได้ ก็ชมละกันครับว่าทำได้ดี แต่ก็ทั่วๆไปครับ เสียงที่ไว้ใช้ทำให้เราตกใจเวลาผีโผล่นี่ มันเหมือนกับคนอื่นๆไงก็ไม่รู้ ดูจะไม่ได้ดีไซน์ใหม่เท่าไหร่

สรุปแล้ว บางกอก 13 เมืองคนตาย เป็นความพยายามในการทำหนังที่ควรจะจบภายใน 30 นาที ให้กลายเป็นหนังยาวชั่วโมงครึ่ง ผลก็คือทุกอย่างมันมั่วไปหมด ผูกเรื่องมาก็ไม่ได้ใช้เลยทั้งเรื่อง ถูกเอามาใช้แบบง่ายๆตอนสุดท้าย และก็จบหักมุมแบบมักง่ายอย่างงั้นเลย แย่มาตั้งแต่ตัวอย่างหนัง และผลสรุปสุดท้ายเมื่อได้ดู หนังมันก็แย่จริงๆ ข้อดีของมันคือมันก็ดูสนุกครับ ขอให้คุณสนใจแค่ว่าคุณจะดูมันให้สนุกนะ ห้ามใส่ใจรายละเอียดแม้แต่ส่วนเดียวของหนัง มันจะกลายเป็นหนังที่ดูแย่หลายด้านมากทันที
Review บางกอก 13 เมืองคนตาย : By Bombo Aruzo

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: